Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SENCE9 : นิยายการเงิน การลงทุน
•
ติดตาม
1 พ.ย. เวลา 12:12 • นิยาย เรื่องสั้น
สมุดพกแห่งดวงดาว THE LEDGER OF STARS
กรุงเทพฯ ปี 2091 ตัวเลข 3 หลักบนกระดาษแผ่นเดียวกำหนดได้ว่าคุณจะอาศัยอยู่ชั้นไหนของเมือง ใครก็ตามที่คะแนนต่ำกว่า 600 ต้องใช้ชีวิตใต้ม่านควัน โดยไม่เคยเห็นดวงดาว
"รินรดา" ขัดเลนส์เก่าเพื่อฝันถึงหอดูดาว "ต้นกล้า" ซ่อมหนังสือกระดาษเพื่อฝันถึงร้านเล็กๆ ของตัวเอง ทั้งคู่พบกันหน้าช่องรับรายงานเครดิต ด้วยตัวเลขสีแดงที่ใกล้เคียงกัน
ข้อตกลง 36 เดือนของคนสองคนจึงเริ่มขึ้น แต่บางความจริงถูกซ่อนอยู่ในประวัติหนี้ รอวันที่พวกเขาพร้อมจะเปิดอ่านมัน
สมุดพกแห่งดวงดาว THE LEDGER OF STARS
ตัวเลข 412 พิมพ์อยู่กลางกระดาษแผ่นเดียว หมึกสีแดงจนเหมือนเพิ่งไหลออกมาจากแผลสด
"รินรดา" ยืนนิ่งอยู่หน้าช่องรับเอกสารของศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ชานชาลา B7 ใต้ถนนชั้น 1 ของกรุงเทพมหานคร ปี 2091 เธออยู่ตรงนี้ในวันที่ 1 ของทุกเดือน เวลาเดิม ยืนอ่านตัวเลขเดิม ราวกับว่าถ้ามองนานพอ มันอาจเปลี่ยนเป็นเลขที่ดีกว่านี้ได้
ในเมืองนี้ ทุกคนมี "สมุดพก" ประจำตัว มันคือประวัติการชำระหนี้ที่เครดิตบูโรรวบรวมจากธนาคารและบริษัทสินเชื่อทุกแห่ง ใครผ่อนตรงเวลา ใครจ่ายช้า ใครค้างอยู่เท่าไร ทุกอย่างถูกจดไว้ตามจริง ไม่เพิ่มไม่ลด แล้วแปรเป็นคะแนนระหว่าง 300 ถึง 900 ทีละเดือน
เครดิตบูโรไม่เคยตัดสินใจแทนใคร คนที่ตัดสินคือธนาคาร และธนาคารก็ตัดสินจากตัวเลขนั้นเท่านั้น
ตัวเลขนี้ยังกำหนดด้วยว่าใครได้อยู่ชั้นไหนของเมือง คนที่มีคะแนนต่ำกว่า 600 ซื้อบ้านเหนือเพดานควันไม่ได้ ไม่มีธนาคารไหนปล่อยกู้
ชั้น 1 ถึงชั้น 3 จึงเป็นของคนอย่างเธอ เป็นเมืองที่เปิดไฟสีขาวอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีใครเคยเห็นดาวสักดวง
รินพับกระดาษครึ่งหนึ่ง แล้วครึ่งหนึ่งอีกที แล้วยัดลงกระเป๋าเสื้อที่มีสมุดสเก็ตช์เล่มเก่าอยู่ข้างใน หน้าแรกของสมุดคือแบบร่างหอดูดาวบนดาดฟ้าหลังคาเล็กๆ ลายมือดินสอที่เธอวาดซ้ำมาตั้งแต่อายุ 12
"คุณทำกระดาษตก"
เสียงนั้นมาจากชายคนหนึ่งที่ยืนที่ช่องข้างๆ เขาสูงและผอม ปลายนิ้วมีรอยกาวติดอยู่ เขาก้มลงเก็บกระดาษแผ่นเล็กที่ปลิวออกจากกระเป๋าเธอ แล้วชะงักไปเมื่อเห็นว่าเป็นเศษภาพวาดกลุ่มดาวนายพราน
"ผมไม่ได้แอบดูนะครับ" เขาว่า แล้วยื่นให้ เสี้ยววินาทีนั้นเธอเห็นกระดาษในมืออีกข้างของเขา ตัวเลขสีแดง 389
"เราพอๆ กันเลยนะ" รินพูดก่อนจะทันคิด
เขาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงของคนที่หัวเราะเพราะไม่รู้จะทำอะไรอีก
"ผมชื่อต้นกล้า เรียกว่าต้นก็ได้ ผมซ่อมหนังสือกระดาษอยู่ที่ตลาดชั้น 2 ฝันว่าสักวันจะมีร้านหนังสือเล็กๆ ของตัวเอง ที่มีชั้นไม้จริง และมีเก้าอี้ให้คนนั่งอ่านจนลืมเวลา"
"หนังสือกระดาษ" เธอทวน "ตอนนี้เหลือคนอ่านด้วยเหรอ"
"เหลืออยู่ 1 คนที่ผมรู้จักแน่ๆ" เขาตอบ "คือผมเอง"
เธอไม่ได้ตั้งใจจะยิ้ม แต่มันก็เกิดขึ้น
บ่ายวันนั้นพวกเขานั่งกินข้าวกล่องอยู่บนม้านั่งเหล็กหน้าศูนย์ แล้วเล่าให้กันฟังว่าทำไมตัวเลขของตัวเองจึงเป็นแบบนี้
ต้นเป็นหนี้ค่ารักษาแม่ซึ่งจากไปแล้ว
ส่วนรินบอกเพียงว่า เธอมีบันทึกชำระล่าช้าอยู่ 7 รายการ ซึ่งเธอยังจำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรและเพราะอะไรแน่
มีเพียงรู้ว่าเกิดในช่วงที่พ่อป่วยหนัก เธอจึงโทษตัวเองมาตลอดว่าดูแลทุกอย่างได้ไม่ดีพอ
"ผมมีเรื่องจะบอก" ต้นพูด ขณะเปิดแอปโมบายแบงก์กิ้งในโทรศัพท์ให้เธอดู "ข้อมูลชำระหนี้ในเครดิตบูโรเก็บย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี
รายการเสียของคุณเกิดเมื่อ 2 ปี 8 เดือนก่อน อีก 4 เดือนมันก็ถึงเวลาถูกลบตามกฎหมาย ถ้าตั้งแต่นี้ไปเราจ่ายตรงเวลาทุกงวดและไม่ก่อหนี้ก้อนใหม่ คะแนนจะขยับขึ้นเอง"
"คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง"
"ผมอยากได้ร้านหนังสือมาก" เขาตอบ "เลยอ่านกฎทุกข้อ"
นั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ทั้งคู่เรียกว่า "สนธิสัญญา 36 เดือน" เป็นข้อตกลงบ้านๆ ที่เขียนลงสมุดสเก็ตช์ของริน
พวกเขาจะตรวจรายงานของกันและกันทุกวันที่ 1 จะไม่มีใครยอมแพ้ และเมื่อคะแนนถึง 650 ทั้งคู่จะไปขอสินเชื่อบ้านร่วมกัน เป็นบ้านหลังเล็กบนชั้น 4 ที่มีหน้าร้านกว้างพอวางชั้นหนังสือ และมีดาดฟ้าพอตั้งกล้องโทรทรรศน์
เดือนแรกผ่านไปอย่างเชื่องช้า รินทำงานกะดึกที่โรงรีไซเคิล ขัดเลนส์เก่าจากกล้องและแว่นตาที่คนทิ้ง
ส่วนต้นเย็บสันหนังสือที่ฉีกขาดจนกลายเป็นช่างฝีมือที่คนชั้น 2 ฝากงานให้มากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนพักเที่ยง เขามักแวะมาหาเธอที่หน้าโรงงาน หอบหนังสือสักเล่มมาอ่านออกเสียงให้ฟัง ส่วนเธอสอนเขาหากลุ่มดาวบนเพดานห้องเช่า โดยใช้ชอล์กขาวขีดจุดไว้ทีละดวง
"ตรงนี้คือดาวลูกไก่" เธอชี้ "พ่อบอกว่าถ้ามองดีๆ จะเห็น 7 ดวง แต่คนส่วนใหญ่เห็นแค่ 6"
"แล้วคุณเห็นกี่ดวง"
"เห็น 7 ตลอด" เธอยิ้ม "เพราะพ่อสอนว่าอย่าเชื่อสายตาตัวเอง ให้เชื่อว่ามันมีอยู่ก่อน แล้วค่อยมองหา"
ต้นนิ่งไปนาน เขามองรอยชอล์กบนเพดานเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง "พ่อคุณคงเป็นคนที่ดีมาก"
"ใช่ พ่อมีแผนที่ดาวเล่มหนาเล่มหนึ่ง ปกมีรอยกาแฟเป็นวงกลม พ่ออ่านให้ฟังทุกคืนก่อนนอน แต่หลังพ่อเสีย ของในห้องถูกยึดขายทอดตลาดหมด ฉันตามหาเล่มนั้นอยู่นานก็ไม่เจอ"
"อืม" ต้นพูดสั้นๆ แล้วหันไปมองทางอื่น
เธอไม่ได้สังเกตเห็นว่ามือของเขากำแน่นอยู่ใต้โต๊ะ
เวลาผ่านไปเป็นเดือน คะแนนของรินขยับเป็น 430 แล้ว 470 พอครบ 4 เดือน รายการชำระล่าช้าทั้ง 7 รายการก็หายไปจากรายงานตามกรอบเวลา คะแนนของเธอกระโดดขึ้นเป็น 561 ต้นเองไต่ขึ้นมาถึง 548
เมื่อมีรอยยิ้มอยู่ในทุกวันที่ 1 ชานชาลา B7 ก็ไม่ใช่สถานที่ที่น่าหดหู่อีกต่อไป
ในเดือนที่ 11 รินตัดสินใจขอรายงานฉบับละเอียดแบบเอกสาร เพื่อเตรียมตัวก่อนยื่นกู้จริง เธอยื่นบัตรประชาชนที่ช่องของศูนย์ รอ 20 นาที แล้วรับซองสีน้ำตาลหนาเตอะมานั่งเปิดอ่านบนม้านั่งตัวเดิม
เธออ่านรายการหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในรายงานย่อย รายการนั้นถูกลบไปแล้ว แต่ประวัติเดิมยังแนบอยู่ในรายงานเชิงลึก
มันคือสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าเฉพาะทาง ชื่อรายการ "กระจกพาราโบลาคุณภาพสูง ขนาด 20 เซนติเมตร และขาตั้งกล้องดูดาว"
วันที่ทำสัญญาตรงกับวันเกิดอายุ 25 ปีของเธอ ลายเซ็นผู้กู้คือชื่อของเธอ แต่เป็นลายมือของพ่อ
มือของรินสั่นจนกระดาษส่งเสียงกรอบแกรบ
เธอไม่เคยเปิดหนี้ก้อนนี้ เธอไม่เคยได้รับของชิ้นนี้ พ่อใช้บัตรประชาชนของเธอทำสัญญาลับๆ เพื่อซื้อกระจกกล้องโทรทรรศน์ให้เป็นของขวัญวันเกิด และผ่อนด้วยเงินเดือนยามที่ป่วยหนักจนทำงานไม่ไหว
งวดที่ล่าช้าทั้ง 7 งวดไม่ใช่ความบกพร่องของเธอเลย มันคือเงินค่ากระจกดวงนั้น ที่พ่อพยายามหามาจ่ายทั้งที่ลมหายใจกำลังหมดลง
รินร้องไห้ที่นั่นโดยไม่ส่งเสียง น้ำตาหยดลงบนหมึกสีแดงจนตัวเลขเลอะเลือน
ต้นมาพบเธอที่ห้องเช่าตอนค่ำ เธอนั่งกอดเข่าอยู่หน้าสมุดสเก็ตช์ที่ปิดสนิท
"ฉันไม่เอาแล้ว" เธอพูดโดยไม่เงยหน้า "ความฝันนี้มันสร้างมาจากหนี้ของพ่อ ฉันโกรธตัวเองมาตลอด 2 ปีว่าทำพลาด แต่พ่อกลับ..." เสียงเธอขาดหาย "ถ้าฉันไม่มีความฝันนี้ พ่ออาจไม่ต้องตาย อาจไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้น"
ต้นนั่งลงข้างเธอ ไม่ได้รีบพูดอะไร เขาปล่อยให้ความเงียบอยู่ด้วยกันนานพอสมควร
"ผมไม่รู้ว่าพ่อคุณคิดอะไรตอนนั้น" เขาว่าในที่สุด "แต่ผมรู้ว่าผู้ชายที่ยอมผ่อนกระจกดวงหนึ่งให้ลูกสาวทั้งที่ตัวเองลุกไม่ไหว ไม่ได้อยากให้ลูกเลิกฝัน เขากำลังบอกว่าฝันของคุณใหญ่พอที่เขาจะยอมแลกด้วยทุกอย่าง"
"แต่มันคือหนี้" "มันคือของขวัญที่ยังจ่ายไม่ครบ"
"ถ้าคุณเลิกตอนนี้ งวดที่เขาจ่ายไปทั้งหมดก็สูญเปล่า แต่ถ้าเราสร้างหอดูดาวนั้นขึ้นมาจริงๆ มันจะเป็นหอดูดาวที่พ่อคุณได้สร้างด้วย"
รินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาแดงก่ำ เธอมองชายตรงหน้า ซึ่งอยู่กับเธอมาเกือบปีโดยไม่เคยขอสิ่งใดตอบแทน แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าในห้องแคบๆ ที่มีไฟสีขาวเย็นเยียบนี้ ความอบอุ่นมันมีที่มาจากคนคนนี้เอง
เธอเอื้อมไปจับมือเขาไว้ เป็นครั้งแรก
เดือนที่ 12 เธอกลับไปขัดเลนส์ด้วยความตั้งใจที่ต่างออกไป ทุกชิ้นที่ผ่านมือ เธอเริ่มรู้สึกว่ากำลังขัดแก้วดวงนั้นของพ่ออยู่ด้วย
ปีที่ 2 เป็นปีที่ทั้งคู่เกือบล้ม ต้นถูกปฏิเสธบัตรผ่านเข้าตลาดชั้น 2 เพราะระบบคะแนนชีวิตของเมืองปรับเกณฑ์ใหม่
รินถูกลดชั่วโมงงานเพราะโรงรีไซเคิลเปลี่ยนไปใช้หุ่นยนต์ขัดเลนส์ พวกเขากินข้าวต้มเปล่าด้วยกันหลายสัปดาห์
แต่ทุกวันที่ 1 ก็ยังไปยืนหน้าช่องรับรายงานตรงเวลาเสมอ ไม่เคยพลาดค่างวดสักบาท ไม่เคยก่อหนี้ใหม่สักก้อน
คืนหนึ่ง รินนั่งบนบันไดหนีไฟ มองม่านควันขุ่นข้นที่ปกคลุมเมืองไปจนสุดสายตา "ถ้าวันหนึ่งเราได้ขึ้นไปจริงๆ คุณคิดว่าจะเห็นอะไร"
"ผมคิดว่าจะเห็นคุณร้องไห้" ต้นตอบอย่างไม่ลังเล
"ฉันไม่ร้องไห้ซะหน่อย"
"คุณร้องตอนดูหนังที่ตัวละครเจอกันอีกครั้ง คุณร้องตอนผมซ่อมหนังสือเล่มเก่าเสร็จ" เขายิ้ม "สรุปคือคุณร้องไห้ง่ายมาก และผมชอบที่คุณเป็นแบบนั้น"
เธอตีแขนเขาเบาๆ แล้วพิงไหล่เขาไว้ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
ในที่สุดเดือนที่ 34 ก็มาถึง คะแนนของรินยืนอยู่ที่ 668 ส่วนต้นอยู่ที่ 654 ประวัติการชำระหนี้ของทั้งคู่สะอาดเกลี้ยงทุกงวด ภาระหนี้ต่อรายได้ต่ำพอที่เจ้าหน้าที่ธนาคารชั้น 3 อ่านรายงานแล้วเงยหน้ามองพวกเขาด้วยสายตาอ่อนลง
"ผมไม่ค่อยได้เห็นรายงานแบบนี้จากคนที่เริ่มต้นจากต่ำกว่า 400" เขาว่า "ไม่ได้มาทางลัด ไม่ได้มาทางโชค ผ่านการกู้ร่วมได้ครับ วงเงินเต็มจำนวนที่ขอ พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินสูง"
ต้นหันมามองริน เธอยกมือปิดปาก น้ำตาไหลลงมาอย่างที่เขาทำนายไว้ไม่มีผิด
อีก 2 เดือนต่อมา พวกเขาได้กุญแจบ้านหลังเล็กบนชั้น 4 ที่ดาดฟ้าอยู่เหนือเพดานควันพอดี ในคืนที่ 1 ของการย้ายเข้า ต้นขอให้รินรอสักครู่ แล้วหายเข้าไปในห้องเก็บของ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมลังไม้ใบหนึ่งที่ห่อด้วยผ้าฝ้ายสีครีม
"ผมมีของจะให้" เขาพูด เสียงแหบกว่าปกติ
รินเปิดผ้าออกอย่างช้าๆ ข้างในมีกระจกกลมใบหนึ่งวางนอนอยู่บนฟองน้ำ ผิวมันวาวสะท้อนแสงไฟจนเกือบทำให้เธอลืมหายใจ และข้างกระจกคือหนังสือปกแข็งหนาเล่มหนึ่ง ที่ปกมีรอยกาแฟเป็นวงกลม
เธอจำมันได้ทันที ตั้งแต่ยังไม่ทันแตะ
"นี่มัน..." เธอเงยหน้าขึ้น "ต้น คุณ..."
"ผมรู้จักคุณก่อนวันที่เราเจอกัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบที่สั่นอยู่ข้างใน "เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมไปประมูลของที่ศาลสั่งยึดเพื่อหาหนังสือเก่ามาซ่อม แล้วเจอลังนี้ ข้างในมีกระจกที่ยังไม่เคยใช้ กับแผนที่ดาวเล่มนี้
ในนั้นมีกระดาษพับไว้แผ่นหนึ่ง มันเขียนถึงคนคนหนึ่งชื่อริน ผมอ่านแล้วไม่สามารถวางมันลงได้ ผมใช้เวลาเกือบปีตามหาว่าคุณคือใคร จนรู้ว่าคุณไปตรวจรายงานที่ชานชาลา B7 ทุกวันที่ 1 ผมไปยืนรอหลายเดือนกว่าจะกล้าพูดกับคุณ"
รินหายใจติดขัด มือเปิดแผนที่ดาวหน้าแรก กระดาษแผ่นหนึ่งหล่นลงมา ลายมือที่เธอไม่ได้เห็นมานานเขียนว่า "ถึงรินของพ่อ วันที่ลูกมีหลังคาเป็นของตัวเอง ขอให้ลูกมองขึ้นไปเสมอ ดาวดวงที่ 7 ของลูกไก่ไม่เคยหายไปไหน ลูกแค่ต้องเชื่อก่อนว่ามันมีอยู่"
"ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก" เธอถามทั้งน้ำตา
"เพราะตอนนั้นคุณยังโทษตัวเองอยู่" เขาว่า "ถ้าผมยื่นให้คุณวันนั้น มันจะกลายเป็นของที่คนอื่นให้ ผมอยากให้คุณมีบ้านด้วยมือของคุณเองก่อน ให้คุณรู้ว่าคุณทำได้ แล้วค่อยรับสิ่งที่พ่อฝากไว้ในฐานะลูกสาวที่ผ่านมันมาแล้ว"
"แล้วร้านหนังสือล่ะ" เธอสะอื้น "ความฝันของคุณ"
"ของจริง" เขายิ้ม "ผมไม่ได้โกหกคุณสักคำ เรื่องนั้นคือเรื่องที่ผมกลัวที่สุดว่าจะไม่มีใครเชื่อ แต่คุณเชื่อมาตั้งแต่ 389"
คืนนั้นเป็นคืนที่ 18 ของเดือน ซึ่งเมืองจะหรี่ไฟทั้งชั้นลง 1 ชั่วโมงเพื่อให้ท้องฟ้ามีโอกาสเปิดเป็นช่องบางๆ ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
ทั้งคู่ช่วยกันแบกกระจกและขาตั้งขึ้นไปบนดาดฟ้า ลมเย็นพัดผ่านผมของริน เธอประกอบกล้องด้วยมือที่จำได้เองว่าต้องหมุนตรงไหน แล้วเงยหน้าขึ้น
ม่านควันค่อยๆ แยกออกเหมือนม่านเวทีเปิดฉาก ระหว่างนั้นเองที่ดวงดาวทยอยปรากฏขึ้นทีละดวง เล็กจ้อยแต่ซื่อตรง
"ลูกไก่" รินกระซิบ
"เห็นกี่ดวง" ต้นถาม
เธอนับอย่างช้าๆ ริมฝีปากสั่นไหว “6... 7 ดวง ฉันเห็น 7 ดวง”
ต้นยื่นมือมาประสานนิ้วเข้ากับของเธอ ไม่มีคำพูดอะไรอีก มีเพียงลมหายใจสองคนที่ผสานกัน และท้องฟ้าที่เปิดให้พวกเขาเป็นครั้งแรก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเลข 3 หลักไม่เคยมีอำนาจจะมอบให้ใคร นอกจากคนที่ไม่ยอมเลิกเชื่อว่ามันมีอยู่
นักแสดง ใน เรื่อง สมุดพกแห่งดวงดาว THE LEDGER OF STARS
รินรดา (ริน) | เพศหญิง | อายุ 27 ปี
คนงานกะดึกที่โรงรีไซเคิล ทำหน้าที่ขัดเลนส์เก่า ฝันอยากสร้างหอดูดาวบนดาดฟ้าตั้งแต่อายุ 12 ปี นิสัย อ่อนไหว ร้องไห้ง่าย แต่เข้มแข็งในแบบที่ไม่ประกาศตัว เก็บความรู้สึกไว้ข้างใน และมักโทษตัวเองเมื่อเกิดเรื่องผิดพลาด เชื่อมาตลอดว่าประวัติชำระล่าช้า 7 รายการคือความล้มเหลวของตัวเอง ในช่วงที่พ่อป่วยหนัก
ต้นกล้า (ต้น) | เพศชาย | อายุ 28 ปี
ช่างซ่อมหนังสือกระดาษที่ตลาดชั้น 2 ฝันอยากเปิดร้านหนังสือเล็กๆ ที่มีชั้นไม้จริงและเก้าอี้ให้คนนั่งอ่านจนลืมเวลา นิสัย สุขุม อดทน พูดน้อยแต่พูดแล้วมีน้ำหนัก ช่างสังเกต ใจเย็นพอจะรอจังหวะที่เหมาะสม และรักการอ่านกฎระเบียบจนกลายเป็นคนที่รู้เรื่องระบบเครดิตลึกที่สุด ความลับ รู้จักรินและเก็บของของพ่อเธอไว้ก่อนวันที่ทั้งคู่พบกัน
ตัวละครสมทบ
พ่อของริน (ไม่ระบุชื่อ) | เพศชาย | เสียชีวิตแล้ว
นักดูดาวสมัครเล่นผู้อบอุ่น อ่านแผนที่ดาวให้ลูกฟังทุกคืน ยอมผ่อนกระจกกล้องโทรทรรศน์ให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิดทั้งที่ป่วยหนัก เป็นตัวละครที่ไม่ได้ปรากฏตัว แต่มีบทบาทสำคัญที่สุดของเรื่อง
เจ้าหน้าที่ธนาคารชั้น 3 | เพศชาย
ตัวแทนของระบบที่เห็นคุณค่าของความพยายาม เป็นผู้อนุมัติสินเชื่อให้ทั้งคู่ในฉากสำคัญ
นิยาย
นิยายสั้น
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย