1 พ.ย. เวลา 09:38 • หนังสือ

นาคามีพิษเพี้ยง สุริโย

ฝันเอ้อระเหย เขียน
โปรยเป็นหนึ่งสำนักพิมพ์ :
ร้อยชั่งและครอบครัวได้ย้ายหนีสงครามเชียงตุงลงมาที่พระนคร ครอบครัวของเธอมีความลับสำคัญ นั่นก็คือทั้งหมดไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์หิมพานต์!
ในแผ่นดินที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ร้อยชั่งและครอบครัวได้ย้ายหนีสงครามเชียงตุงลงมาที่พระนคร ครอบครัวของเธอมีความลับสำคัญ นั่นก็คือทั้งหมดไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์หิมพานต์! หญิงสาวจะกลายร่างเป็นนางเงือกงูเมื่อเลือดออก ขณะที่เธอถูกคนชั่วตามล่า ได้เผลอกินยาเสน่ห์เข้าไป ทำให้พลาดมีคืนร้อนรักกับเจ้าอินทะนิล ขุนนางสังกัด ‘กระทรวงแพทยา’ ผู้มีหน้าที่สืบคดีไสยศาสตร์โดยตรง
แต่เหตุใดกันหนอ... ยามสบนัยน์ตาสีนิลเบื้องบน เธอถึงคุ้นหน้าเขาอย่างน่าประหลาด ประหนึ่งคนที่เคยนอนร่วมเตียงกันมา... แต่ชาติปางก่อน!
หลังอ่านรวดเดียวจบ :
วลี "นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย" (หรือที่มักสะกดว่า นาคา มี พิษ เพี้ยง สุริโย) เป็นบทประพันธ์จาก โคลงโลกนิติ (โคลงบทที่ 22) ซึ่งมีความหมายสอนใจเกี่ยวกับการวางตัวและการไม่โอ้อวดตนเอง ถ้าเทียบกับตัวเอกในเรื่องนี้ น่าจะเปรียบเปรยอดีตกาลของพระเอก-เจ้าอินทะนิล ซึ่งเคยดำรงสถานะนาคราชสีนิล เจ้าแห่งวังบาดาล ผู้รักสันโดษ เก็บตนเพียงลำพังใต้ทะเลสาบในป่าลึก
สองพันปีก่อน เกิดศึกพญานาคที่หนองแสเบาะแว้งปะทะกัน เทวดาทั้งหลายจึงไปแจ้งแก่พระอินทร์ พระองค์ส่งพระวิศวกรรมลงมาปราบ ท่านได้ใช้ “เงือกงู” และ “เปรตยักษ์” ขับไล่นาคทั้งสามออกไปจากหนองแส ทั้งหมดพากันเลื้อยหนีไปคนละทาง
ระหว่างโรมรัน เงือกงูตนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่วงหล่นสู่ทะเลสาบในป่าลึกของนาคราชเกล็ดนิล ความจำหล่นหาย คล้ายเกิดใหม่เป็นเด็กสาวไร้เดียงสา แต่แรกเขาเพียงเวทนาจึงให้พื้นที่นางรักษาอาการ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นสายใยพันผูก ก่อร่างความรักเยี่ยงสามีภรรยา กระนั้นสงครามระหว่างนาคและเปรตหวนกลับมาอีกครั้ง นางจดจำหน้าที่ของตัวเองได้ จึงพลีชีพปกป้องผืนดิน โดยมีเขาโอบอุ้มเศษเสี้ยววิญญาณของนางไว้
สองพันปีผ่านไป ล่วงเข้าสู่แผ่นดินรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นางเอก-ร้อยชั่ง และครอบครัวต้องลี้ภัยสงครามจากเมืองเชียงตุงลงมาอาศัยอยู่ที่พระนคร ทว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็น "สัตว์หิมพานต์" ที่แฝงตัวมาใช้ชีวิตปะปนกับมนุษย์
ตัวของร้อยชั่งมีคำสาปหรือลักษณะพิเศษติดตัวมาคือ "เมื่อใดที่เลือดตกยางออก เธอจะคืนร่างจริงเป็นนางเงือกงู" (อมนุษย์ที่มีท่อนบนเป็นมนุษย์ มีปีกที่ไหล่ และมีท่อนล่างเป็นหางคล้ายงู) ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตในพระนครอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ใครจับได้
จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อร้อยชั่งถูกคนที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษของเธอตามล่าในงานบุญเทศกาลคืนหนึ่ง ในระหว่างที่หนีตายและบาดเจ็บอยู่นั้น เธอตั้งใจจะกินยาห้ามเลือดเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายร่าง แต่ยานั้นกลับถูกสลับเป็น "ยาเสน่ห์" ฤทธิ์ของยาทำให้เธอตกอยู่ภายใต้ความกำหนัดและราคะ เผลอไปยั่วยวนใส่ "เจ้าอินทะนิล" (เจ้านิล) ขุนนางหนุ่มจากกระทรวงแพทยาคม ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสืบสวนคดีทางไสยศาสตร์และสิ่งลี้ลับโดยตรง จนทำให้ค่ำคืนแห่งการหนีตายกลายเป็น "คืนร้อนรัก" ของทั้งคู่
ความสัมพันธ์ในคืนนั้นทำให้สองคนที่เคยคุ้นกันเพียงสบสายตาแต่แรกต้องมาพัวพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นความสัมพันธ์ร่วมเรียงเคียงหมอนแบบจำยอมของร้อยชั่ง แต่ทุกครั้งที่เธอได้สบตาสีนิลอันดุดันของเจ้าอินทะนิล กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าทั้งสองเคยเป็นคู่เคียงร่วมเตียงกันมาแต่ชาติปางก่อน
ภพปัจจุบันพระเอกเปลี่ยนร่างไม่ได้ แต่มีทักษะ ความสามารถ และบ่มเพาะประสบการณ์ที่ตกทอดมาจากชาติก่อนติดตัว จึงนับเป็นมือเอกของกระทรวง ในขณะที่ร้อยชั่งแม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ แต่ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกทำให้เธอไม่รู้ว่าตกลงเป็นตัวอะไรกันแน่ หากเธอและครอบครัวก็ไม่ใช่ตัวประหลาดของบ้านเมือง เพราะอยู่ในยุคที่ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ บุญบาป ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง
เรื่องราวมาถึงจุดหักเหและเข้มข้นขึ้นเมื่อในพระนครเกิดคดีฆาตกรรมปริศนา พบสภาพศพผิดมนุษย์มนา เจ้าอินทะนิลและผองเพื่อนต้องลงมือสืบหาความจริง ขณะเดียวกันเขาก็คอยจับตาดูและตามติดร้อยชั่งไม่ให้คลาดสายตา ทั้งสองจึงติดอยู่ในวังวนของการซ่อนความลับ การพิสูจน์ความจริงเรื่องคดีไสยศาสตร์ พร้อม ๆ กับการรื้อฟื้นความผูกพันข้ามชาติภพท่ามกลางบรรยากาศกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
แม้แกนหลักของเรื่องจะเป็นความรักสองพันปีข้ามภพของพระนาง แต่ในเนื้อหาก็สอดแทรกความละโมบ การไม่รู้ถูกผิด การแย่งชิงชีวิตอันบริสุทธิ์ของขบวนการค้าซากข้ามชาติที่แฝงตัวมาอยู่ในสถานที่ทำงานของเสาหลักบ้านเมือง การพยายามพลิกร้ายให้กลายดีของตัวละครฝ่ายธรรมะและอธรรมซึ่งแบ่งแยกกันชัดเจน พร้อมกันนั้น ก็ให้ค่าของชีวิตไม่ว่าจะมนุษย์หรืออมนุษย์ไว้อย่างเท่าเทียมกัน
คะแนนเต็มสิบให้ 8 หักเคมีเคใจของพระนางที่แม้จะสานสายใยกันมานับพันปี แต่พญานาคราชผู้สุขุมสง่างามกลับตั้งใจล่อลวงแม่นางน้อยไร้เดียงสาผู้สูญเสียความทรงจำ ด้วยเล่ห์กลเชี่ยวชาญของบุรุษ ซึ่งน่าจะขัดใจคนอ่านยุคนี้ที่ไม่ยินดีเห็นตัวละครเอกในเรื่องถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว ด้วยเหตุผลไม่เหมาะสม แต่ถ้ามองในแง่ยุคสมัยทั้งสองพันปีก่อนและแผ่นดินสยามตอนต้น ทางเลือกของสตรีในห้วงเวลาเหล่านั้นก็มีไม่กี่วิธีเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ในภาพรวมถือว่าอ่านเพลิน อ่านง่าย สบายใจ นักเขียนสรรค์สร้างฉากของเรื่องทั้งวังบาดาล ทะเลสาบในป่าลึก และพระนครในแผ่นดินรัชกาลที่ 4 ได้ตื่นตาตื่นใจ นึกภาพออกชัดเจน ไม่มีตรงไหนอ่านสะดุด บรรดาสัตว์หิมพานต์ต่าง ๆ มีทั้งน่ารักและน่ากลัว ความรักและตัวตนของนาคกับเงือกงูก็แปลกใหม่ดี สตรีบอบบางอ่อนหวาน ถนัดสายช้างเท้าหลังอย่างร้อยชั่งก็ไม่ชวนลำไยแต่อย่างใด ออกจะเอ็นดูนางเสียด้วยซ้ำ ไม่แปลกใจว่าหมู่ภมรต่างโบยบินกันมาไต่ตอมหึ่ง ๆ ให้เจ้าอินทะนิลหึงหวงฟาดงวงฟาดงาเล่น ๆ
คำเตือนมีแค่ว่าฉากเร่าร้อนวาบหวามของพระนางมีมากเกินจำเป็นอยู่บ้าง ไม่ถึงขนาดขัดเคืองใจเพราะสำนวนการเขียนสละสลวยสวยงามทีเดียวเชียว
โฆษณา