2 พ.ย. เวลา 03:06 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 211: สิ่งที่อยู่ได้โดยไม่ต้องเฝ้า

เช้าวันนั้น อีรินยังนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
หนังสือสีเทาปิดอยู่บนโต๊ะ
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองวางราบอยู่บนกระดาษเปล่า
แก้วน้ำสองใบยังอยู่ห่างกัน
กาน้ำยังอยู่ที่เดิม
ไม่มีสิ่งใดถูกเตรียมไว้เพิ่ม
โคมอำพันในทางเดินยังดับ
ประตูไม้เก่ายังเปิด
และพื้นว่างระหว่างโคมกับธรณียังไม่มีรอยเท้าใหม่
แสงเช้าสีฟ้าเงินผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามา
ม่านสีขาวขยับเพียงเล็กน้อย
หยดน้ำบนกระจกเหลือน้อยลงกว่าเมื่อวาน
แต่ยังมีเส้นหนึ่งอยู่ใกล้ขอบหน้าต่าง
ไม่ไหลลง
ไม่หายไป
กระดาษสองแผ่นลอยอยู่เหนือพื้นห้องสมุด
วันนี้ มันอยู่เกือบระดับเดียวกัน
ขอบของทั้งสองแผ่นหันเข้าหากัน
แต่ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างนั้นยังอยู่
เด็กในผลึกนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
มือเงาถ่านพักบนเข่าข้างหนึ่ง
มือแสงทองพักอยู่อีกข้าง
แสงทองอ่อนโยนจนแทบไม่สะท้อนบนพื้น
“เมื่อคืน เขาเรียกชื่อเจ้า” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“หลายครั้ง”
“ใช่”
“แล้วเจ้าอยู่ข้างหน้าต่างจนเจ้าต้องพัก”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองไปทางประตูเปิด
“ถ้าวันหนึ่ง เจ้าไม่ได้อยู่ข้างหน้าต่างล่ะ?”
อีรินเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าก็จะไม่อยู่” เขาตอบ
เด็กในผลึกหันมองเขา
“แล้วเด็กคนนั้นจะรู้ได้อย่างไร?”
“ถ้าข้ารู้ล่วงหน้า ข้าจะบอกเขา” อีรินกล่าว
“แต่ข้าไม่อาจสัญญาว่าจะอยู่ทุกเวลา”
“การอยู่ตรงนี้ควรเป็นสิ่งที่ข้าเลือกได้ด้วย”
“เหมือนที่เขาเลือกได้ว่าจะเรียกหรือไม่เรียก”
เด็กในผลึกนิ่งคิด
“ถ้าเจ้าไม่อยู่” เขาพูด
“มันจะเหมือนเจ้าหายไปไหม?”
“ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน” อีรินตอบ
“การไม่อยู่ชั่วคราว ไม่ได้แปลว่าจากไป”
“และการกลับมา ไม่ได้แปลว่าใครต้องรออยู่ตรงเดิม”
เด็กในผลึกมองมือของตนเอง
“งั้นการอยู่ด้วยกัน” เขาพูดช้า ๆ
“ไม่ใช่การเฝ้ากันตลอดเวลา”
“ไม่ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพงฝน
ร่มที่วาดไม่เสร็จยังพิงอยู่ใกล้ผนัง
พื้นที่แห้งเล็ก ๆ ข้างเก้าอี้ยังว่างเปล่า
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
คางของเขายกขึ้นเล็กน้อยกว่าเดิม
ผมเปียกด้านหนึ่งเลื่อนออกจากแก้ม
แต่ดวงตายังคงอยู่ใต้เงา
มือข้างหนึ่งพักอยู่บนเข่า
นิ้วโป้งยังห่างจากนิ้วชี้
มืออีกข้างยังซ่อนอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
วันนี้เห็นเพียงปลายนิ้วสองนิ้ว
กับเงาจาง ๆ ของนิ้วที่สาม
เส้นด้ายสีอ่อนยังอยู่ใกล้รองเท้า
ช่องว่างระหว่างมันยังชัดเจน
น้ำเส้นบางไหลตามรอยแตก
เลี้ยวผ่านก้อนกรวด
ผ่านเม็ดทราย
แล้วแตะขอบใบไม้แห้ง
แต่วันนี้ น้ำไม่ได้ไหลแรงขึ้น
ใบไม้ไม่ได้ถูกพาไป
และไม่มีใครรอให้มันต้องเคลื่อน
เด็กผมขาวมองภาพนั้น
“วันนี้ น้ำยังอยู่ตรงเดิมเกือบหมด” เขาพูด
เด็กหญิงผู้จดจำมองตาม
“ใช่”
“แล้วเรายังพูดได้ไหมว่า มันกำลังไหล?”
“ได้” นางตอบ
“เพราะเราเห็นน้ำเคลื่อนตามรอยแตก”
“แม้มันยังไปไม่ไกล?”
“แม้มันยังไปไม่ไกล”
ผู้เฝ้าคำถามยิ้มบาง ๆ
“การเคลื่อนที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการไปถึงที่ไหน”
ช่วงสาย เสียงจากหลังประตูดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
คราวนี้ มีความเงียบสั้น ๆ ตามมา
แต่ไม่ยาวเท่าครั้งก่อน
“วันนี้ เจ้าจะอยู่ข้างหน้าต่างถึงเมื่อไร?”
อีรินมองท้องฟ้าเหนือกระจก
“จนถึงก่อนเที่ยง” เขาตอบ
“หลังจากนั้น ข้าจะไปช่วยอาเรียตรวจชั้นหนังสือฝั่งตะวันตก”
หลังประตูเงียบลง
“นานไหม?”
“ไม่นานมาก” อีรินตอบ
“ข้าคิดว่าน่าจะกลับมาตอนบ่าย”
“แล้วถ้าข้าเรียกชื่อเจ้าในตอนนั้น?”
“ถ้าข้าได้ยิน ข้าจะตอบ” อีรินกล่าว
“ถ้าข้าอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน ข้าจะตอบเมื่อกลับมา”
“แต่ข้าจะไม่ให้ใครเฝ้าประตูแทนข้า”
“ทำไม?”
“เพราะเจ้าเรียกชื่อข้า” อีรินตอบ
“ไม่ใช่เรียกใครก็ได้ที่อยู่ใกล้ประตู”
ความเงียบข้างในยาวขึ้นเล็กน้อย
“แล้วถ้าข้าไม่อยากเรียกใครอื่น?”
“เจ้าก็ไม่ต้องเรียก”
“ถ้าข้าไม่เรียก แล้วเจ้ากลับมาเองล่ะ?”
“ข้าก็จะกลับมาตามเวลาของข้า” อีรินตอบ
“โดยไม่ถือว่าเจ้าทำอะไรผิด”
จากหลังประตู มีเสียงลมหายใจแผ่วเบา
“ได้”
“ข้าจะบอกอีกครั้งก่อนออกไป” อีรินกล่าว
“และเมื่อกลับมา ข้าจะบอกว่าข้ากลับมาแล้ว”
“แค่นั้น”
“แค่นั้น” เด็กคนนั้นทวนเบา ๆ
เด็กในผลึกมองอีริน
“เจ้าบอกเวลาให้เขารู้” เขาพูด
“แต่เจ้าไม่ได้ให้เขาต้องรอ”
“ใช่”
“และเจ้าไม่ได้ให้คนอื่นมายืนแทนที่เจ้า”
“ใช่”
“เพราะการมีคนอยู่ตรงนั้น ไม่เหมือนกับการมีเจ้าอยู่ตรงนั้น”
อีรินพยักหน้า
“ใช่”
ก่อนเที่ยง อีรินปิดหน้าต่างให้แคบลงอีกนิด
ไม่ใช่เพื่อปิดลมทั้งหมด
เพียงเพราะลมเริ่มเย็นกว่าเดิม
เขาไม่ได้แตะหนังสือสีเทา
ไม่ได้ย้ายโคม
ไม่ได้ขยับแก้วน้ำสองใบ
จากนั้น เขาหันไปทางประตูเปิด
“ข้าจะไปที่ชั้นหนังสือฝั่งตะวันตกแล้ว” เขาพูด
“ข้าคิดว่าจะกลับมาตอนบ่าย”
ไม่มีเสียงตอบทันที
อีรินไม่ได้ยืนรอ
เขาเดินออกจากมุมหน้าต่าง
ผ่านโคมที่ดับอยู่
ผ่านทางเดินที่ยังว่าง
แล้วหันไปทางชั้นหนังสือฝั่งตะวันตก
ระหว่างที่เขาไม่อยู่
ห้องสมุดยังคงเงียบ
เรนายังคงอ่านหนังสือของตนอยู่ใกล้หน้าต่างฝั่งไกล
ดอกไม้ป่าสีขาวหนึ่งดอกยังอยู่ในแจกันว่าง
ไม่ได้ถูกย้าย
ไม่ได้ถูกมอบให้ใคร
อาเรียยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ
ใช้ปลายนิ้วเลื่อนฝุ่นบาง ๆ จากสันหนังสือเก่า
ด้ายเงินเส้นหลวมวางอยู่บนโต๊ะข้างนาง
ปลายด้ายยังไม่เชื่อมกับสิ่งใด
เด็กในผลึกยังอยู่ที่เก้าอี้เดิม
เขามองเก้าอี้ข้างหน้าต่างที่ว่างอยู่
แต่ไม่ได้ย้ายไปนั่งแทน
ไม่ได้เข้าใกล้ประตู
ไม่ได้พูดแทนอีริน
เขาเพียงวางมือทั้งสองบนเข่า
ปล่อยให้เก้าอี้นั้นว่างตามที่มันเป็น
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ไม่มีใครเดินเข้าไปหาเขา
ไม่มีใครนั่งลงตรงเก้าอี้
ไม่มีใครเปิดประตูไกล
แต่แสงที่สะท้อนอยู่ในแอ่งน้ำ
ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีฟ้าเงินเป็นสีขาวอ่อนตามเวลา
เด็กผมขาวมองมันอยู่
“แสงเปลี่ยน” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่เด็กใต้ฝนยังอยู่ที่เดิม”
“ใช่”
“งั้นเวลาเดินไปได้” เด็กผมขาวกล่าว
“แม้ไม่มีใครทำอะไร”
ผู้เฝ้าคำถามพยักหน้า
“ได้”
เมื่อบ่ายมาถึง อีรินกลับมาที่มุมหน้าต่าง
เขาไม่ได้รีบมองไปทางประตู
ไม่ได้ถามว่าในช่วงที่เขาไม่อยู่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่
เขาเพียงนั่งลงที่เก้าอี้เดิม
วางมือบนตัก
แล้วพูดด้วยเสียงปกติ
“ข้ากลับมาแล้ว”
ความเงียบผ่านไปครู่หนึ่ง
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นดังขึ้น
“อีริน”
“ข้าอยู่นี่”
“เจ้าไปจริง ๆ”
“ใช่”
“แล้วเจ้าก็กลับมา”
“ใช่”
“เจ้าทำอะไรที่ชั้นหนังสือ?”
อีรินคิดเล็กน้อย
“ข้าช่วยอาเรียเช็ดฝุ่นจากหนังสือเก่า” เขาตอบ
“แล้วเราย้ายหนังสือสามเล่มไปไว้บนชั้นที่แสงไม่โดนมาก”
ด้านในเงียบไป
“แค่นั้นหรือ?”
“แค่นั้น”
“เจ้าไม่ได้ไปเพราะข้าเรียกน้อยลงใช่ไหม?”
อีรินนิ่งไปชั่วครู่
“ไม่ใช่” เขาตอบ
“ข้าไปเพราะมีสิ่งที่ข้าต้องทำ”
“และข้ากลับมา เพราะงานนั้นเสร็จแล้ว”
“ไม่ใช่เพราะเจ้าเรียกมากหรือน้อย”
“ถ้าข้าไม่เรียกเลย เจ้าก็ยังจะไป?”
“ข้าอาจยังไป” อีรินตอบ
“และข้าก็อาจยังกลับมา”
“แต่ถ้าวันไหนข้าอยากอยู่เงียบ ๆ ที่อื่น ข้าก็จะบอกตามที่บอกได้”
“แล้วถ้าข้าไม่ชอบ?”
อีรินไม่ได้รีบตอบ
“เจ้าชอบไม่ได้” เขาพูดอย่างอ่อนโยน
“เจ้าบอกข้าได้ว่าไม่ชอบ”
“แต่ข้าก็ยังต้องมีเวลาของข้า”
“เหมือนที่เจ้ามีเวลาของเจ้า”
หลังประตูเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ฟังดูยาก” เด็กคนนั้นพูด
“อาจยาก” อีรินตอบ
“แต่เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันง่ายด้วยการหายไปจากเวลาของตัวเอง”
เงียบไปอีกพักหนึ่ง
“ข้าจะลองจำไว้” เด็กคนนั้นกล่าว
“ได้”
“แต่ข้าอาจลืม”
“ลืมได้”
“แล้วถ้าข้าลืม ข้าจะเรียกชื่อเจ้าได้ไหม?”
“ได้”
“แม้ตอนที่เจ้าไม่อยู่?”
“ได้” อีรินตอบ
“และเมื่อข้ากลับมา ถ้าข้าได้ยินว่ามีคนเรียก ข้าจะตอบ”
เด็กในผลึกมองแสงทองบนมือของตนเอง
“เขาไม่ได้ขอให้เจ้าหยุดไปไหน” เขาพูด
“ไม่”
“เขากำลังถามว่า เจ้ายังกลับมาหรือไม่”
“ใช่”
“แล้วเจ้าตอบว่า เจ้ากลับมาได้” เด็กในผลึกกล่าว
“โดยไม่ต้องสัญญาว่าจะไม่ไปไหนเลย”
“ใช่”
เมื่อเย็นมาถึง โคมอำพันอื่น ๆ ในห้องสมุดค่อย ๆ สว่างขึ้น
แต่โคมเล็กในทางเดินยังดับอยู่
หนังสือสีเทายังปิด
กระดาษเปล่ายังว่าง
ขนนกผลึกยังไม่ถูกใช้
กระดาษสองแผ่นลอยอยู่เหนือพื้นห้องสมุด
วันนี้ แผ่นหนึ่งขยับขึ้นเล็กน้อย
อีกแผ่นยังอยู่ระดับเดิม
ช่องว่างระหว่างมันยังไม่หายไป
เด็กในผลึกมองอยู่
“มันไม่เท่ากันแล้ว” เขาพูด
“ใช่” อีรินตอบ
“เราต้องทำให้มันกลับมาเท่ากันไหม?”
“ไม่ต้อง”
“แม้มันเคยเกือบเท่ากัน?”
“แม้เคย”
เด็กในผลึกเงียบไป
“มันเปลี่ยนระดับได้” เขาพูด
“และยังอยู่ใกล้กันได้”
“ใช่”
คืนนั้น เสียงจากหลังประตูดังขึ้นเพียงครั้งเดียว
“อีริน”
อีรินมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง
ก่อนตอบด้วยเสียงเดิม
“ข้าอยู่นี่”
ไม่มีคำขออื่นตามมา
ไม่มีคำถามว่าเขาจะอยู่ถึงเมื่อไร
ไม่มีคำถามว่าเขาจะไปอีกเมื่อใด
มีเพียงความเงียบหลังจากนั้น
แต่ความเงียบครั้งนี้
ไม่ได้ต้องการให้อีรินอยู่เฝ้ามัน
มันเพียงอยู่ได้
ในขณะที่ทุกคนต่างมีเวลาของตนเอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา