2 พ.ย. เวลา 03:50 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 213: สิ่งที่บอกได้ก่อนจะพัก

หลังจากอีรินเดินไปยังห้องด้านตะวันออก ห้องสมุดก็เงียบลงตามปกติ
เก้าอี้ข้างหน้าต่างยังว่างอยู่
หนังสือสีเทายังปิดบนโต๊ะ
ขนนกผลึกสีน้ำเงินแซมทองยังวางราบบนกระดาษเปล่า
แก้วน้ำสองใบยังห่างกัน
ไม่มีใครขยับสิ่งใดให้เหมือนมีคนอยู่ตรงนั้น
โคมอำพันในทางเดินยังคงดับ
ประตูไม้เก่ายังคงเปิด
และพื้นว่างระหว่างโคมกับธรณียังไม่ถูกรบกวน
เด็กในผลึกมองเก้าอี้ว่างอยู่ครู่หนึ่ง
มือเงาถ่านของเขาวางนิ่งบนเข่าข้างซ้าย
มือแสงทองอีกข้างพักบนเข่าข้างขวา
แสงนั้นไม่ได้พยายามยืดยาวไปถึงหน้าต่าง
ไม่ได้พยายามแทนที่เงาของอีรินที่เคยอยู่ตรงนั้น
“เขาไปกินมื้อค่ำ” เด็กในผลึกพูด
“ใช่” อาเรียตอบจากชั้นหนังสือฝั่งไกล
“แล้วเขาอาจกลับมา หรืออาจไปพัก”
“ใช่”
เด็กในผลึกมองประตูไม้เปิดอยู่
“ถ้าเขาไม่กลับมา” เขาถาม
“คืนนี้จะต่างจากคืนอื่นไหม?”
อาเรียไม่ได้ตอบทันที
นางวางหนังสือเล่มสุดท้ายลงบนชั้น
เหลือช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างมันกับหนังสือข้างเคียง
“มันอาจต่าง” นางตอบ
“เพราะคืนนี้เขาอาจไม่อยู่ตรงเก้าอี้นั้น”
“แต่ความต่าง ไม่ได้แปลว่ามีสิ่งใดเสียหาย”
“แล้วเก้าอี้จะรู้ไหมว่าไม่มีใครนั่ง?”
อาเรียมองเก้าอี้ข้างหน้าต่าง
“เก้าอี้ไม่ต้องรู้” นางกล่าว
“มันเพียงเป็นเก้าอี้”
“พรุ่งนี้จะมีคนนั่งหรือไม่ มันก็ยังอยู่ตรงนั้น”
เด็กในผลึกเงียบไป
“บางสิ่งอยู่ได้” เขาพูด
“แม้ไม่มีใครคอยบอกให้มันอยู่”
“ใช่”
ในหน้ากระดาษภาพฝน ทางเดินหินยังชื้นเย็น
ประตูไม้ซีดที่ปลายทางเดินยังปิด
เก้าอี้ไม้เล็กยังหันเข้าหากำแพง
พื้นที่แห้งข้างเก้าอี้ยังว่าง
และร่มที่วาดไม่เสร็จยังพิงอยู่ตรงเดิม
เด็กใต้ฝนนั่งอยู่บนพื้นหลังเก้าอี้
แสงในแอ่งน้ำส่องขึ้นมาบางเบา
ทำให้เห็นแนวแก้มและคางชัดกว่าวันก่อนเพียงเล็กน้อย
เส้นผมเปียกยังบังดวงตาไว้
แต่ไม่ได้ปิดใบหน้าทั้งหมดเหมือนก่อน
มือข้างหนึ่งพักบนเข่า
นิ้วโป้งยังห่างจากนิ้วชี้
มืออีกข้างยังอยู่ใต้ชายผ้าคลุม
เห็นเพียงปลายนิ้วสองนิ้ว
กับเงาอ่อนของนิ้วที่สาม
เส้นด้ายยังอยู่ใกล้รองเท้า
แต่ไม่แตะกัน
น้ำเส้นบางไหลผ่านรอยแตก
เลี้ยวหลบก้อนกรวด
ผ่านเม็ดทราย
แล้วแตะขอบใบไม้
ใบไม้ยังไม่เคลื่อน
เด็กผมขาวมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง
“วันนี้ ไม่มีใครอยู่บนเก้าอี้” เขาพูด
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แต่เก้าอี้ก็ไม่ได้หายไป”
“ใช่”
“เด็กใต้ฝนก็ไม่ได้หายไป”
“ใช่”
ผู้เฝ้าคำถามกล่าวเบา ๆ
“บางครั้ง สิ่งที่อยู่ตรงเดิมไม่ได้มีหน้าที่ต้องรอสิ่งอื่นกลับมา”
เด็กผมขาวพยักหน้า
“มันแค่อยู่ตรงเดิม”
“ใช่” เด็กหญิงผู้จดจำตอบ
“แค่อยู่ตรงเดิม”
เมื่อแสงนอกหน้าต่างเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม โคมอื่นในห้องสมุดค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวง
แสงอุ่นตกบนโต๊ะเล็กของอีริน
บนหนังสือปิด
บนขอบแก้วน้ำ
และบนกระดาษเปล่า
แต่โคมเล็กในทางเดินยังคงดับ
จากหลังประตู ไม่มีเสียงเรียกอยู่พักใหญ่
จากนั้น เด็กคนนั้นจึงพูดขึ้น
“อีรินไม่อยู่แล้วใช่ไหม?”
ไม่มีใครตอบในทันที
เรนาอยู่ไกลเกินกว่าจะได้ยิน
อาเรียอยู่ที่ชั้นหนังสืออีกฝั่ง
และไม่มีใครเดินไปยืนใกล้ประตูแทนอีริน
ความเงียบดำเนินไปตามที่มันเป็น
ต่อมาไม่นาน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินฝั่งตะวันออก
ไม่เร่งรีบ
ไม่หนักแน่นเป็นพิเศษ
เพียงเป็นเสียงของคนที่กำลังกลับจากมื้ออาหาร
อีรินเดินกลับมาที่มุมหน้าต่าง
เขาไม่ได้มองเข้าไปในห้องด้านในก่อน
ไม่ได้ตรวจดูว่าโคมยังอยู่หรือไม่
เขาเพียงเห็นเก้าอี้ของตน
เห็นโต๊ะเล็ก
แล้ววางมือแตะพนักเก้าอี้เบา ๆ
“ข้ากลับมาแล้ว” เขาพูด
จากหลังประตู มีความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าไม่ได้ไปพักหรือ?”
“ยังไม่ไป” อีรินตอบ
“ข้ากินมื้อค่ำเสร็จแล้ว และอยากกลับมานั่งตรงนี้อีกสักพัก”
“เพราะข้าเรียกหรือ?”
“ไม่” อีรินตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ข้ายังไม่ได้ยินเจ้าระหว่างอยู่ที่ห้องด้านตะวันออก”
“ข้ากลับมาเพราะข้าอยากกลับมา”
เงียบไปอีกครู่หนึ่ง
“แล้วถ้าข้าไม่ได้พูดอะไรเลย?”
“ข้าก็ยังกลับมาได้” อีรินกล่าว
“และถ้าข้าเลือกไปพัก ข้าก็จะไปพักได้เหมือนกัน”
“มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้าทั้งหมด”
“ไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าเพียงคนเดียว”
เสียงด้านในเบาลง
“ดีหรือไม่ดี?”
อีรินนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง
“บางครั้งอาจทั้งดีและยาก” เขาตอบ
“เพราะเราไม่ต้องรับผิดชอบเวลาของกันและกันทั้งหมด”
“แต่เรายังบอกกันได้ว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน หรือกำลังจะไปไหน เท่าที่เราบอกได้”
เด็กในผลึกฟังอยู่เงียบ ๆ
“เจ้าไม่ได้กลับมาเพื่อทำให้ความเงียบหายไป” เขาพูด
“ไม่”
“แต่เจ้าก็ไม่ได้ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบแทนทุกอย่าง”
“ไม่”
“เจ้าแค่บอกว่าเจ้ากลับมา”
“ใช่”
จากหลังประตู เสียงเด็กคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
“คืนนี้ เจ้าจะไปพักเมื่อไร?”
อีรินมองแสงโคมสะท้อนอยู่ไกลบนพื้น
“ข้าจะนั่งอีกสักพัก” เขาตอบ
“เมื่อเริ่มง่วง ข้าจะบอกเจ้า แล้วกลับไปพัก”
“ก่อนออกไป?”
“ก่อนออกไป”
“แล้วถ้าข้าหลับก่อนล่ะ?”
“เจ้าก็หลับได้” อีรินตอบ
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรอฟังว่าข้าจะไปเมื่อไร”
“แต่ถ้าข้าอยากรู้?”
“ถ้าเจ้ายังตื่นอยู่ ข้าจะบอก”
เงียบไปพักหนึ่ง
“งั้นเจ้าไม่ต้องพูดดังมาก” เด็กคนนั้นกล่าว
“แค่พอให้ได้ยินจากในนี้”
“ได้”
“และไม่ต้องรอให้ข้าตอบ”
“ได้”
อีรินมองหนังสือสีเทาบนโต๊ะ
มันยังปิดอยู่
ไม่มีใครขอให้เปิด
ไม่มีใครต้องการให้เรื่องของเรือและเกาะดำเนินต่อในคืนนี้
เขาจึงวางมือบนตักตามเดิม
“ข้าจะนั่งเงียบ ๆ สักพัก” เขาพูด
ด้านในไม่มีคำตอบ
แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมี
ในหน้ากระดาษภาพฝน เด็กใต้ฝนยังอยู่หลังเก้าอี้ไม้
ประตูไกลยังปิด
เส้นด้ายยังห่างจากรองเท้า
น้ำยังไหลตามรอยแตก
และใบไม้ยังวางอยู่ข้างขอบน้ำ
แต่เงาสะท้อนในแอ่งน้ำค่อย ๆ เคลื่อนผ่านแก้มของเด็กคนนั้น
ก่อนจะจางไปตามแสงที่เปลี่ยน
ไม่ใช่เพราะมีใครจับตาดูทุกการเปลี่ยนแปลง
เพียงเพราะสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนได้
ในเวลาของมันเอง
ต่อมา เมื่อห้องสมุดเงียบลงมากกว่าเดิม อีรินจึงลุกจากเก้าอี้
เขาไม่ได้เก็บหนังสือ
ไม่ได้ย้ายแก้วน้ำ
ไม่ได้แตะโคมอำพัน
เขาหันไปทางประตูเปิด
“ข้าจะไปพักแล้ว” เขาพูดด้วยเสียงเบา
“คืนนี้ข้าจะไม่กลับมาที่มุมหน้าต่างอีก”
มีความเงียบสั้น ๆ
จากนั้นเด็กคนนั้นจึงตอบ
“ได้”
อีรินรอเพียงเท่าที่คำตอบนั้นมาถึง
ไม่รอคำถามอีก
ไม่รอให้ใครต้องกล่าวลาเป็นครั้งที่สอง
“ราตรีสวัสดิ์” เขาพูด
ด้านในเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“ราตรีสวัสดิ์” เสียงนั้นตอบเบามาก
อีรินเดินออกไป
เก้าอี้ข้างหน้าต่างว่างลงอีกครั้ง
แต่หนังสือยังอยู่บนโต๊ะ
โคมยังอยู่ในทางเดิน
ประตูยังเปิด
และห้องสมุดยังคงมีแสงอ่อนจากโคมดวงอื่น
ไม่มีสิ่งใดถูกวางไว้แทนเขา
ไม่มีใครถูกขอให้เฝ้าแทนเขา
ในหน้ากระดาษภาพฝน
เด็กใต้ฝนยังอยู่ที่เดิม
แต่ตรงขอบแก้มที่ผมเปียกเลื่อนออก
มีแสงอ่อนอยู่ชั่วครู่
ก่อนที่ภาพจะกลับไปเงียบตามเดิม
คืนนั้น ไม่มีใครต้องพิสูจน์ว่าเขาจะกลับมาในวันพรุ่งนี้
เพราะคืนนี้
ทุกคนได้รับอนุญาตให้พัก

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา