บางการเดินทางเกิดจากความจำเป็น บางการเดินทางเกิดจากความอยากรู้ แต่สำหรับฉัน... การเดินทางในเล่มนี้ เกิดจากความเงียบ ในใจ ที่อยากฟังเสียงของตนเองให้ชัดขึ้น ฉันไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความตื่นเต้น ไม่ใช่นักเขียนที่มองหาภาพสวยเพื่อบันทึก หากแต่เป็นเพียง “ผู้เดินทาง” ที่ก้มหน้ามองเงาตนเอง ในทุกย่างก้าวที่ผ่านเส้นทางและเขียนทุกถ้อยคำจากหัวใจที่เปลือยเปล่า จดหมายถึงปลายฟ้า ไม่ใช่เพียงจดหมายถึงสถานที่หนึ่งหรือใครสักคนแต่มันคือจดหมายถึงตัวเองในวันที่อ่อนแอ วันที่หายใจเหนื่อย วันที่หัวใจต้องการอ้อมกอดจากธรรมชาติ และบางครั้ง…จากคำปลอบโยนที่ไม่มีเสียงตอบกลับ ขอขอบคุณทุกสถานที่ที่ฉันได้ไปเยือน ขอบคุณผู้คนธรรมดาที่ทำให้หัวใจฉันสว่างขึ้นทีละน้อย ขอบคุณความเงียบ ความเหงา ความเปลี่ยว และความไม่สมบูรณ์แบบ ที่ทำให้การเดินทางนี้มีความหมายยิ่งขึ้นกว่าที่คิด หากจดหมายเล่มนี้จะช่วยปลอบใครสักคน ให้ใจเขานุ่มลง ให้เขายิ้มบางๆ กับชีวิต ฉันก็ถือว่าการเดินทางของฉัน...ได้เดินทางถึงแล้วจริงๆ ด้วยหัวใจ ปลาย-ดาว ผู้เดินช้าๆ ใต้ฟ้าเดียวกัน
ในห้วงหนึ่งของชีวิต เราต่างเคยมีวันที่ไม่สมบูรณ์ วันที่หัวใจไม่แน่ใจว่าตัวเองมีคุณค่าพอจะอยู่ต่อไปหรือเปล่า "ปลายดาว A story" เล่มนี้ จึงเกิดขึ้นจากความรู้สึกเล็ก ๆ ที่อยากวางมือเบา ๆ ไว้บนบ่าของใครสักคน กระซิบให้ได้ยิน… ว่า “คุณยังมีคุณค่า แม้ในวันที่คุณเองไม่เห็น” ทุกถ้อยคำ ทุกเรื่องเล่าในเล่มนี้ เป็นเศษเสี้ยวจากชีวิตจริงของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง — ปลายดาว เธอไม่ได้สว่างไสวเหมือนดวงดาวบนฟ้า แต่อยู่ในปลายฟ้าอันเงียบงาม ที่ใครได้แหงนมอง ก็อาจได้รับความอบอุ่นใจอย่างไม่รู้ตัว หากวันนี้คุณเหนื่อย… จงเปิดหนังสือเล่มนี้เบา ๆ เหมือนเปิดหน้าต่างรับแสงแดด ปล่อยให้เรื่องราวในเล่มโอบอุ้มใจคุณ เหมือนถ้วยชาอุ่น ๆ ในยามเช้า ไม่ต้องรีบอ่านให้จบ แค่อยู่กับมันอย่างที่คุณเป็นก็พอแล้ว ด้วยรักและแสงใจ จาก... ปลายดาวอินฟินิตี้ #ซีรี่ย์ "ตื่นรู้"
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นจากจินตนาการ แต่มาจากชีวิตจริง… จากบ้านหลังหนึ่งในชนบท จากพ่อ แม่ และความลำบากที่หล่อหลอมฉันให้เติบโตมาอย่างที่เป็นอยู่วันนี้ ฉันเติบโตมากับดิน กลิ่นข้าว กลิ่นเหงื่อ และเสียงลมหายใจของครอบครัวที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความจน บ้านของเราไม่เคยหรูหรา ไม่มีน้ำประปา ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนบ้านในเมือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยขาด—คือความรัก และความพยายามของพ่อกับแม่ พ่อไม่ใช่คนที่สอนด้วยคำพูดสวยหรู แต่สอนด้วยการลงมือทำให้ดูทุกวัน แม่ไม่เคยสอนให้ฉันฝันสูงด้วยถ้อยคำยิ่งใหญ่ แต่สอนด้วยการลุกขึ้นทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อให้ลูกมีโอกาสไปยืนในโลกที่กว้างกว่าเดิม วัยเด็กของฉันเต็มไปด้วยงานบ้าน การขายของ การช่วยพ่อทำนา การตื่นเช้า การอดทน และการเรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้แจกทุกอย่างให้เราอย่างง่ายดาย หลายความทรงจำอาจดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่สำหรับฉัน มันคือรากของชีวิต คือที่มาของความเข้มแข็ง และคือเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่เคยลืมว่าฉันมาจากไหน “เพื่อนในวัยเด็กที่หายไป” ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่คือความทรงจำร่วมของใครหลายคนที่เติบโตมากับความลำบาก กับบ้านที่อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยหัวใจของคนในครอบครัว หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้น เพื่อบันทึกพ่อ… ผู้เป็นทั้งร่มเงาและแรงผลัก เพื่อบันทึกบ้าน… ที่แม้เก่าและจน แต่ไม่เคยทอดทิ้งความอบอุ่น และเพื่อบันทึกตัวตนของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่เดินผ่านความลำบากมาด้วยสองมือเปล่า และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ หากขณะอ่าน… คุณได้กลิ่นดิน กลิ่นข้าว ได้ยินเสียงพ่อ เสียงแม่ หรือเผลอย้อนกลับไปคิดถึงบ้านในวัยเด็กของตัวเอง นั่นแปลว่า “เพื่อนในวัยเด็ก” ของคุณ อาจยังไม่เคยหายไปไหน… เพียงแค่รอให้คุณหันกลับไปมองอีกครั้ง ด้วยความทรงจำทั้งหมดของฉัน ปลายดาวอินฟินิตี้— ผู้เขียน
รวม one page นิติกรรมและสัญญา
บางครั้ง... ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากวันแรกที่เราพบกัน แต่อาจเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “หัวใจ” คืออะไร มีใครบางคนในชีวิตของเรา ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เพียงได้ยินชื่อเขา หัวใจก็ยังเต้นในจังหวะเดิม และแม้กาลเวลาจะพัดพาให้เราเติบโตแยกทาง แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับไม่เคยเลือนหายไปจากใจเลย “สุดปลายฟ้าที่มีเธอ” คือเรื่องราวของ ฟ้า และ พีท สองหัวใจที่เคยเติบโตเคียงกันในเมืองเล็กริมทะเล ก่อนจะพลัดพรากด้วยเส้นทางชีวิตที่แตกต่าง และกลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องราวของตัวเอง ในคลื่นของวันวานและเสียงหัวใจที่ไม่เคยเงียบ ทั้งคู่จะได้เรียนรู้ว่า — รักแท้ไม่ใช่การรอคอยที่สิ้นสุด แต่คือ “การได้พบอีกครั้ง” เมื่อเราพร้อมจะรัก... ด้วยหัวใจที่เข้าใจมากกว่าเดิม เพราะบางครั้ง “สุดปลายฟ้า” อาจไม่ใช่ที่ที่ไกลสุดสายตา แต่อยู่ตรงที่หัวใจของเรายังมี “ใครคนหนึ่ง” อยู่เสมอ นลินฟ้า พิมพ์สกุล — ผู้เขียน