15 พ.ค. 2020 เวลา 12:00 • ยานยนต์
Carman ยินดีนำเสนอ
EP19 : วิเคราะห์ Honda HRV เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย เมียสามัญประจำบ้านที่ควรมี
*คำเตือน : บทความนี้มีการใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเเละให้เห็นเเง่มุมอีกมุมหนึ่ง มิได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม หากผิดพลาดประการใด ขออภัยครับ
เเบบสรุปสั้นกระชับ
ข้อดี
+ดีไซน์ค่อนข้างเข้ากับคนหลายกลุ่มง่าย
+พื้นที่ภายในกว้างขวางโปร่งสบายเเละขึ้น-ลงง่ายที่สุดในกลุ่ม
+วัสุดภายใน Soft Touch เยอะมาก
+พื้นที่เก็บของใหญ่โตที่สุดในกลุ่ม
+การพับเบาะอเนกประสงค์ที่สุดในโลกนี้
+เครื่องยนต์ทั้งทน เเรงเเละประหยัดสมตัว
+จัดออพชั่นในรุ่น E เเละ EL มาลงตัวดีดูเยอะกว่า Civic 1.8
+มี Panoramic Sunroof ให้ในรุ่น RS
+ภายนอกเเละภายในมีให้เลือกหลายสไตล์บ่งบอกบุคลิก
ข้อเสีย
-ช่วงล่างด้อยที่สุดในกลุ่มเป็น"ช่วงล่างสไตล์ฮอนด้าของเเท้"
-พวงมาลัยในความเร็วสูงเบาเกินไป
-เครื่องยนต์อาจไม่ทันสมัยในยุคนี้
-ดีไซน์เเละฟังก์ชันบางจุดอาจไม่ทันสมัย
-เบาะนั่งด้านหลังยังออกเเบบให้ดีกว่านี้ได้
-อุปกรณ์บางอย่างควรออกเเบบให้ใช้ง่ายกว่านี้
-อุปกรณ์บางอย่างน้อยเกินไป
-ไม่มี Honda Sensing มาเลยในราคาเเบบนี้
-ราคาน่าจะถูกลงได้กว่านี้อีกสักนิดนึง
ความเดิมตอนที่เเล้ว
หลังจากที่เราได้เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Nissan X-Trail 2.5 ไป ใครยังไม่ได้อ่าน คลิกได้ที่นี่ครับ
วันนี้ขอขยับ Size ลงมาพูดถึง Honda HRV นะครับ
หลังจากเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2014 Honda HRV ได้สร้างปรากฎการณ์ยอดขายถล่มทลายโดยกวาดยอดขายไปกว่า 25000 คันในปี 2015 เเละก็ค่อยๆลดลงไปตามกาลเวลา เเต่ก็เป็นผู้นำของกลุ่ม Sumcompact SUV มาโดยตลอด เเม้อาจจะมีช่วงดร็อปโดนเเซงบ้างเเต่สุดท้ายก็กลับมา ขนาดว่าเก่าขนาดนี้ ตัวรถดูเหมือนจะสู้คนอื่นไม่ได้ขนาดนี้ เเต่ยอดขายไตรมาสเเรกปีนี้ก็ยังอยู่ที่ 1 ของกลุ่ม คลิกดูยอดขายที่นี่ครับ
เสริมเล็กน้อยว่า HRV ก็คือการนำเอา Jazz มายกสูง ขยายความกว้างของตัวถัง วางเครื่องของ Civic เเล้วขายในราคา Civic นั้นเอง(พูดง่ายๆว่าคล้ายๆกับของ CRV ที่เอา Civic มายกสูง ขยายความกว้าง วางเครื่องของ Accord เเล้วขายในราคา Accord นั่นเเหละครับ)
โดยมีการ Minorchange ไปเมื่อกลางปี 2018 มีราคาดังนี้ครับ
รุ่น E CVT 949,000
รุ่น EL CVT 1,059,000
รุ่น RS CVT 1,119,000
เเล้ว HRV ที่เเม้จะเก่าขนาดนี้เเต่ทำไมขายดี มีข้อดีข้อเสียอย่างไรกันบ้าง ไปดูกันครับ
ข้อดี
-เเม้ตัวรถจะเปิดตัวมานานเเล้ว เเต่ในเรื่องของดีไซน์นั้น เเม้จะเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล เเต่ต้องบอกเลยครับว่าสำหรับผม HRV ยังดูดีอยู่ เเม้จะไม่ทันสมัยเท่า Toyota CHR/Mazda CX30 เเต่เป็นดีไซน์ที่"ครอบคลุม"กลุ่มลูกค้าได้หลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย วัยรุ่นยันวัยอาวุโส โดยเฉพาะใครที่ชอบเเนวอนุรักษ์นิยมหน่อยๆน่าจะชอบคันนี้ครับ เพราะผสมผสานระหว่างความทันสมัยกับความอนุรักษ์นิยมได้เข้ากันดี โดยเฉพาะกลุ่มหลักของ SUV ที่เป็นรถครอบครัวให้พ่อตาเเม่ยายเนี่ยครับ น่าจะถูกใจดีไซน์ของ HRV มากกว่า
-เเม้ตัวถังภายนอกขนาดจะเล็กกว่า CHR/CX30 เเต่ภายในนี่บอกเลยครับ จุดเด่นของ Honda ที่ใช้ปรัชญา Man Maximum Machine Minimum ทำให้พื้นที่ภายในกว้างขวางโปร่งโล่งสบายที่สุดในกลุ่มซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากมิติความสูงของตัวถังที่สูงกว่าคู่เเข่งทำให้ตำเเหน่งเบาะเเละการเข้า-ออกรถดูง่ายกว่า เเถมการนั่งก็ยังสบายไม่ว่าจะเป็นเบาะหน้าที่นุ่มสบายกว่าคู่เเข่งเเถมพนักพิงศีรษะไม่ดันหัวเหมือน CHR หรือเบาะหลังก็มี legroom ที่ยาวกว่าคู่เเข่งเเถม headroom มาให้เหลือเฟือสำหรับคนสูง 180 เรียกว่าใช้นั่ง 4 คนได้เเบบสบายๆ เเถมเบาะหลังยังสามารถปรับเอนได้ 1 ระดับเพื่อเพิ่มความสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเหมาะสมในการเป็นรถครอบครัวมากที่สุด สามารถใช้งานได้ทั้งบ้าน สุดสัปดาห์พาลูกพาเเฟนไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ครับ
-เเม้คนอาจจะบอกว่า Honda ไม่ได้เด่นเรื่องวัสดุภายในเเต่ใน HRV นี่บอกเลยครับว่ามีวัสดุบุนิ่มมาให้เต็มเลยในทุกจุดที่เราสัมผัสไม่ว่าจะเป็นคอลโซลหน้าที่บุนุ่มคล้ายๆยางนิ่มๆมาให้(เเม้จะเป็นตะเข็บปลอมก็ตาม)คอลโซลกลางด้านข้างก็บุนิ่มเช่นกัน เเถมเเผงประตูหุ้มหนังมาทั้งเเผงเลยครับ จะวางเเขนตรงไหนก็สบาย เรียกได้ว่าช่วยสร้างความ Premium ได้อีกเยอะครับ
-เรื่องพื้นที่เก็บของนี่บอกเลยครับว่า Honda ยี่ห้อนี้เขาชำนาญทั้งพื้นที่ภายในเเละพื้นที่เก็บของที่จุได้ 565 ลิตร พระเจ้าช่วยกล้วยทอดนี่จะใหญ่ไปไหนครับ CX30 จุเเค่ 317 ลิตร ส่วน CHR จุเเค่ 377 ลิตร ซึ่ง HRV สามารถใส่ของได้เยอะกว่ามากครับ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการออกเเบบพื้นที่เก็บของให้มีส่วนเว้าเเละลึกมากที่สุดเลยทำให้ได้พื้นที่เก็บของมาใหญ่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีสัมภาระหรือข้าวของเยอะๆครับ
-ไม่ใช่เเค่พื้นที่ภายในเเละเก็บของใหญ่มากเเล้วนะครับ การพับเบาะนั้นยังน่าอัศจรรย์ เเทบจะเรียกว่าเป็นรถในกลุ่มนี้ที่น่าจะอเนกประสงค์ที่สุดในโลกเเล้ว โดยการพับเบาะนั้นสามารถทำได้ถึง 3 Mode ครับ
1. Utlity Mode-โหมดทั่วไปที่ SUV มีก็คือการพับเบาะเเถว 2 ให้ราบลงไปกับพื้นเพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระอีกเป็นเท่าตัว เเต่สิ่งที่เหนือกว่าคันอื่น คือ "พับเรียบ"ครับ โดยใน HRV นั้นเบาะเเถว 2 กับพื้นที่เก็บของจะเรียบสนิท ทำให้วางสัมภาระได้ดีกว่าของรุ่นอื่นที่พับเบาะเเล้วจะมีขั้นบันไดขึ้นมา
2. Tall Mode-โหมดนี้ทำได้โดยการยกเบาะเเถว 2 ขึ้นครับเเล้วเเขวนไว้ก็จะได้พื้นที่วางของในเเนวสูงที่สามารถวางของสูงๆได้ เช่น กระถางต้นไม้ เป็นต้น
3. Long Mode-โหมดนี้ทำได้โดยการพับเบาะหลังใน Utlity Mode ครับ จากนั้นเลื่อนเบาะหน้าฝั่งซ้ายไปข้างหน้าให้สุดเเล้วพับเอนลงมาครับ เเล้วถอดพนักพิงศีรษะเบาะหน้าออก ก็จะได้พื้นที่วางของในเเนวยาวเเล้วครับ ซึ่งวางของที่มีความยาวเยอะๆได้ เช่น กระดานโต้คลื่น เป็นต้น
ซึ่งการพับเบาะนั้นสามารถทำได้เหมือน Jazz เลยครับ สาเหตุที่ทั้ง 2 ทำเเบบนี้ได้เพราะวางถังน้ำมันไว้ใต้เบาะคู่หน้านั้นเอง จึงทำให้พับเบาะหลังเรียบสนิทเเบบนี้ได้เเถมยังปรับเบาะได้ถึง 3 Mode เรียกว่าเหมาะมากครับสำหรับผู้ที่ใช้งานเเบบอเนกประสงค์สมกับคำว่า SUV จริงๆครับ
-เครื่องยนต์บล็อค R18ZF นี้ 141 เเรงม้า 172 นิวตันเมตร บล็อคเดียวกับ Civic 1.8 ครับ(เเต่ของ Civic เป็น R18Z1 อาจจะปรับจูนต่างกันเล็กน้อย)ก็บอกได้เลยว่าสามารถไล่ CX30 2.0 ได้เเบบไม่ห่างอย่างที่คิดครับ ด้วยความที่เครื่องตัวนี้เเม้จะเก่าเเต่ถือว่า
เซ็ตมาค่อนข้างดี จับคู่กับเกียร์ CVT ก็ถือว่าไหลลื่นได้ดี ตอบสนองตามเท้า เเม้เกียร์จะไม่มีการไล่รอบเหมือน CHR ก็ตาม เเต่อัตราเร่งก็ดีกว่าเนื่องจากน้ำหนักตัวถังที่เบากว่าราวๆ 100 kg ครับ เเถมอัตราการกินน้ำมันก็ไม่ได้ขี้เหร่ คือ พอๆกับ CHR เเต่ดีกว่า CX30 เพราะใช้เครื่องเล็กกว่าเเถมใช้เกียร์ CVT รวมไปถึงความทนทานเเละการดูเเลรักษาที่ไว้ใจได้มาก เพราะเป็นเครื่องเดียวกับ Civic ที่ใช้มาตั้งเเต่ Civic FD ปี 2005 ระบบกลไกลไม่ซับซ้อน อะไหล่เยอะ หายห่วงครับ
-ออพชั่นในรุ่น E เเละ EL ค่อนข้างลงตัวครับ
ในรุ่น E
-ได้ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
-เบาะหนัง(Civic มีในรุ่น EL ขึ้นไป)
-พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันคุมเครื่องเสียงเเละ Bluetooth
-Push Start+Smart Key
-ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเเบบสัมผัส
-ระบบ Criuse Control
-เเป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift(เเต่ Civic ดันเเค่รุ่น Turbo ขึ้นไป)
-เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส 6.8 นิ้ว(Civic มีหน้าจอสัมผัสในรุ่น EL ขึ้นไป) -ABS+EBD+BA+VSA+TCS+HSA+ESS
-เเถมด้วยถุงลม 4 ใบ โดยรวมถือว่าโอเคครับ ดูจะคุ้มค่ากว่า CHR Entry ครับในราคาที่ถูกกว่า 30,000 ด้วย
ส่วนรุ่น EL นั้นคุ้มครับดูหรูหราเพิ่มทั้ง
-ไฟหน้า Full LED(ทำไม Civic ให้เเค่รุ่น Turbo RS น้อ)
-ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
-ไฟตัดหมอกคู่หน้า
-ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-ไฟท้าย LED เเบบ Tube รมดำ
-ภายในตกเเต่ง Piano Black
-เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
-กระจกมองหลังตัดเเสงอัตโนมัติ(Civic มีเฉพาะรุ่น RS ซะงั้น)
-มาตรวัดพร้อมจอ MID
-เพิ่มสวิตซ์พวงมาลัยตั้งค่าจอ MID มาตรวัด
-หน้าจอเครื่องเสียงสัมผัส 7 นิ้ว(ต่างกัน 0.2 นิ้วทำไม? เอาจริงๆก็คล้ายๆกันครับ เวลามองเเทบเเยกไม่ออกครับ)
-ไฟเเต่งหน้าที่เเผงบังเเดด(Civic ไม่มีสักรุ่น)
-ระบบ Walk Away Auto Lock
-ระบบเเสดงภาพมุมอับ Honda Lanewatch
-ม่านถุงลม 2 ใบ(รวมเป็น 6 ใบ)
โดยรวมถือว่าออพชั่นเยอะกว่า CHR MID ครับในราคาเเพงกว่าเเค่ 20,000
-ในรุ่น RS เป็นเพียงคันเดียวในกลุ่มที่มี Panoramic Sunroof มาให้ครับ สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารให้ดูโปร่งโล่ง เเถมไฟส่องสว่างภายในก็เป็น LED ด้วย(ทำไม Civic RS ไม่มีน้อ)ช่วยให้ภายในดูพรีเมี่ยมขึ้นครับ
-HRV มีการปรับปรุงโทนสีภายในห้องโดยสารเมื่อกลางปีที่เเล้ว ทำให้ HRV กลายเป็นรถที่มีให้เลือกหลากหลายการตก
เเต่งมากครับ ใครชอบเเนวไหนเลือกได้เลย
ภายนอก
-รุ่น E เป็นเเบบพื้นฐาน ดูง่ายสบายตาดี
-รุ่น EL เป็นเเนวหรู เพิ่มโครเมียมเข้าไปตามจุดต่างๆ ปรับไฟหน้าเเละไฟท้ายให้ดูหรูขึ้น
-รุ่น RS เป็นเเนวสปอร์ต ชุดเเต่งรอบคัน ลายล้อใหม่เเละสเกิร์ตรอบคัน
ภายใน
-รุ่น E โทนสีดำ ตกเเต่งดำด้าน สบายตาดี
-รุ่น EL ทูโทน โทนสีดำ-เบจตัดกันเหมือน City SV ออกเเนวหรูหรา(ส่วนตัวผมชอบรุ่นนี้ครับ555)
-รุ่น RS สีตัวถังภายนอกสีเเดง/ดำ/ขาวได้ภายในเป็นสีเเดง(สีตัวถังภายนอกอื่นได้ภายในดำ) สปอร์ตเต็มขั้น เเถมเเป้นเบรกเเละคันเร่งสีเงิน หลังคาสีดำ
ทีนี้เรามาดูข้อเสียกันบ้างดีกว่า
-ด้วยความที่ยกพื้นฐานมาจาก Jazz เเถมยกสูงขึ้น ไม่ต้องสืบเลยครับว่าช่วงล่าง HRV นั้นด้อยที่สุดในกลุ่มไม่ว่าจะเป็นความตึงตังในเมืองตามสไตล์ช่วงล่างฮอนด้าของเเท้ที่เเอบมีมากกว่า CHR(เเต่ทั้งคู่ก็ยังนุ่มกว่า CX30 ครับ)เเต่ในความเร็วสูงนั้นชัดเจนครับว่ายวบย้วยสายเป็นปลาเลย สาเหตุเพราะการใช้ช่วงล่างเเบบคานบิดด้านหลังทำให้รถเกิดการเสียอาการได้ง่ายขึ้นเเถมถังน้ำมันที่ไว้ใต้เบาะหน้านั้นในรถยกสูงมีผลต่อการถ่านเทน้ำหนักที่ไม่สมดุล บวกกับตัวรถก็มีความสูงกว่าคู่เเข่งทำให้ภาพรวมช่วงล่าง
ด้อยกว่าคันอื่นในกลุ่มมากครับ
-พวงมาลัยของ HRV นั้นจะคล้ายๆกับ City Gen4, CRV Gen4, Civic FB ครับ กล่าวคือ มีน้ำหนักเบาคล่องมือในการใช้ในเมืองที่ความเร็วต่ำดี เเต่ในการใช้ความเร็วสูงนั้นควรจะมีความหนืดที่มากกว่านี้เพื่อที่จะสามารถควบคุมอาการของรถได้นิ่งเเน่นกว่านี้ ถ้าเทียบกับคู่เเข่งต้องบอกเลยครับว่า
พวงมาลัยคันนี้ก็ด้อยที่สุดในกลุ่มเช่นกัน จึงอาจเหมาะกับการใช้ในเมืองมากที่สุด
-เครื่องยนต์ที่ดีในเเง่ของความทนทานนั้น เเต่ในยุคนี้ก็น่าจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ที่ไม่ใช่เเค่ 1.8 ลิตรบล็อคเดิมครับ น่าจะมีรุ่น Turbo หรือ Hybrid เข้ามาร่วมเเจมบ้างเพื่อเป็นการสร้างจุดขายกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น เช่น CHR ที่ดึง Hybrid เข้ามาครับ
-ดีไซน์บางจุดเเม้จะโอเคเเต่ก็อาจตามหลังคู่เเข่งเขา เช่น มาตรวัดรุ่น E ที่เป็นเเค่จอ LCD ไม่ใช่จอ MID ที่สามารถตั้งค่าได้ที่พวงมาลัยเหมือนรุ่น EL เเละ RS หรือหน้าจอเครื่องเสียงที่จนป่านนี้ก็ยังไม่รองรับ Apple Carplay/Andriod Auto เสียที เเถมยังไม่มีระบบเชื่อมต่อมือถือ Honda Connect ด้วย
-เบาะนั่งด้านหลังยังออกเเบบให้นั่งสบายกว่านี้ได้ด้วยการเพิ่มความยาวเบาะรองนั่งให้ใกล้เคียง City เพิ่มความสูงของพนักพิงหลังให้รองรับหลังได้เต็มหลังมากกว่านี้ รวมถึงที่เท้าเเขนด้านหลังเเบบพับเก็บได้ที่ต้องเรียกว่าที่วางศอกดีกว่าครับเพราะมันสั้นมากเเถมตัวที่เท้าเเขนไม่มีที่ให้วางเเก้วน้ำอีก ก็สรุปว่าพื้นที่ดีเเล้วครับ เเต่ควรจะปรับปรุงตัวเบาะให้ดีกว่านี้ได้อีก
-อุปกรณ์บางอย่าง เช่น ช่องชาร์จไฟสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าดันไปอยู่ด้านล่างซะงั้น โอเคครับ เข้าใจว่าการเป็นคอลโซลกลาง 2 ชั้น(เหมือน Civic)ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของเเละทำให้ดูเรียบร้อยเเต่การใช้งานช่องชาร์จต่างๆทำได้ลำบากพอสมควร ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเเบบสัมผัสเหมือน City Gen4, Jazz GK ข้อดี คือ สวยดูล้ำ เเต่ใช้งานยากครับ เพราะเวลาจะปรับทีนึงต้องก้มลงไปมองทีนึง เเถมตัวเเผงสัมผัสไม่ได้ตอบสนองเร็วขนาดนั้น ทำให้การใช้งานไม่ User Friendly เอาเสียเลย
-รุ่น RS ราคา 1.119 ล้านดันไม่มีออพชั่นบางตัวที่ควรมีทั้งระบบ Navigator, ช่องเเอร์หลัง+ช่องเสียบ USB ผู้โดยสารด้านหลัง(เเม้ Civic RS จะไม่มีก็ตาม),ระบบปรับอากาศอัตโนมัติจนป่านนี้ก็ยังไม่ใช่เเบบ Dual Zone
ในรุ่น RS นั้นไม่มีระบบ Honda Sensing มาให้เลย เเต่ใน Civic RS มีครับระบบดังนี้
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC พร้อมฟังก์ชัน Stop&Go
-ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS
-ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDW
-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
เเต่ HRV RS เเค่เพิ่มระบบเบรก CBTA ที่เบรกที่ความเร็วต่ำไม่เกิน 30 km/h ซึ่งมันน้อยเกินไปครับสำหรับรถเกินล้านในปี 2020 ขณะที่ CHR ใส่ Toyota Safety Sense ส่วน CX30 ใส่ i-Activesense เเต่ HRV ไม่มี ซึ่งคงต้องรอ Gen หน้าเเหละครับ
-ทั้งๆที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ Jazz เเต่ก็เเอบเเปลกใจว่าทำไมราคาเเพงกว่า Civic 1.8 ครับหรือจะเป็นที่ตำเเหน่งการตลาดก็ไม่รู้ ทางที่ถูกควรจะราคาพอๆกับ Civic 1.8 ครับในรุ่น E เเละ EL(หรือเป็นเพราะตั้งราคาไม่ให้ชน BRV)ดังนั้น ราคาของรถน่าจะถูกลงได้กว่านี้อีกสักราวๆ50,000-70,000 ครับ
สรุป-เธอไม่ได้เพอร์เฟ็คที่สุด เเต่เธอใช่ที่สุด
คนที่เรารักหรือชอบนั้นบางทีเขาอาจไม่ใช่คนที่สมบูรณ์เเบบที่สุด เก่งที่สุด มีเเต่ข้อดีไปหมด เขาก็เป็นเเค่คนธรรมดาๆคนนึงที่มีทั้งข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวเอง
เเต่ถ้าเราอยู่ด้วยเเล้วสบายใจ เราคิดกับเขาเกินเพื่อน เรารู้สึกดีๆกับเขา เอาง่ายๆว่าเราชอบเขา ก็จบเเล้วครับ
นี่น่าจะเป็นคำอธิบายได้ดีว่าทำไม HRV ถึงยังขายดี เเม้ตัวรถจะดูเหมือนเทคโนโลยีหลายๆอย่างจะสู้คู่เเข่งที่มาใหม่ไม่ได้
เเต่อย่างที่ผมได้เคยพูดไปใน EP16 ครับเรื่อง SUV ที่คนไทยต้องการ ใครยังไม่ได้อ่าน คลิกได้ที่นี่ครับ
ซึ่ง HRV ตรงเป๊ะเลยครับ คือ เป็นรถที่อเนกประสงค์มาก กว้างขวางนั่งสบาย ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งขับเท่อวดสาว หรือสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัด
อาจด้วยความที่ Honda เป็นยี่ห้อที่มีจุดเด่นเรื่องการจัดสรรพื้นที่ภายในเเละความอเนกประสงค์บวกกับความสบายของผู้โดยสารอยู่เเล้วตั้งเเต่ไหนเเต่ไรมา จึงทำให้จุดเด่นเหล่านี้เหมาะสมกับ SUV เมืองไทยครับ
เพราะ HRV สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้กว้างที่สุดตั้งเเต่วัยรุ่นยันวัยอาวุโสครับ
HRV ก็มีจุดที่ต้องปรับเเก้ ได้เเก่ ฟังก์ชันบางจุดที่ไม่ทันสมัยหรือใช้งานไม่ User Friendly อย่างที่ได้กล่าวไป, เบาะนั่งเเถวสองที่ออกเเบบให้นั่งสบายกว่านี้ได้, พวงมาลัยไวไปในความเร็วสูง, ช่วงล่างที่ต้องหนึบนุ่มเเน่น
กว่านี้, Honda Sensing ที่น่าจะใส่มาให้บ้างในรุ่น RS, เพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำไม่ว่าจะเป็น Turbo หรือ Hybrid หรือราคาที่น่าจะปรับให้ถูกลงได้อีก
กระนั้นถ้าใครต้องการรถที่หน้าตาอนุรักษ์นิยมกึ่งล้ำสมัย ดูน่ารักๆ ขนาดรถกำลังพอดี มีให้เลือกหลากหลายการตกเเต่ง มี Panoramic Sunroof(รุ่น RS) ได้เครื่องยนต์เเละเกียร์ที่ทั้งเเรงเเละประหยัดลงตัวเเถมทนทานดูเเลง่าย ออพชั่นสมเหตุสมผล เเละ Hilight คือ ภายในกว้างขวางนั่งสบายน่านั่งที่สุดในกลุ่มเเถมอเนกประสงค์ทั้งพื้นที่เก็บของเเละการพับเบาะอันน่าอัศจรรย์ใจ
HRV คือคำตอบครับ
สุดท้ายนี้เหมือนเดิมครับ ทุกครั้งที่เจาะลึกรถ Honda ขอฝากถึงทาง Honda ครับที่ผ่านมานั้นในเรื่องของ defect ต่างๆของตัวรถนั้นเรารู้ว่าทาง Honda มีความพยายามในการเเก้ไขเเล้ว เเต่ต้องยอมรับว่าในช่วงตั้งเเต่ปี 2012 ขึ้นมานั้น รถ Honda มี defect จุกจิกค่อนข้างเยอะ มีข้อผิดพลาดในเรื่องที่ไม่ควรเกิด เช่น ยางขอบประตูติดมาไม่ดี การประกอบที่ดูไม่เนี๊ยบ รวมถึงศูนย์บริการที่ดร็อปลงกว่าเมื่อก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยากให้ทาง Honda นำไปปรับปรุงเเก้ไขให้ดีเหมือนยุค 1990 ที่ Honda เข้ามาตลาดเมืองไทยใหม่ๆโดยชูจุดขายเรื่องบริการหลังการขายเเละความทนทานครับ Honda มีวันนี้ได้เพราะวันนั้น ซึ่งอยากให้ Honda ไม่ลืมอดีตของตัวเองครับว่าทำไมถึงมีวันนี้ ย้อนกลับไปดูรากเหง้าของตัวเองสมัยก่อนเเละไม่ละทิ้งมัน ในฐานะที่เป็นเเฟน Honda คือ ไม่อยากให้ Honda ด้อยลงเพราะเรื่องเเบบนี้ครับ อยากให้ Honda นำไปเเก้ไข ดู
จากเเฟนของ Honda อย่าง Izuzu เป็นตัวอย่างที่เขามีศูนย์บริการที่ดีมากที่สุดเลยก็ว่าได้ในทุกเเบรนด์ เรื่องของความทนทาน ไว้ใจได้ เเละเอาใจใส่ลูกค้า เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เขาเป็นยักษ์ใหญ่เบอร์ 2 ในตลาดรวมมาหลายสิบปีจนถึงทุกวันนี้ คนซื้อก็พากันติดอกติดใจ ส่วน Honda ที่ทุกวันนี้รถขายได้เพราะตัวรถครับ รวมถึงความเชื่อเรื่องศูนย์บริการดี เเต่ถ้าในอนาคต Honda ไม่ได้ปรับปรุงเรื่องนี้อาจทำให้ตำเเหน่งยักษ์เบอร์ 3 ในตลาดรวมที่ตัวเองครองมาตั้งเเต่ช่วงปี 2000 เเละเจ้าตลาดรถเก๋งสูญเสียไปเเบบกู่ไม่กลับเหมือนยี่ห้ออื่นๆในสมัยก่อนครับ ถ้าปรับปรุงเรื่องบริการเเละความทนทานได้เเละตัวรถยังคงทำมาดีขึ้นเรื่อยๆต่อไปเเบบที่กำลังทำอยู่จะทำให้ Honda ยั่งยืนเเข็งเเกร่งในเมืองไทยตลอดกาลครับ
เเละทั้งหมดนั่นละครับ คือ การเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Honda HRV
อย่าลืมนะครับ ถ้าชอบบทความเเบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ กดฟอลโลว์กันนะครับ
ติดตามบทความย้อนหลังของ Carman ที่นี่
อีกช่องทางการติดตาม
IG : Blockdit_Carman
ไปกดไลค์ กดฟอลโลว์กันได้นะครับ
ใครมีความรู้สึกยังไง, มีข้อเสนอเเนะสามารถคอมเม้นลงมาที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ
เวลาใหม่!!!
ติดตามบทความใหม่ทุก EP ของ Carman
ทุกวันจันทร์เเละวันศุกร์ เวลา 19.00
วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
เครดิตข้อมูลเเละรูปภาพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา