Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
30 ต.ค. เวลา 02:55 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 210: สิ่งที่เรียกได้เพียงครั้งเดียว
เช้าวันนั้น หนังสือสีเทายังวางปิดอยู่บนโต๊ะเล็ก
มันอยู่ข้างกระดาษเปล่า
ห่างจากขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทอง
และห่างจากแก้วน้ำสองใบที่วางแยกกันเช่นเดิม
ไม่มีใครเปิดมันเมื่อคืน
ไม่มีใครเก็บมันไป
หน้าต่างบานสูงยังเปิดอยู่เพียงรอยแคบ
ม่านสีขาวเคลื่อนไหวเบามาก
หยดน้ำบนกระจกเหลือเพียงไม่กี่เส้น
บางเส้นหยุดอยู่กลางบาน
บางเส้นจางหายไปจนแทบมองไม่เห็น
โคมอำพันในทางเดินยังตั้งอยู่ห่างจากประตู
ไส้ตะเกียงเย็นสนิท
ไม่มีแสง
ไม่มีควัน
ไม่มีใครยืนอยู่ข้างมัน
ประตูไม้เก่ายังคงเปิด
แต่ด้านในยังเงียบ
อีรินนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
มือทั้งสองพักอยู่บนตัก
วันนี้เขาไม่ได้ถือหนังสือ
ไม่ได้มองไปทางประตู
เขาเพียงมองท้องฟ้าสีฟ้าเงินที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นหลังม่านบาง
เด็กในผลึกนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง
มือเงาถ่านอยู่บนเข่าข้างซ้าย
มือแสงทองอยู่บนเข่าข้างขวา
แสงนั้นไม่เพิ่มขึ้น
ไม่ลดลง
มันเพียงนิ่งอยู่ในระดับเดิม
“เมื่อคืน เขาบอกว่าไม่อยากฟังต่อ” เด็กในผลึกกล่าว
“ใช่” อีรินตอบ
“แล้วเจ้าก็ไม่ถามเขาอีกว่าอยากฟังเมื่อไร”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองหนังสือสีเทาบนโต๊ะ
“แต่เจ้าบอกว่า ถ้าเขาอยากฟัง ให้เรียกชื่อเจ้า”
“ใช่”
“ถ้าเขาเรียกชื่อเจ้า แล้วไม่พูดอะไรต่อเล่า?”
อีรินมองแสงสีอ่อนที่อยู่บนพื้น
“ข้าก็จะตอบว่า ข้าอยู่นี่”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
“แล้วถ้าเขายังเงียบ?”
“ข้าก็อยู่ต่อได้” อีรินตอบ
“โดยไม่ทำให้ความเงียบนั้นกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องแก้ไข”
เด็กในผลึกเงียบไปครู่หนึ่ง
“การเรียกชื่อใครสักคน” เขาพูด
“ไม่จำเป็นต้องมีคำขอตามมาด้วยเสมอไป”
“ไม่จำเป็น”
“และไม่จำเป็นต้องเป็นจุดเริ่มของเรื่องยาว ๆ”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังพิงอยู่ใกล้ผนัง
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
เส้นผมเปียกข้างหนึ่งยังเลื่อนออกจากแก้มเล็กน้อย
แต่ดวงตายังคงอยู่ใต้เงาผม
มือข้างหนึ่งพักอยู่บนเข่า
นิ้วโป้งยังห่างจากนิ้วชี้
และปลายนิ้วชี้ยังคลายอยู่เพียงนิดเดียว
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
วันนี้ มองเห็นปลายนิ้วสองนิ้ว
กับเงาอ่อน ๆ ของนิ้วที่สาม
ไม่มีใครพยายามดึงผ้าออกเพื่อดูให้ชัดขึ้น
เส้นด้ายสีอ่อนยังวางอยู่ใกล้รองเท้า
ช่องว่างระหว่างกันยังอยู่
น้ำเส้นบางไหลตามรอยแตก
ผ่านใต้ด้าย
เลี้ยวหลบก้อนกรวดสีเทา
แล้วแตะขอบใบไม้ที่เริ่มชื้น
ใบไม้ยังไม่เคลื่อนที่
เด็กผมขาวมองภาพนั้นเงียบ ๆ
“น้ำไปถึงใบไม้แล้ว” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่มันยังไม่พาใบไม้ไป”
“ใช่”
“งั้นเราไม่ต้องรอให้มันพาไป”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้อง”
“เราเห็นได้ว่า ตอนนี้น้ำอยู่ตรงนี้” เด็กผมขาวพูดต่อ
“ใบไม้อยู่ตรงนี้”
“แล้วก็พอ”
“พอแล้ว” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
อีรินหันเพียงเล็กน้อย
แต่ไม่ได้ลุกจากเก้าอี้
“ข้าอยู่นี่”
ด้านในเงียบ
เด็กในผลึกมองอีริน
แต่ไม่ได้พูดอะไร
เวลาผ่านไปช้า ๆ
มีเพียงเสียงม่านเบา ๆ
เสียงกระดาษลอยอยู่เหนือพื้น
และเสียงน้ำหยดจากขอบหน้าต่างไกลออกไป
จากหลังประตู ไม่มีคำต่อมา
อีรินไม่ได้ถามว่าเด็กคนนั้นอยากฟังเรื่องต่อหรือไม่
ไม่ได้ถามว่าอยากให้จุดโคมหรือเปล่า
ไม่ได้ถามว่าเรียกเขาทำไม
เขาเพียงนั่งอยู่ตรงเดิม
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
เงียบอีกครั้ง
คราวนี้ เด็กในผลึกขยับมือแสงทองเล็กน้อย
แต่ยังวางอยู่บนเข่า
“เขาเรียกเจ้าสองครั้ง” เด็กในผลึกกล่าวเบา ๆ
“ใช่”
“แล้วเขาก็ยังไม่ได้ขออะไร”
“ใช่”
“เจ้ารู้สึกว่าต้องทำอะไรไหม?”
อีรินมองไปทางประตูเปิด
“ไม่” เขาตอบ
“การตอบว่าเราอยู่ตรงนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทำได้แล้ว”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“บางครั้ง คำตอบไม่ต้องพาไปที่อื่น”
“ใช่”
ตอนบ่าย เรนาเดินผ่านโต๊ะเล็กของอีริน
นางเห็นหนังสือสีเทาที่ปิดอยู่
เห็นกระดาษเปล่า
เห็นขนนกที่ยังไม่ได้ใช้
และเห็นแก้วน้ำสองใบที่ไม่มีใครยกขึ้นดื่ม
นางไม่ได้หยิบหนังสือไปอ่าน
ไม่ได้ถามว่าเมื่อคืนเรื่องไปถึงไหน
นางเพียงวางดอกไม้ป่าสีขาวเล็ก ๆ หนึ่งดอกลงในแจกันว่างบนโต๊ะของตนเอง
จากนั้นนางกลับไปนั่งใกล้หน้าต่างฝั่งไกล
ดอกไม้นั้นไม่ถูกส่งให้ใคร
ไม่ได้วางใกล้ประตู
ไม่ได้เป็นเครื่องหมาย
มันเพียงอยู่บนโต๊ะของนาง
อาเรียมองด้ายเงินเส้นหลวมบนโต๊ะข้างตัว
ปลายด้ายด้านหนึ่งขดเป็นวงเล็กกว่าเมื่อวาน
แต่อีกปลายยังทอดออกอย่างสบาย
ไม่ผูกกับหนังสือ
ไม่ผูกกับโคม
ไม่ผูกกับประตู
“วันนี้มันขดมากขึ้นนิดหนึ่ง” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อาเรียตอบ
“เจ้าจะคลายมันไหม?”
“ไม่”
“แม้มันไม่เหมือนเมื่อวาน?”
“ไม่เหมือนก็ได้”
เด็กในผลึกมองด้ายต่อ
“สิ่งที่เปลี่ยนท่า” เขาพูด
“ไม่จำเป็นต้องกำลังส่งข่าวอะไร”
“ใช่” อาเรียตอบ
“บางครั้ง มันแค่เปลี่ยนท่า”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันดวงอื่นในห้องสมุดค่อย ๆ ถูกจุด
แสงอุ่นสะท้อนบนพื้นสีขาว
สะท้อนบนขนนกผลึก
สะท้อนบนปกหนังสือสีเทา
แต่โคมเล็กในทางเดินยังคงดับ
อีรินไม่ได้เดินไปใกล้มัน
ไม่ได้มองเข้าไปในห้องด้านใน
เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่างดังเดิม
กระดาษสองแผ่นเหนือพื้นห้องสมุดลอยอยู่ใกล้กัน
วันนี้ แผ่นที่สูงกว่าเลื่อนต่ำลงเพียงเล็กน้อย
จนเกือบอยู่ระดับเดียวกับอีกแผ่น
แต่ยังมีช่องว่างระหว่างขอบกระดาษ
ไม่มีแผ่นใดแตะอีกแผ่น
เด็กในผลึกมองขึ้นไป
“มันเกือบเท่ากันแล้ว” เขาพูด
“เกือบ” อีรินตอบ
“เราควรเรียกมันว่าอะไร?”
อีรินมองช่องว่างแคบ ๆ ระหว่างกระดาษ
“ตอนนี้ ข้าเรียกได้แค่ว่า มันอยู่ใกล้ระดับกันมากขึ้น”
“แค่นั้น?”
“แค่นั้น”
เด็กในผลึกพยักหน้า
“แค่นั้นก็เห็นได้มากพอแล้ว”
เมื่อแสงนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น
เสียงจากหลังประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
คราวนี้มีช่วงเงียบสั้นกว่าเดิม
“คืนนี้ เจ้าจะอยู่ข้างหน้าต่างไหม?”
อีรินมองเก้าอี้ของตน
มองท้องฟ้าที่กำลังมืดลง
แล้วตอบอย่างเรียบง่าย
“ข้าจะอยู่”
“จนกว่าโคมอื่นจะดับหรือ?”
“จนกว่าข้าจะง่วงและต้องพัก” อีรินตอบ
“ถ้าข้าจะไป ข้าจะบอกก่อน”
“เจ้าจะไม่รอให้ข้าพูดอะไรหรือ?”
“ไม่รอ” อีรินกล่าว
“ข้าจะนั่งอยู่ตามเวลาของข้า”
“และเจ้าจะพูดหรือไม่พูดก็ได้”
ด้านในเงียบไปพักหนึ่ง
“งั้นคืนนี้ อย่าอ่าน” เด็กคนนั้นพูด
“ไม่อ่าน”
“อย่าจุดโคม”
“ไม่จุด”
“แต่…อยู่ข้างหน้าต่าง”
“ได้”
ไม่มีคำขออื่นตามมา
ไม่มีคำอธิบาย
อีรินไม่ถามว่าเด็กคนนั้นต้องการให้เขาอยู่เพื่ออะไร
ไม่ได้ถามว่าอีกฝ่ายจะฟังเสียงอะไรจากทางไกล
ไม่ได้ถามว่าจะต้องอยู่ถึงเมื่อใด
เขาเพียงพยักหน้า แม้เด็กหลังประตูจะมองไม่เห็น
“ข้าจะอยู่ข้างหน้าต่าง”
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
น้ำยังไหลตามรอยแตก
ใบไม้ยังอยู่ที่เดิม
ประตูไกลยังปิด
และเส้นด้ายยังไม่แตะรองเท้า
แต่คางของเด็กใต้ฝนยกขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย
ไม่มากพอให้เห็นดวงตา
ไม่มากพอให้เรียกว่าเขากำลังมอง
เพียงพอให้เห็นว่า
ใบหน้าของเขาไม่ได้ก้มลงเท่าเดิม
เด็กผมขาวมองอยู่ครู่หนึ่ง
“คางเขาสูงขึ้นนิดหนึ่ง” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำพยักหน้า
“ใช่”
“เราไม่ต้องเรียกมันว่าเขากำลังจะทำอะไร”
“ไม่ต้อง”
“เราบอกได้แค่สิ่งที่เห็น”
“ใช่”
คืนนั้น อีรินยังนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
หนังสือสีเทายังปิดอยู่บนโต๊ะ
โคมเล็กในทางเดินยังดับ
ประตูยังเปิด
และไม่มีใครอยู่ที่ธรณี
แต่บางครั้ง เสียงจากหลังประตูก็ดังขึ้น
“อีริน”
และทุกครั้ง อีรินก็ตอบเพียงว่า
“ข้าอยู่นี่”
ไม่มีคำถามตามมา
ไม่มีแผนถูกวางขึ้น
ไม่มีใครบอกว่าเสียงเรียกนั้นหมายถึงอะไร
กระดาษสองแผ่นยังลอยอยู่ใกล้กัน
ช่องว่างระหว่างมันยังอยู่
แต่ลมที่ผ่านช่องว่างนั้นเบาลง
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังนั่งอยู่หลังเก้าอี้
มือยังพักอยู่บนเข่า
ขอบใบไม้ยังชื้น
น้ำยังไหล
และประตูยังปิด
แต่ในห้องสมุด
มีชื่อหนึ่ง
ที่ถูกเรียกได้
โดยไม่ต้องพาใครออกมา
โดยไม่ต้องขออะไรต่อ
และโดยไม่ทำให้ความเงียบ
กลายเป็นสิ่งที่ต้องกลัว
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย