หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นจากจินตนาการ แต่มาจากชีวิตจริง… จากบ้านหลังหนึ่งในชนบท จากพ่อ แม่ และความลำบากที่หล่อหลอมฉันให้เติบโตมาอย่างที่เป็นอยู่วันนี้ ฉันเติบโตมากับดิน กลิ่นข้าว กลิ่นเหงื่อ และเสียงลมหายใจของครอบครัวที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความจน บ้านของเราไม่เคยหรูหรา ไม่มีน้ำประปา ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนบ้านในเมือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยขาด—คือความรัก และความพยายามของพ่อกับแม่ พ่อไม่ใช่คนที่สอนด้วยคำพูดสวยหรู แต่สอนด้วยการลงมือทำให้ดูทุกวัน แม่ไม่เคยสอนให้ฉันฝันสูงด้วยถ้อยคำยิ่งใหญ่ แต่สอนด้วยการลุกขึ้นทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อให้ลูกมีโอกาสไปยืนในโลกที่กว้างกว่าเดิม วัยเด็กของฉันเต็มไปด้วยงานบ้าน การขายของ การช่วยพ่อทำนา การตื่นเช้า การอดทน และการเรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้แจกทุกอย่างให้เราอย่างง่ายดาย หลายความทรงจำอาจดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่สำหรับฉัน มันคือรากของชีวิต คือที่มาของความเข้มแข็ง และคือเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่เคยลืมว่าฉันมาจากไหน “เพื่อนในวัยเด็กที่หายไป” ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่คือความทรงจำร่วมของใครหลายคนที่เติบโตมากับความลำบาก กับบ้านที่อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยหัวใจของคนในครอบครัว หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้น เพื่อบันทึกพ่อ… ผู้เป็นทั้งร่มเงาและแรงผลัก เพื่อบันทึกบ้าน… ที่แม้เก่าและจน แต่ไม่เคยทอดทิ้งความอบอุ่น และเพื่อบันทึกตัวตนของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ที่เดินผ่านความลำบากมาด้วยสองมือเปล่า และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ หากขณะอ่าน… คุณได้กลิ่นดิน กลิ่นข้าว ได้ยินเสียงพ่อ เสียงแม่ หรือเผลอย้อนกลับไปคิดถึงบ้านในวัยเด็กของตัวเอง นั่นแปลว่า “เพื่อนในวัยเด็ก” ของคุณ อาจยังไม่เคยหายไปไหน… เพียงแค่รอให้คุณหันกลับไปมองอีกครั้ง ด้วยความทรงจำทั้งหมดของฉัน ปลายดาวอินฟินิตี้— ผู้เขียน
รวม one page นิติกรรมและสัญญา
บางครั้ง... ความรักไม่ได้เริ่มต้นจากวันแรกที่เราพบกัน แต่อาจเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “หัวใจ” คืออะไร มีใครบางคนในชีวิตของเรา ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เพียงได้ยินชื่อเขา หัวใจก็ยังเต้นในจังหวะเดิม และแม้กาลเวลาจะพัดพาให้เราเติบโตแยกทาง แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับไม่เคยเลือนหายไปจากใจเลย “สุดปลายฟ้าที่มีเธอ” คือเรื่องราวของ ฟ้า และ พีท สองหัวใจที่เคยเติบโตเคียงกันในเมืองเล็กริมทะเล ก่อนจะพลัดพรากด้วยเส้นทางชีวิตที่แตกต่าง และกลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องราวของตัวเอง ในคลื่นของวันวานและเสียงหัวใจที่ไม่เคยเงียบ ทั้งคู่จะได้เรียนรู้ว่า — รักแท้ไม่ใช่การรอคอยที่สิ้นสุด แต่คือ “การได้พบอีกครั้ง” เมื่อเราพร้อมจะรัก... ด้วยหัวใจที่เข้าใจมากกว่าเดิม เพราะบางครั้ง “สุดปลายฟ้า” อาจไม่ใช่ที่ที่ไกลสุดสายตา แต่อยู่ตรงที่หัวใจของเรายังมี “ใครคนหนึ่ง” อยู่เสมอ นลินฟ้า พิมพ์สกุล — ผู้เขียน
“บางครั้ง ความเงียบ...ก็เขียนเรื่องราวของหัวใจได้ไพเราะกว่าคำพูด” เราทุกคนต่างมี "ใครบางคน" ที่หัวใจยังเขียนถึง แม้เวลาจะพาให้เดินแยกกันไกลแค่ไหน เรื่องราวในเล่มนี้เริ่มต้นจากจดหมายเก่าฉบับหนึ่ง... ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงประโยคสั้น ๆ ที่ว่า “หัวใจยังเขียนถึงเธอ” ฉันเชื่อว่าในชีวิตจริงของหลายคน อาจเคยมีข้อความบางอย่างที่ไม่เคยถูกส่งออกไป บางความรู้สึกที่ไม่เคยถูกเอ่ย และบางคนที่เราไม่อาจลืม แม้ไม่พบกันอีกเลย “หัวใจยังเขียนถึงเรา” จึงไม่ใช่แค่นิยายรักของชายหญิงคู่หนึ่ง แต่คือบันทึกของหัวใจที่ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า รัก...ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใหญ่โต แค่กล้าอยู่ข้างกันในวันที่ธรรมดา และยังอยากเขียนถึงกัน…แม้ไม่มีตอนจบที่สมบูรณ์ ทุกตัวอักษรในเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยความอ่อนโยน ด้วยความตั้งใจจะฝากไว้ให้ใครสักคนที่ยัง “รอ” และอาจจะได้พบคำตอบของหัวใจตัวเองในหน้าหนึ่งของเรื่องนี้ ขอบคุณทุกดวงใจที่ยังเชื่อในความงามของความรัก ไม่ว่าจะผ่านมากี่ฤดูฝน ขอให้ทุกหยดน้ำในเรื่องนี้ กลั่นออกมาเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ในใจคุณนะคะ �� ด้วยรักและศรัทธาในความอบอุ่นของมนุษย์, – ผู้เขียน “หัวใจยังเขียนถึงเรา” –
เสียงฝน... บางครั้งก็เหมือนเสียงของใจ ตกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนเราไม่แน่ใจว่า…มันคือความเศร้า หรือความอบอุ่นกันแน่ นิยายเรื่อง “ในแสงใจ... มีเงาฝัน” เกิดจากความตั้งใจอยากเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ที่เติบโตอย่างเงียบงัน ไม่เร่งรีบ ไม่หวือหวา แต่แนบแน่นทีละนิด คล้ายกลิ่นหอมของกาแฟในเช้าฝนพรำ หรือรอยยิ้มบางเบาจากคนที่เข้าใจ...โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ขอบคุณทุกแรงบันดาลใจจากวันฝนตก จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ และจากหัวใจที่ยังเชื่อว่า... ความรักที่ไม่เร่งรีบ คือความรักที่ยาวนาน ขอให้ทุกคนเจอ “แสงใจ” ของตัวเอง ไม่ว่าเงาฝนนั้นจะยาวนานเพียงใด ด้วยใจ นลินฟ้า พิมพ์สกุล