ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดโครงการวิจัยลับหลายโครงการภายใต้รหัสของโครงการ ORION แต่ละโครงการประกอบด้วยนักฟิสิกส์ วิศวกรวัสดุ นักคณิตศาสตร์ นักชีววิทยา และนักภาษาศาสตร์ที่ได้รับการคัดเลือกจากสถาบันวิจัยชั้นนำ MIT, Caltech, Stanford, Los Alamos, Bell Labs โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและการรักษาความลับอย่างเข้มงวดที่สุดนับตั้งแต่โครงการแมนฮัตตันในสงครามโลกครั้งที่สอง
.
หลายคนในทีมวิจัยเหล่านี้ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตนกำลังศึกษาหลักการที่มีต้นกำเนิดจากอารยธรรมอื่น พวกเขาได้รับเพียง "โจทย์" ที่ถูกออกแบบโดย The Translational Circle (วงแปลความรู้) โดยไม่รู้ที่มาของโจทย์นั้น พวกเขาคิดว่าตนเองกำลังทำงานในโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหม หรือโครงการสำรวจอวกาศของ NASA หรือโครงการพัฒนาวัสดุใหม่ของกองทัพอากาศ
กระบวนการทำงานของ The Translational Circle ถูกบันทึกไว้ในแฟ้ม TW–012–Ω(2) อย่างละเอียด เริ่มต้นจากการที่สมาชิกของ Circle เข้าร่วมการประชุมกับ Tall Whites และรับฟังแนวคิดที่พวกเขาอธิบาย จากนั้นสมาชิกของ Circle จะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการถอดความหมายของแนวคิดนั้น อภิปรายร่วมกัน เขียนสมการ ทดลองในห้องปฏิบัติการ และสุดท้ายแปลงแนวคิดนั้นให้เป็น "โจทย์วิจัย" ที่นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ สามารถทำงานต่อได้
.
"เราเป็นเหมือนคนกลางระหว่างสองโลก" ดร. ซูซาน เอ็ม. คาลด์เวลล์ นักฟิสิกส์ทฤษฎีจาก MIT ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกรุ่นแรกของ The Translational Circle อธิบายในการสัมภาษณ์ภายในที่ถูกบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1974
คำถามนี้ซึ่งดูเรียบง่ายถูกส่งต่อจาก The Translational Circle ไปยังห้องปฏิบัติการวัสดุศาสตร์ของ MIT ในรูปของโจทย์วิจัยที่ถูกปรับแต่งให้ไม่มีการกล่าวถึง Tall Whites เลย นักวิจัยที่ได้รับโจทย์นี้คิดว่าพวกเขากำลังทำงานในโครงการพัฒนาแผ่นกันความร้อนสำหรับเครื่องบินความเร็วสูงรุ่นใหม่ของกองทัพอากาศ
คำถามนี้ถูกส่งต่อไปยัง The Translational Circle และถูกแปลงเป็นโจทย์วิจัยที่ส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการ Bell Labs ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในปี ค.ศ. 1972 นักวิจัยของ Bell Labs ซึ่งได้รับโจทย์วิจัยนี้คิดว่าพวกเขากำลังทำงานในโครงการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกสำหรับกองทัพ
"Tall Whites ไม่ได้บอกให้เราเลิกพยายามสร้างฟิวชัน" ดร. ซาราห์ เอ็ม. วิลเลียมส์ ซึ่งดูแลโครงการด้านพลังงานใน The Translational Circle บันทึกไว้ในรายงานภายใน "พวกเขาแค่ถามว่า ทำไมเราไม่ลองใช้สิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้ดีขึ้นก่อนที่จะพยายามสร้างสิ่งใหม่ และนั่นคือคำถามที่นำไปสู่การวิจัยแผงโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่"