Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SENCE9 : นิยายการเงิน การลงทุน
•
ติดตาม
2 พ.ย. เวลา 07:32 • นิยาย เรื่องสั้น
ยอดผ่อนที่ไม่มีวันหมด The Debt Ledger
เช้าวันหนึ่ง ผู้จัดการสาขาธนาคารถูกพบเป็นศพในบ้านหลังใหม่ราคา 4,900,000 บาท ป้ายประกาศขายยังปักอยู่หน้ารั้ว
บนโต๊ะทำงานมีกระดาษโน้ตแผ่นเดียวเขียนสูตรคำนวณวงเงินกู้ ที่ใครก็รู้จัก
ร้อยตำรวจโทหญิงปวีณา เจ้าหน้าที่สืบสวนคดีเศรษฐกิจ ไล่ตามเส้นทางเงิน 2,300 ล้านบาทมา 2 ปี
และเชื่อว่าศพนี้คือปลายทาง แต่ยิ่งไล่ตัวเลขลึกลงไป เธอยิ่งพบว่าบางสิ่งในบัญชีไม่เคยลงตัว และบางคนอยู่ใกล้เกินกว่าจะมองเห็น
ยอดผ่อนที่ไม่มีวันหมด The Debt Ledger
เช้าวันอังคารที่ 14 ตุลาคม "ร้อยตำรวจโทหญิง ปวีณา" รองสารวัตรกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ยืนอยู่หน้าบ้านเดี่ยว 2 ชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านบางนา และรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ ทั้งที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าไปข้างใน
บ้านหลังนี้เงียบเกินไป
ไม่ใช่ความเงียบของบ้านที่คนไม่อยู่ แต่เป็นความเงียบของบ้านที่คนเพิ่งออกไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ด้วยความรีบร้อนจนลืมปิดไฟโถงบันไดทิ้งไว้
เธอกวาดตามองรอบตัว สนามหญ้าตัดเรียบ ป้ายราคาขายของนายหน้ายังปักค้างอยู่ที่ริมรั้ว เขียนว่า 4,900,000 บาท ผ่อนเดือนละ 23,000 บาท ตัวเลขสีแดงตัวใหญ่ที่ออกแบบมาให้ใครก็ตามที่ขับผ่านรู้สึกว่าฝันนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
"รองฯ ครับ ศพอยู่ในห้องทำงานชั้น 2" "จ่าสิบตำรวจ วีระพงษ์" เพื่อนร่วมทีมที่ร่วมงานกันมา 9 ปี เดินสวนออกมาพร้อมสีหน้าที่เธอเห็นบ่อยเกินไปในช่วงนี้
"ชื่อ อภิชาติ อายุ 41 ผู้จัดการสาขาของธนาคารแห่งหนึ่ง ถูกยิงที่ท้ายทอย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้"
ปวีณาพยักหน้า แต่สายตาไม่ได้อยู่ที่จ่าวีระพงษ์ มันจับอยู่ที่ป้ายราคานั้นต่างหาก
ชื่อของอภิชาติเป็นชื่อที่เธอรู้จักดี เพราะเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ในกระดานไวต์บอร์ดของห้องปฏิบัติการคดี เธอเขียนชื่อเขาไว้ด้วยปากกาสีน้ำเงิน ต่อท้ายด้วยเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ เขาคือคนที่เธอตั้งใจจะเรียกมาให้ปากคำในสัปดาห์หน้า
เขาตายก่อนวันนัด 6 วัน
ห้องทำงานชั้น 2 เต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟที่เย็นชืด อภิชาตินั่งฟุบอยู่บนโต๊ะ แขนข้างหนึ่งห้อยลงข้างเก้าอี้
ปวีณาสวมถุงมือแล้วเดินวนรอบโต๊ะช้าๆ สายตาไล่ไปทีละชิ้น เครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะที่ยังเปิดค้างอยู่ สมุดบัญชีเล่มหนา 3 เล่มที่ถูกวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ติดอยู่ขอบจอคอมพิวเตอร์
บนกระดาษโน้ตเขียนด้วยลายมือเร็วๆ ว่า
30,000 x 0.4 = 12,000 ... 12,000 x 1,000,000 / 7,000 = 1,714,285.71 ประมาณ 1,700,000
เธอขมวดคิ้ว นี่คือสูตรที่ใครก็ตามที่เคยหาข้อมูลเรื่องกู้ซื้อบ้านจะต้องเคยเห็น สูตรประมาณวงเงินกู้แบบง่ายที่สุด ผู้จัดการสาขาธนาคารที่คลุกคลีกับสินเชื่อมานานนับสิบปี ไม่จำเป็นต้องจดสูตรแบบนี้ไว้บนโน้ต
เว้นเสียแต่ว่า เขาไม่ได้จดมันเพื่อตัวเอง
"จ่า" ปวีณาเรียกโดยไม่เงยหน้า "บ้านหลังนี้ราคา 4,900,000 บาท ใช่ไหม"
"ใช่ครับ ผมเช็กกับนายหน้าแล้ว เจ้าของเดิมเพิ่งขายให้อภิชาติเมื่อ 4 เดือนก่อน ตอนนี้เขาประกาศขายต่อ เพราะอะไรไม่ทราบ"
"เงินเดือนผู้จัดการสาขาประมาณเท่าไหร่"
"ราว 85,000 บาทครับ"
เธอเอาปากกาจิ้มเครื่องคิดเลขเบาๆ คำนวณในใจพร้อมกัน 85,000 คูณ 0.4 ได้ 34,000 ต่อเดือน คูณหนึ่งล้านหารเจ็ดพัน ได้วงเงินกู้สูงสุดราว 4,857,000 บาท ใกล้เคียงกับราคาบ้านจนน่าแปลกใจ แต่นั่นคือกรณีที่ไม่มีหนี้อื่นเลย
"ตรวจเครดิตบูโรของเขาได้ไหม"
"ผมขอไปแล้วครับ ผลจะออกบ่ายนี้"
ปวีณามองสมุดบัญชี 3 เล่มนั้นอีกครั้ง แล้วหยิบเล่มบนสุดขึ้นมาเปิด ตัวเลขเรียงเป็นแถวยาว แต่ละแถวคือชื่อลูกค้า ยอดเงินกู้ และยอดผ่อนต่อเดือน ลายมือเป็นของอภิชาติทั้งหมด เธอไล่นิ้วลงมาจนถึงหน้ากลาง แล้วหยุดอยู่ที่แถวหนึ่ง
ผู้กู้รายนั้นเงินเดือน 30,000 บาท ผ่อนรถอยู่เดือนละ 4,000 บาท ได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้าน 3,800,000 บาท
เธอหยุดหายใจไปครึ่งวินาที
ตามสูตรที่เขียนอยู่บนโน้ต คนที่มีรายได้และภาระหนี้เท่านี้ควรได้วงเงินราว 1,140,000 บาทเท่านั้น แต่ธนาคารกลับอนุมัติไปเกือบ 4 เท่า
เกือบ 2 ปีมาแล้วที่ทีมของปวีณาไล่ตามร่องรอยเงินที่หายไปจากระบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งหนึ่ง ตัวเลขรวมที่ปปง. ประเมินไว้คือราว 2,300 ล้านบาท แต่ทุกครั้งที่ไล่ไปถึงปลายทาง เส้นทางการเงินจะขาดลงตรงบริษัทนิติบุคคลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง
เธอเชื่อมาตลอดว่ามีคนในธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ผู้กู้ที่ไม่ควรผ่าน แล้วนำเงินกู้ส่วนเกินไปฟอกผ่านนายหน้าและผู้รับเหมา
อภิชาติคือผู้จัดการสาขาที่ลงนามอนุมัติเรื่องเหล่านั้นมากที่สุด เธอจึงคิดว่าเขาคือหัวหน้าขบวนการ
และตอนนี้เขากลายเป็นศพ
"หรือว่าเขาคิดจะซัดทอดใคร" จ่าวีระพงษ์พูดขึ้นเมื่อเธออธิบายให้ฟัง "แล้วถูกปิดปากก่อน"
"ก็เป็นไปได้" ปวีณาตอบ แต่น้ำเสียงไม่มั่นใจ "แต่ทำไมเขาต้องจดสูตรคำนวณบนกระดาษโน้ต ทำไมต้องซื้อบ้านราคา 4,900,000 บาทในเมื่อเขารู้ดีว่ากำลังจะถูกจับ และทำไมต้องประกาศขายต่อทันที"
ไม่มีใครตอบ
เธอเดินไปที่หน้าต่างและมองลงไปในสวนด้านหลัง ต้นไม้ที่ปลูกใหม่ยังถูกค้ำด้วยไม้ไผ่ มีรอยดินเปียกตรงมุมสนาม เหมือนเพิ่งมีคนขุดอะไรบางอย่างแล้วกลบกลับ
เธอสั่งให้ทีมนิติวิทยาศาสตร์ขุดตรงจุดนั้นทันที
2 ชั่วโมงต่อมา สิ่งที่ถูกฝังไว้ใต้ดินคือกล่องเหล็กใบเล็ก ข้างในมีโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่างประเทศ 2 เล่ม และซองเอกสารที่ปิดผนึกไว้ ชื่อหน้าซองเขียนด้วยลายมือเดียวกับสมุดบัญชี
ถึง ร.ต.ท.หญิง ปวีณา
เธอยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะฉีกซองออก
ข้างในคือจดหมาย 2 หน้า และรายชื่อ 14 รายชื่อ
ถ้าคุณอ่านจดหมายนี้ แปลว่าผมไม่รอดแล้ว ผมรู้ว่าคุณสงสัยผม และคุณก็ไม่ผิด ผมเซ็นอนุมัติสินเชื่อเหล่านั้นจริง แต่ผมไม่ใช่คนสั่ง ผมถูกบังคับให้เซ็น มีคนถือรายชื่อลูกหนี้ปลอมมาให้ทุกเดือน พร้อมกับภาพถ่ายลูกสาวผมตอนเลิกเรียน
บ้านหลังนี้ ผมซื้อเพราะมีคนสั่งให้ซื้อ เขาต้องการให้ผมเป็นเป้า ให้ทุกคนเห็นว่าผู้จัดการสาขาร่ำรวยผิดปกติ วันที่คุณมาถึง ผมต้องเป็นคนเดียวที่ถูกจับ
รายชื่อ 14 คนด้านล่างคือคนที่ผมรู้ว่าเกี่ยวข้อง ลำดับแรกสุดคือคนที่อยู่ในทีมของคุณเอง
ปวีณาเลื่อนสายตาลงไปที่บรรทัดแรกของรายชื่อ
ชื่อนั้นคือ จ.ส.ต. วีระพงษ์
มือของเธอเย็นเฉียบในทันที เสียงรองเท้าบูตของใครบางคนดังขึ้นที่บันไดด้านหลัง
"รองฯ ครับ เจอเอกสารอะไรอีกไหม" เสียงของจ่าวีระพงษ์ นุ่มและเป็นกันเองเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา
เธอพับกระดาษช้าๆ แล้วสอดมันเข้าไปในแจ็กเก็ต ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ
"ไม่มีอะไรสำคัญหรอกจ่า แค่สมุดบัญชีเก่า"
คืนนั้น ปวีณานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ส่องหน้าเธอเป็นสีซีด เธอวางจดหมายของอภิชาติไว้ข้างๆ และเปิดแฟ้มคดีเก่าทั้งหมดที่ผ่านมือจ่าวีระพงษ์
เธอพบสิ่งที่เคยมองข้ามมาตลอด 2 ปี ทุกครั้งที่ทีมใกล้ถึงตัวบริษัทหน้าฉาก เอกสารสำคัญจะรั่วไหลก่อนหมายค้นออกเสมอ เธอเคยโทษว่าเป็นความผิดพลาดของฝ่ายธุรการ เคยโทษว่าธนาคารมีสายข่าว ไม่เคยคิดว่าตัวรั่วจะนั่งอยู่ในรถคันเดียวกับเธอ
เธอตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่เพื่อล่อจับ แต่เพื่อให้ถูกต้องตามกระบวนการ เธอคัดลอกเอกสารทั้งหมดส่งไปยังผู้บัญชาการระดับสูงที่เธอไว้ใจ และเตรียมหมายจับตามขั้นตอนอย่างเงียบที่สุด
แต่ก่อนจะกดส่ง เธอสังเกตเห็นบางอย่างในจดหมาย
ลายมือของอภิชาติ เส้นตัวเลข 7 ในสมุดบัญชีทุกเล่มมีขีดขวางตรงกลางแบบแบบยุโรป แต่ในจดหมายฉบับนี้ ตัวเลข 14 ที่เขียนกำกับจำนวนรายชื่อกลับไม่มีขีด และตัวเลข 7 ในวันที่ท้ายจดหมายก็ไม่มีขีดเช่นกัน
เธอหยิบกระดาษโน้ตที่ถ่ายรูปไว้จากห้องทำงานมาเทียบ สูตรบนโน้ตเขียนด้วยตัวเลข 7 มีขีดขวาง
จดหมายนี้ไม่ได้เขียนโดยอภิชาติ
เธอรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น ใครเป็นคนปลอมจดหมายนี้ขึ้นมา และทำไมต้องชี้ไปที่จ่าวีระพงษ์
คำตอบเดียวที่ฟังขึ้นคือ คนที่ปลอมจดหมายต้องการให้เธอลงมือกับจ่าวีระพงษ์อย่างรีบร้อน ก่อนที่เธอจะได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบ และต้องรู้ด้วยว่าเธอจะเปิดกล่องนั้นเป็นคนแรก
ปวีณาหยิบโทรศัพท์ที่ขุดได้ทั้ง 3 เครื่องขึ้นมา เครื่องที่ 3 มีรหัสผ่านเป็นตัวเลข 6 หลัก เธอลองวันเกิดลูกสาวของอภิชาติ ไม่ผ่าน ลองวันครบรอบแต่งงาน ไม่ผ่าน แล้วจึงนึกถึงสูตรบนโน้ต
เธอพิมพ์ 170000
หน้าจอเปิดออก
ในอัลบั้มภาพมีวิดีโอหนึ่งเรื่องที่บันทึกไว้เมื่อคืนก่อนหน้า อภิชาตินั่งอยู่หน้ากล้อง ใบหน้าซีดเซียวแต่นิ่งสงบ
"ผมรู้ว่าคนที่ผมต้องกลัวไม่ใช่จ่าวีระพงษ์" เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย "เขาเป็นแค่ผู้ส่งสาร แต่คนที่ถือรายชื่อลูกหนี้ปลอมมาให้ผมทุกเดือน คนที่ถ่ายรูปลูกสาวผม..."
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น
ปวีณาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ประตูเปิดออก ผู้บัญชาการที่เธอตั้งใจจะส่งเอกสารไปให้ ยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ยิ้มอย่างอบอุ่นที่เธอเห็นมาตลอดสิบปี
"ปวีณา ผมเห็นไฟห้องคุณยังเปิดอยู่ เลยแวะมาดู" เขาเดินเข้ามาช้าๆ สายตาตกลงบนโทรศัพท์ในมือเธอ "คุณเจออะไรเข้าให้แล้วสินะ"
เธอไม่ได้ตอบ นิ้วโป้งของเธอกดปุ่มส่งไฟล์วิดีโอไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. และสื่อ 3 สำนักพร้อมกันโดยไม่ต้องมองหน้าจอ เหมือนที่เคยฝึกซ้อมไว้เมื่อหลายปีก่อนในวันที่เธอสาบานตน
เสียงแจ้งเตือนว่าส่งสำเร็จดังขึ้นในห้องเงียบ
ผู้บัญชาการยังยิ้มอยู่ แต่ดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มด้วย
"ดีมาก" เขาพูดเบาๆ "แต่คุณรู้ไหมว่าสูตรบนกระดาษโน้ตนั่น อภิชาติไม่ได้เขียนเพื่อบอกรหัสผ่านหรอก เขาเขียนเพื่อบอกว่า วงเงินที่ธนาคารอนุมัติให้ใครก็ตามต้องมีคนรับรองอยู่ข้างหลัง และคนรับรองสินเชื่อ 14 ฉบับนั้นในฐานะผู้กู้ร่วมที่มีรายได้มั่นคงและประวัติการเงินดีเยี่ยม..."
เขาหยุดเล็กน้อย
"คือชื่อของคุณเอง ปวีณา"
ปวีณาตัวแข็งทื่อ ภาพเอกสารเก่าที่เธอเซ็นรับรองให้เพื่อนร่วมรุ่นเมื่อ 3 ปีก่อน ใบหนึ่งที่เธอไม่เคยอ่านรายละเอียด แว่บขึ้นมาในหัวทีละใบ ทีละใบ จนครบ 14 ใบ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การซ้อนแผนให้จ่าวีระพงษ์ แต่คือกับดักที่วางไว้ให้เธอตั้งแต่ต้น ให้เธอเป็นคนไล่ล่า และเป็นผู้ต้องหาในคราวเดียวกัน
เสียงรองเท้าบูตหลายคู่ดังขึ้นที่ปลายทางเดิน และเธอรู้ทันทีว่าในกลุ่มนั้นมีทั้งคนที่มาช่วย และคนที่มาเก็บ
นักแสดง ใน เรื่อง ยอดผ่อนที่ไม่มีวันหมด The Debt Ledger
ร้อยตำรวจโทหญิง ปวีณา (เพศหญิง)
รองสารวัตรกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตัวเอกของเรื่อง เป็นคนละเอียด สุขุม และเชื่อในกระบวนการมากกว่าสัญชาตญาณ สู้ด้วยตัวเลขและเอกสารแทนอาวุธ จุดแข็งคือความช่างสังเกต จุดอ่อนคือความไว้ใจคนใกล้ตัวมากเกินไป และมักเชื่อว่าตัวเองคุมเกมได้ทั้งที่ยังมองไม่เห็นภาพรวม
จ่าสิบตำรวจวีระพงษ์ มณีรัตน์ (เพศชาย)
เพื่อนร่วมทีมที่ร่วมงานกับปวีณามาเก้าปี น้ำเสียงนุ่ม เป็นกันเอง ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้ทุกสถานการณ์ เป็นตัวละครที่ผู้อ่านรู้สึกอบอุ่นและไม่ทันระแวง ความสนิทของเขากับตัวเอกคือสิ่งที่ทำให้ทุกบทสนทนามีน้ำหนักสองชั้น
อภิชาติ ธนะกุล (เพศชาย, 41 ปี)
ผู้จัดการสาขาธนาคาร ผู้ลงนามอนุมัติสินเชื่อมากที่สุด เป็นคนเป็นระเบียบ จดบันทึกทุกอย่าง และหวาดกลัวอย่างเงียบๆ แม้ตายไปแล้ว เขายังเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนเรื่องผ่านร่องรอยที่ทิ้งไว้ ทั้งสมุดบัญชี โน้ต และวิดีโอ
ผู้บัญชาการ (เพศชาย)
ผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ปวีณาเคารพมาตลอดสิบปี สุภาพ อบอุ่น พูดน้อย ใช้รอยยิ้มเป็นเครื่องมือ เป็นภาพแทนของอำนาจที่ไม่ต้องยกเสียง
นิยายสั้น
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย