มีบัญชีอยู่แล้ว?
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ตอนที่ 1 : Facemash (The Beginning)
ถามว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดของการก่อกำเนิดของ facebook นั้น ต้องย้อนกลับไปที่ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ดในปี 2003
Facemash the beginning
มาร์ค ถือเป็น อัจฉริยะ คนหนึ่งในด้านคอมพิวเตอร์ ที่หลายคนรู้จักดีในฮาร์วาร์ด เค้าเคยสร้าง plugin ของ media player เพื่อหา playlist ตามรสนิยมของผู้ใช้ ในชื่อ Synapse
synapse ที่แจกให้ใช้ฟรี
ซึ่ง มีบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายติดต่อที่จะมาซื้อ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ แต่ มาร์ค กลับปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรี โดยมีข่าวว่า microsoft เคยยื่นข้อเสนอกว่า 1 ล้านเหรียญ เพื่อ ซื้อ software ตัวดังกล่าว แต่ก็ถูกปฏิเสธไป
ต้องเรียกว่า indy มาตั้งแต่เด็กเลยสำหรับตัว มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กเอง  ซึ่ง ฮาร์วาร์ดนั้นเป็น มหาวิทยาลัย อันดับต้น ๆ ของโลกที่ นักเรียนทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะเข้าให้ได้ แต่ไม่ได้เป็นปัญหาด้วยความอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ของ มาร์คมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ความยากของการเรียนที่ฮาร์วาร์ด นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของ มาร์คเลย
แต่ปัญหาที่แท้จริง คือ การเข้าสังคมมากกว่า เพราะ ฮาร์วาร์ด เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลาย และมีแต่คนเก่งๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่นั้น เก่งทั้งการเรียน ทั้งกิจกรรม หรือ กีฬา ทำให้อัจฉริยะแบบมาร์ค นั้น ไม่ได้ฉายแววโดดเด่น เป็นคนดังในมหาลัยแต่อย่างใด
mark zuckerberg และ eduardo saverin
ดูเหมือนเพื่อนสนิท ที่สุดที่ดูจะถูกชะตากับมาร์ค นั้นน่าจะเป็น เอ็ดวาร์โด ซาเวริน คนที่จะมามีบทบาทสำคัญต่อ มาร์ค ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันจากงาน ปาร์ตี้ ของกลุ่มชาวยิว ในมหาวิทยาลัย และ ดู เอ็ดวาร์โด ซาเวริน นั้นจะถูกชะตามาร์ค ตั้งแต่พบ แม้มาร์ค นั้นจะดูแปลกแยก เหมือนจะไม่ค่อยเข้าสังคมอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนซี้กันจนได้
การเกิดขึ้นของ Facemash
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนกับการเกิดขึ้นของ facemash จากการที่ มาร์ค ถูกผู้หญิงทิ้ง แล้วต้องการที่จะทำบางอย่างเพื่อลบความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น บวกกับฤทธิ์ แอลกอฮอล์
ด้วยความอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ ก็เลยคิด idea แปลก  ๆ ขึ้นมา โดย มาร์ค ได้ทำการสร้าง เว๊บไซต์ เปรียบเทียบหน้าของผู้หญิง แล้วให้โหวต ว่าใคร hot สุด โดยจะ random หน้าของสาว ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วทำการคำนวนผ่าน algorithm ที่เค้าคิดขึ้น
ปัญหาคือจะเอารูปของนักศึกษาในมหาลัยมาจากไหน แต่ ด้วยความเป็น hacker เป็นทุนเดิมอยู่แล้วของ มาร์ค จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ในการที่จะไป ดูดเอารูปมาจากเว๊บไซต์ ประจำหอพักต่าง ๆ ของมหาลัย ซึ่งมีการเก็บข้อมูลแยกกันอยู่ และ ไม่ได้มีการวางระบบ Security ไว้อย่างแน่นหนาพอ
มาร์ค ใช้เวลาเพียงไม่นาน โดยระหว่างเขียน code ก็ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปด้วย แล้วก็ทำทุกอย่างเสร็จ ซึ่ง idea ตอนแรกที่เค้าเขียนไว้ใน blog ส่วนตัวนั้น เค้าโมโห ถึงขนาดว่าจะเอารูปหน้าคนไปเปรียบเทียบกับสัตว์เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้ทำมันในเว๊บจริง ๆ ของ facemash
แต่สุดท้าย เค้าก็ไม่ได้อยากให้มันเผยแพร่กระจายไปทั่วมหาลัยเลย เพียงแค่ส่ง link ไปให้เพื่อนไม่กี่คนของเขา เพื่อให้ดูว่ามันเจ๋งแค่ไหนเท่านั้น และเค้าก็ปล่อย server วางไว้อย่างงั้น จนข้ามวัน
1
พลังของ Network
ผ่านพ้นคืนนั้นไป ได้ มาร์คก็ไปเรียนเป็นปรกติ แต่สิ่งที่ผิดปรกติคือ เริ่มมีคนมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ไป จนเมื่อกลับมาถึงห้องพัก พบว่าคอมพิวเตอร์ที่วางตัวเป็น server นั้นเริ่มค้าง มาร์คมองไปที่หน้าจอแล้วพบว่า traffic ของ facemash ที่เค้าทำไว้เมื่อคืนนั้น มีคนเข้ามาใช้งานอย่างมหาศาล ทำให้เค้าถึงกับเข่าทรุดไปเลยทีเดียว
การส่ง link ไปให้เพื่อนเพียงไม่กี่คนผ่าน email ในตอนแรกนั้น ถูก forward ต่อกระจายไปยังหลาย mailing list ของมหาลัยฮาร์วาร์ด ในคืนนั้น มีผู้คนเข้ามาใช้งาน facemash ถึงกว่า 22,000 ครั้ง และกลายเป็นว่าทำให้มีคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก กับการกระทำของ มาร์ค ในครั้งนี้
พลังแห่งการ broadcast แค่ forward mail ยัง effect ได้ถึงขนาดนี้
แม้ผู้ชาย จะเล่น facemash กันอย่างสนุกสนานทั้งมหาลัย แต่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยสำหรับผู้หญิงทั่วมหาลัย กลายเป็นว่า ตัว facemash มันมีผลต่อการเหยียดเชื้อชาติ สีผิว กับการเปรียบเทียบรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในที่สุด
สุดท้ายมาร์ค ก็โดน ทัณฑ์บน ห้ามทำเรื่องเสียหายแบบนี้อีก ไม่งั้นจะถูกไล่ออก แต่ หนังสือพิมพ์ชื่อดังของฮาร์วาร์ด อย่าง เดอะ คริมสัน ก็ลงข่าวเรื่องนี้ ทำให้ชื่อเสียงมาร์ค กระจายไปทั่วมหาลัย แต่ไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่มาร์คต้องการ กลับกลายเป็น คนที่ผู้หญิงทั้งมหาลัยยี้ ภายในคืนเดียว ด้วยความไม่ตั้งใจ
ถามว่าทำไม facemash ถึงเป็นจุดเริ่มต้น ก็เพราะมันทำให้ มาร์ค ได้เห็นถึงพลังของเครือข่าย แม้จะเป็นแค่เครือข่ายที่ทำการส่ง forward mail ยังทำให้ คนเข้ามาใช้จน server พังได้ และที่สำคัญ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้ไปพบตัวละครสำคัญ ของ idea เริ่มต้นแรกในการทำ platform social network  ของสองพี่น้อง winklevoss ที่จะเล่าในตอนต่อไป
อ่าน ตอนที่ 2 : Harvard Connection (Exclusive Social Network)
Credit แหล่งข้อมูลบทความ
ช่องทางติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
อ่านเพิ่มเติม
https://m.facebook.com/tharadhol.blog

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    นายช่างสำรวจ
    ตามต่อเป็นซีรี่ย์ที่ 3 ครับ ติดหนึบเลย
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      Khabane Lame อายุ 21 ปี เกิดที่เซเนกัล ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่อิตาลี เค้าเริ่มต้นใช้ TikTok เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่กำลังตกงาน ไม่มีอะไรทำ แต่ระหว่างที่กำลังหางานใหม่ เค้าเกิดไอเดียทำคลิป React ล้อเลียนคลิปวิดีโอของคนอื่น ที่ปกติจะทำเรื่องที่ง่ายอยู่แล้วให้ยากและซับซ้อนกว่าเดิมในรูปแบบกวนๆ และนำมาเปรียบเทียบกับวิธีของเขาที่ง่ายกว่าของเค้า พร้อมกับการแสดงสีหน้านิ่ง เบื่อหน่าย ประมาณว่า “แค่นี้ก็ต้องให้สอน” ซึ่งนี่แหละยิ่งทำให้เรียกเสียงฮาจากผู้คน ถึงขนาดที่ว่าหลายคนชอบนำภาพสีหน้าเบื่อหน่ายไปทำเป็นมีมต่าง ๆ รวมถึงวิดีโอของเขาก็ยังถูกแพร่หลายในโลกโซเชียล จนตอนนี้เขามีแฟนคลับอยู่แทบทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว
      ทำความรู้จักอีกหนึ่ง Top Tech Company ของไทย “เทนเซ็นต์ ประเทศไทย” ผู้ครองอาณาจักรเอนเตอร์เทนเมนต์แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศ และมี Cloud Solutions ระดับเวิลด์คลาส กับก้าวต่อไปในการขยายธุรกิจสู่ตลาด SEA ที่น่าจับตามอง | ลงทุนTECH
      สู้ไม่ไหว ก็ล้มซะเลย! Johnson & Johnson ให้บริษัทลูกยื่น ‘ล้มละลาย’ ในคดีแป้งฝุ่นก่อมะเร็ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เป็นข่าวใหญ่โตอย่างมาก เมื่อมีผู้หญิงกว่า 1,000 คนรวมตัวกันฟ้อง Johnson & Johnson หรือ J&J ในข้อหาปิดบังความเสี่ยงในการก่อมะเร็งของแป้งเด็กที่บริษัทผลิต ทั้งยังมีการโฆษณาว่าปลอดภัยต่อการใช้งาน หลังจากที่มีผู้หญิงชื่อว่า ฟ็อกซ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ในปี 2015 จากแร่ใยหินที่ปนเปื้อนอยู่ในแป้งเด็กของ J&J
      เมื่อเลือกไม่ได้ และอยากใช้ภาษาญี่ปุ่นช่วย 😁 ในเวลาที่ตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างเองไม่ได้ การเด็ดกลีบดอกไม้เพื่อช่วยในการตัดสินใจก็ดีเหมือนกันนะคะ 😁 เช่นแบบว่า นับกลีบดอกไม้เพื่อเลือกว่าจะรักใครดี เอหรือบี เอ หรือ บี เอ บี รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก 😂 การใช้ตัวช่วยแบบนี้ในภาษาญี่ปุ่นก็มีเหมือนกันค่ะ เป็นการนับง่าย ๆ เด็ก ๆ ชอบเล่นกัน วิธีเล่นก็จะชี้นิ้วไปที่สิ่งที่จะเลือกแต่ละอัน แล้วพูดว่า ... どれにしようかな 天の神様の言う通り (ど-れ-に-し-よ-う-か-な-て-ん-の-か-み-さ-ま-の-い-う-と-お-り) (โดะ เระ นิ ชิ โย อุ คะ นะ เทน โนะ คะ มิ ซะ มะ โนะ อิ อู โทะ โอะ ริ ) แปลว่า เอาอันไหนดีน๊า ทำตามที่เทพสวรรค์บอก (ละกัน) ☺️ พอคำสุดท้าย (คำว่า ริ) หยุดที่อันไหนก็แปลว่า เทพสวรรค์บอกให้เลือกอันนั้น 😇 วันนี้เราไปเลือกขนมกันค่ะ ละลานตาเลือกไม่ถูก ต้องพึ่งการนับ 😄 แต่สุดท้ายขอโทษด้วยนะคะที่แอดมินไม่ได้ทำตามที่เทพสวรรค์บอก 😅😂 ขนมวันนี้เลือกเป็น เค้กคาราเมล ซอฟครีมมะม่วง แล้วก็พุดดิ้งพาร์เฟ่ต์มาค่ะ ☺️😋 ปล. การนับเพื่อเลือกแบบนี้ ถ้าเพื่อน ๆ ท่านไหนทราบว่าของไทยเรายังมีแบบอื่นนอกจากเด็ดกลีบดอกไม้อีกไหม ช่วยบอกกันบ้างนะคะ 🙏😊
      ดูทั้งหมด