22 สัตว์ทะเลไทยหายาก
อยากเจอสักครั้งในชีวิต
ท่านใดเจอกันครบแล้วถือว่าคุณคือผู้โชคดีมาก ๆ ถึงมากที่สุด เทียบเท่าคุณถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หลายงวดติดต่อกันเลยทีเดียว (ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณต้องเจอให้ได้ !!) ลองมาเช็คลิสดูกันว่าคุณเจอไปแล้วกี่ตัวและเหลืออีกกี่ตัวที่ยังไม่เจอ ในปัจจุบันมีการรณรงค์รักษาสัตว์น้ำกันเป็นอย่างมาก ด้วยระบบกฎหมายต่าง ๆ ที่มารองรับอย่างเข้มงวด ทำให้จากที่เจอได้ยากอยู่แล้วกลับเป็นยากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
1. ฉลามวาฬ (Whale Shark) / สัตว์สงวน
สัตว์คู่บ้านคู่เมืองแห่งท้องทะเลไทยที่ใคร ๆ ก็เฝ้าอยากเจอสักครั้งในชีวิตเป็นปลาขนาดใหญ่ที่สุด ยาวถึง 12.65 เมตร หนัก 21.5 ตัน ปลาฉลามวาฬพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่น อาศัยอยู่ในทะเลเปิด มีช่วงอายุประมาณ 70 ปี ปลาฉลามวาฬชนิดถิ่นกำเนิดเมื่อประมาณ 60 ล้านปีมาแล้ว อาหารหลักของปลาฉลามวาฬคือ “แพลงตอน” ซึ่งสามารถเจอบ่อย ๆ ได้ในทะเลอ่าวไทยทั้ง 2 ฝั่งของประเทศไทย ในประเทศไทยที่พบบ่อย ๆ จะอยู่แถวกองหินริชิริว ,กองหินชุมพร ,เกาะบอน และหินแดงหินม่วง
2
2. วาฬโอมูระ (Omura’s Whale) / สัตว์สงวน
วาฬโอมูระเป็นวาฬสายพันธุ์หายากที่มีความใกล้เคียงกับวาฬบรูด้า ถูกค้นพบครั้งแรกจากซากของมันในปี ค.ศ. 2003 และเมื่อพิจาณาจากซากแล้วจึงพบว่ามีความต่างจากวาฬบรูด้า กล่าวคือ วาฬโอมูระนั้นมีขนาดเล็กกว่า ตัวผู้ที่โตเต็มวัยยาวเพียง 10 เมตร ตัวเมียยาวเพียง 11.5 เมตร รอยจีบใต้ลำคอมีจำนวนมากกว่า คือ 80–90 รอยจีบ และมีครีบหลังที่สูงกว่าและมีความโค้งน้อยกว่าของวาฬบรูด้า ความหายากของมันทำให้ไม่ทราบพฤติกรรมชัดเจน และข้อมูลที่อยู่อาศัยของมันในทะเลทั่วโลกยังคงเป็นปริศนา
3. เต่ามะเฟือง (Leatherback Turtle) / สัตว์สงวน
1
เต่ามะเฟืองเป็นข่าวมาไม่นานและยังคงมาเรื่อย ๆ สำหรับเต่ามะเฟืองที่ขึ้นมาวางไข่บริเวณหาดในจังหวัดพังงา โดยสังเกตุง่าย ๆ คือ เต่ามะเฟืองจะมีกระดองคล้ายผลไม้ลูกมะเฟือง เป็นเต่าทะเลจัดเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในบรรดาสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมดที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์อยู่จนถึงปัจจุบัน
3
4. วาฬบรูด้า (Bryde’s Whale) / สัตว์สงวน
วาฬบรูด้าชื่อของมันถูกตั้งให้ผู้ค้นพบมันเป็นคนแรก คือ โยฮัน บรูด้า ในปี ค.ศ. 1909 มันถูกจัดว่าเป็นชนิดหนึ่งของวาฬไม่มีฟันขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตร้อน มักอาศัยอยู่ในทะเลที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 16 องศาเซลเซียส เช่น ทะเลของประเทศไทย โดยในประเทศไทยพบว่ามีวาฬบรูด้าอยู่ประมาณ 20–25 ตัว โดยพบห่างจากชายฝั่ง 4–30 กิโลเมตรของทะเลอ่าวไทย
2
วาฬบรูด้ามีรูปร่างเรียว สีเทาอมฟ้า มีครีบหลังเป็นรูปเคียวโค้งไปทางด้านหลังของลำตัว มีรอยจีบใต้ลำคอขนานกับลำตัวประมาณ 40–70 รอยจีบ ความยาวสูงสุดของตัวผู้โตเต็มวัยอยู่ที่ 15 เมตร ตัวเมียอยู่ที่ 16.5 เมตร และน้ำหนักสูงสุดอยู่ที่ 40 ตัน
แต่ถึงแบบนั้นอาหารของมันกลับมีขนาดเล็ก คือ “แพลงตอนของสัตว์จำพวกกุ้ง หมึกกระดอง และฝูงปลาขนาดเล็ก” มันมักจะหากินเพียงลำพัง ยกเว้นวาฬเด็กที่ออกหากินกับแม่ โดยวิธีการกินอาหารของมันนั้นจะใช้ซี่กรองขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายตะแกรงที่อยู่บริเวณขากรรไกรบนของมัน กรองสัตว์ขนาดเล็ก ๆ เป็นอาหาร
โดยวาฬบรูด้าเมื่อโตเต็มวัยอาจกินอาหารได้มากถึง 590 กิโลกรัมต่อวัน ปัจจุบันพวกมันถูกคุกคามจากมนุษย์จนทำให้มีจำนวนที่ลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากปลาและกุ้งขนาดเล็กซึ่งเป็นอาหารของมันมีจำนวนลดลงเพราะเกิดจากที่มนุษย์ได้ล่ามาเพื่อทำการค้า และมนุษย์ยังปล่อยมลพิษทางน้ำ และมลพิษทางเสียงจากการเดินเรือยนต์ บางครั้งมันยังได้รับอุบัติเหตุจากอวนของชาวประมง หรือการขับเรือชนโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย
5. ปลากระเบนราหู (Manta Ray)
สัตว์คู่บ้านคู่เมืองแห่งท้องทะเลไทยอีกหนึ่งชนิดที่ใคร ๆ เฝ้ารอการว่ายน้ำเล่นไปพร้อม ๆ กับมัน ด้วยปีกที่สยายว่ายอย่างช้า ๆ คำว่า Manta ภาษาสเปนแปลว่าผ้าห่ม เป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่ง จัดเป็นปลากระเบนที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาจมีความกว้างช่วงปีกหรือครีบหูยาวได้ถึง 6.7 เมตร มีน้ำหนักได้ถึง 1,350 กก. อาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนทั่วโลก โดยเฉพาะรอบ ๆ แนวประการัง สถานที่ที่พบได้บ่อยคือ เกาะบอนและหมู่เกาะสิมิลัน
2
6. ฉลามหัวค้อน (Hammerhead Shark)
ฉลามหัวค้อนเป็นฉลามที่มีหน้าตาเเปลกประหลาดมากจำพวกหนึ่ง มีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว พบกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลแถบอบอุ่นทั่วทุกมุมโลก ชอบกินอาหารจำพวกปลากระดูกแข็งขนาดเล็ก รวมถึงปลากระเบนซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเหมือนกันด้วย ปลาฉลามหัวค้อนมีขนาดลำตัวไม่เกิน 1.5 เมตร ส่วนหัวที่แบนราบและแผ่ออกข้างคล้ายปีก แลดูคล้ายค้อนทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่พบในน่านน้ำทางอ่าวไทย
7. ฉลามเสือดาว (Leopard Shark)
1
ฉลามเสือดาวเป็นอีกสัตว์หนึ่งสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธ์ุไปจากโลก โดยลักษณะปลาฉลามเสือดาวเป็นปลาที่มีครีบหางยาวมาก มีส่วนหัวมนกลมสั้นทู่ พื้นลำตัวสีเหลืองสลับลายจุดสีดำคล้ายลายของเสือดาว ยกเว้นส่วนหัวและหาง เป็นปลาที่ไม่มีฟันแหลมคมเหมือนปลาฉลามชนิดอื่น ๆ มีอุปนิสัยชอบนอนอยู่นิ่ง ๆ บนพื้นทรายและแนวปะการังใต้ทะเล ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 5-30 เมตร โดยพบในทะเลบริเวณอันดามันมากกว่าอ่าวไทย
1
8. กระเบนท้องน้ำหรือโรนิน (Bowmouth Guitarfish)
นินจาแห่งมหาสมุทร ปลาโรนินเป็นปลาทะเลหายากในกลุ่มปลากระเบน จัดว่าเป็นปลาที่ค่อนข้างลึกลับ ภายหลังมีคนนิยมนำเอามาทำเป็นเครื่องประดับ ทำให้ทางประมงประกาศเป็นสัตว์คุ้มครอง มีรูปร่างแตกต่างไปคล้ายกับปลาโรนัน แต่มีลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันตัว โดยมีส่วนหัวขนาดใหญ่ รูปทรงแบนกลมและโค้งมน ปากกลม ครีบอกแผ่กว้าง ครีบหลังตั้งสูง เป็น 2 ตอน บริเวณเหนือตามีสันเป็นหนาม สามารถพบเจอได้บริเวณทางใต้ของอ่าวไทย หรือเกาะโลซิน
1
9. นูดี้ปิกาจู (Thecacera Pacifica)
ซึ่งเป็นสายพันธ์หนึ่งของปลิงทะเล และสามารถพบได้ที่มหาสมุทรอินเดีย ชายฝั่งแอฟริกาไปจนถึงอินโดนีเซีย และวานูอาตู เจ้าตัวนี้จะเป็นสีฟ้าผสมสีดำและสีเหลือง ดูแล้วก็เหมือนกับปิกาจูในเกมส์ บางคนบอกว่ามันดูเหมือนดอกไม้ทะเล แต่ไม่ใช่เลยจริง แท้จริงแล้วมันคือ “ปลิงทะเล” ที่หบายคนเห็นมันสวย ๆ แบบนี้ ก็เพราะมันมีพิษในตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าใครได้บังเอิญไปพบเจอมันไม่ใช่จะใช้โปเกบอลหรือมือเปล่าจับมันมาเล่นได้เหมือนของเล่นกันน่ะ แนะนำให้อยู่ห่าง ๆ จะปลอดภัยกว่า
1
10. ฉลามพยาบาล (Nurse Shark)
ฉลามพยาบาลหรือฉลามขี้เซาเป็นฉลามหน้าดินขนาดใหญ่ที่อาศัยและหากินตามพื้นน้ำในความลึกไม่เกิน 70 เมตร ใช้เวลาหากินในเวลากลางคืน และนอนหลับตามโพรงถ้ำหรือกองหินในเวลากลางวัน เป็นปลาที่มักจะอยู่นิ่ง ๆ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก ซึ่งบางครั้งอาจพบรวมตัวกันได้นับสิบตัว ในน่านน้ำไทยจะพบได้มากที่ฝั่งทะเลอันดามัน จัดเป็นปลาหน้าดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบได้แถบอินโด-แปซิฟิก เนื่องจากมีความยาวได้ถึงเกือบ 4 เมตร เป็นปลาที่ไม่ทำอันตรายมนุษย์
11. ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ (Ghost Pipe Fish)
1
ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจมีจะงอยปากยาว ลำตัวแบนข้างเล็กน้อย มีติ่งสั้น ๆ ทั่วทั้งตัว ครีบมีขนาดใหญ่ และมีขอบเป็นเส้นสั้น ๆ ลำตัวค่อนข้างใส มีสีสันหลากหลาย ทั้งสีแดง ,สีขาวสลับสีดำหรือเหลือบสีอื่น ๆ โดยจะปรับเปลี่ยนสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่
2
มีความยาวลำตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 8 เซนติเมตร มักพบในแนวปะการังที่เขตน้ำลึก และมักลอยตัวอยู่นิ่ง ๆ เพื่อแฝงตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม โดยเอาส่วนหัวทิ่มลงพื้น ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจเป็นปลาที่พบได้น้อยมาก ในน่านน้ำไทยอาจพบได้ที่หมู่เกาะสิมิลัน และกองหินริชิริว
12. ปลากบ (Frog Fish)
ปลากบเป็นปลาในตระกูลปลาตกเบ็ดพบได้ทั่วไปในมหาสมุทรเขตร้อน ขนาดเท่านิ้วมือเท่านั้นเอง เป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะสั้นตัวหนาและมีครีบและสีผิวที่ใช้ในการพลางตัวได้ดีและบางชนิดสามารถเปลี่ยนสีผิวเองได้ ปลากบนั้นปกติจะอยู่บริเวณพื้นทะเลที่มีสาหร่ายซาร์กัสซัม จึงทำให้มันมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ปลาซาร์กัสซัม”
1
โดยปกติพวกมันจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นขึ้นมาอาศัยตามลำตัว จึงทำให้มันสามารถพลางตัวได้ดีและมันยังเคลื่อนที่ช้า ๆ หรือการล่อเหยื่อเพื่อจะได้พลางตัวได้อย่างแนบเนียน เมื่อมีเหยือเข้ามาใกล้พวกมันก็จะพุ่งกระโจนเข้าหาเหยื่อและงับอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียง 6 มิลลิวินาทีเท่านั้น (ไม่ถึงวิ!!)
13. ปลาปักเป้ากล่อง (Box Fish)
ลักษณะของปลาในวงศ์นี้จะมีรูปทรงป้อมเป็นรูปสี่เหลี่ยม รูปทรงและการเคลื่อนไหวจะมีความคล่องแคล่วกว่าปลาปักเป้าในวงศ์อื่น และมักจะมีขนาดเล็ก มีสีสันลวดลายสวยงาม แถมยังมีพิษที่ชื่อว่า “ออสทราซิท็อกซิน(Ostracitoxin)” ที่ผลิตขึ้นมาจากต่อมที่บริเวณผิวหนังของปลา และสามารถขับออกมาพร้อมกับเมือกที่หุ้มตัวมันอยู่ได้
2
ซึ่งสามารถละลายในน้ำได้อีกเช่นกัน ซึ่งพิษชนิดนี้จะเป็นภัยร้ายแรงต่อตัวปลาด้วยกันเอง ทำให้ปลาตัวอื่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันเมื่อได้รับสารพิษจะส่งผลให้ตายได้ในทันที พิษจะขับออกมาเมื่อได้รับความเครียดหรือตื่นตกใจ อันเป็นกลไกลหนึ่งในการป้องกันตัว บริเวณที่สามารถพบเจอได้บ่อย ๆ จะอยู่แถวทางฝั่งทะเลอันดามัน
14. เต่าทะเล (Sea Turtle)
เต่าทะเลสามารถพบเจอได้ทั่วไปในสองฝั่งทะเลบ้านเรา ด้วยการที่หาเจอตัวเต่าทะเลได้ยากนั้น ทุกครั้งที่เจอต้องบอกว่านักดำน้ำทุกคนสามารถตกหลุมไปกับความน่ารักของมันในทันที เพราะไม่ว่าใครก็จะรักเต่าใช่มั้ยละ ยิ่งบริเวณทะเลเกาะสิมิลัน ถ้าคุณมีโอากาสได้ขึ้นเรือ Liveaboard สักครั้งขอบอกเลยว่าเจอแน่นอน
1
15. ฉลามครีบดำ (Black Tip Shark)
ฉลามครีบดำมีรูปร่างเพรียวยาว ปากกว้าง มีแถบดำที่ครีบหลัง ครีบไขมัน ครีบก้น และครีบหางตอนล่าง ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นที่มาของชื่อฉลามครีบดำนั้นเอง ฉลามครีบดำชอบกินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร มีนิสัยไม่ดุร้ายเมื่อเทียบกับปลาฉลามชนิดอื่น ๆ นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง พบเจอกันได้แถวบริเวณใกล้ชายฝั่ง
1
ปลาฉลามครีบดำนับเป็นปลาฉลามชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในทะเล และเป็นต้นแบบของปลาฉลามในสกุลปลาฉลามปะการัง ซึ่งจะมีนิสัยเป็นมิตรกับมนุษย์ สามารถว่ายเข้ามาขออาหารได้จากมือเรา เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาผู้ที่นิยมการดำน้ำ พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งมีจุดเพาะพันธ์ที่หมู่เกาะสุรินทร์อีกด้วย
16. กุ้งการ์ตูนหรือกุ้งตัวตลก (Harlequin Shrimp)
1
กุ้งทะเลขนาดเล็ก มีลวดลายและสีสันสวยงามมีลักษณะลำตัวมีเปลือกแข็งขาว แต้มด้วยลายจุดสีฟ้าขนาดลำตัวยาวเต็มที่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร พบอาศัยอยู่ตามแนวปะการังหรือโพรงหินในน่านน้ำอ่าวไทย ซึ่งจะพบมากแถวบริเวณหมู่เกาะพีพีในเขตทะเลอันดามัน ส่วนถ้าใครมาที่กองหินริชิริวแล้วละก็มีโอกาสเจอถึง 90% เพราะมันมักอาศัยอยู่ตรงจุดเดิม ๆ เสมอ
17. ปลาไหลริบบิ้น (Ribbon Eel)
ปลาไหลลิบบิ้นเวลาว่ายน้ำจะมีความสวยงามพริ้วไหวเหมือนริบบิ้นที่นักยิมนาสติกลีลาศลับควงให้เราเห็นนั่นเอง จัดเป็นปลาไหลมอเรย์ขนาดเล็ก มีสีสันสดใส และสามารถเปลี่ยนเพศได้ตามวัย นั้นคือเมื่อยังเล็ก ลำตัวเป็นสีดำ โดยที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย แต่เมื่อโตขึ้นลำตัวเป็นสีน้ำเงินและเป็น “ตัวผู้” และเมื่อมีอายุมากขึ้นอีก ลำตัวเป็นสีเหลืองและกลายเป็น “ตัวเมีย” ในน่านน้ำไทยก็พบได้น้อย โดยพบได้ทั้งทางฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เช่น เกาะเต่า หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น เป็นปลาที่สร้างสีสันให้แก่การดำน้ำ
2
18. ปลาดาว หรือ ดาวขนนก (Feather Star)
สัตว์ทะเลจำพวกเอ็คไคโนเดิร์ม(Echinoderms) ซึ่งเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับดาวทะเล หรือที่คนทั่วไปนิยมเรียกกันว่า “ปลาดาว” ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ปลาสักหน่อย และก็ไม่ได้มีส่วนคล้ายกับปลาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็คงจะเป็นเพราะมันอาศัยอยู่ในท้องทะเล ชาวบ้านซึ่งไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเห็นหน้าตามันเป็นรูปเหลี่ยม ๆ มีแฉก ๆ คล้ายดาว จึงเรียกกันว่าปลาดาว สัตว์ทะเลจำพวกเอ็คไคโนเดิร์มนี้ก็มีด้วยกันหลายชนิดเช่น ดาวทะเล ดาวเปราะ เม่นทะเล และปลิงทะเล เป็นต้น
19. ปลาฉลามกบ หรือ ปลาฉลามปล้องอ้อย (Banded Cat Shark)
ซึ่งได้รับการอธิบายไว้ว่าเป็นปลาฉลามขนาดเล็กที่หากินอยู่บริเวณหน้าดิน มีพฤติกรรมชอบอยู่นิ่ง ๆ กินแต่พืชและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร จากการที่เป็นปลาขนาดเล็กและมีสีสันที่สวยงาม จัดเป็นปลาทะเลอีกชนิดหนึ่งที่(ฝรั่ง) นิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ขนาดเมื่อโตเต็มที่ความยาวที่เคยพบสูงสุด คือ 121 เซนติเมตร
20. หมึกยักษ์นักพราง (Mimic Octopus)
จุดเด่นของหมึกยักษ์นักพราง คือ มันจะฝังหนวด 6 หนวดไว้ในพื้นทราย โผล่ออกมาแค่ 2 หนวด ทำให้ดูคล้ายงูทะเล หมึกยักษ์นักพรางเป็นหมึกชนิดเดียวที่ออกหากินเวลากลางวัน สะท้อนว่ามันเชี่ยวชาญในการอำพรางตัวจากการรับรู้ของเหยื่อ ซึ่ง Phuket Marine Biological Center Research Bulletin ว่า สามารถจับตัวได้ในอ่าวไทยที่ผ่านมา หมึกยักษ์ชนิดนี้พบในน่านน้ำของอินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์
21. ฉลามเสือ (Tiger Shark)
ฉลามเสือเป็นฉลามที่ได้ชื่อว่าเป็นปลาที่กินไม่เลือกเหมือนเช่นฉลามขาว เพราะมักเจอสิ่งที่ไม่ใช่อาหารในกระเพาะเสมอ ๆ เช่น ยางรถยนต์, กระป๋องน้ำ, เศษไม้ หรือเศษพลาสติก ซึ่งล้วนแต่เป็นขยะที่มนุษย์โยนทิ้งลงทะเลทั้งสิ้น ฉลามเสือนับได้ว่าเป็นปลาฉลามอีกชนิดหนึ่งที่มีอันตรายต่อมนุษย์ เพราะมีนิสัยดุร้ายและมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เลือก ในพื้นที่ทะเลของไทยนับได้ว่าเป็นปลาฉลามที่อาจทำร้ายมนุษย์หรือนักดำน้ำ เมื่อโตเต็มที่มีขนาดประมาณ 5 เมตร แต่ตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบคือ 7 เมตร
22. ปลาแสงอาทิตย์ (Sunfish หรือ Mola Mola)
ปลาที่มีรูปร่างประหลาด เนื่องจากมีรูปร่างเป็นทรงกลม ส่วนหัวมีขนาดใหญ่จนดูคล้ายมีแต่เพียงส่วนหัวเพียงอย่างเดียว ขณะที่ส่วนครีบต่าง ๆ ถูกหดสั้นลง โดยส่วนครีบหลังมีขนาดใหญ่ตั้งยาวขึ้นไปข้างบนแลดูคล้ายครีบปลาฉลามยามเมื่ออยู่ผิวน้ำ พูดได้ว่าโอกาสเจอปลาชนิดนี้ในไทยมีค่าเป็นศูนย์ก็ว่าได้ เพราะด้วยปกติปลาสายพันธ์ุนี้จะอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำค่อนข้างเย็น
2
แต่ทั้งนี้ปลาแสงอาทิตย์สามารถพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่นทั่วโลก ซึ่งสถานที่ที่อาจพบได้มากที่สุด คือ เกาะบาหลีในอินโดนีเซีย แต่เมื่อในปีที่ผ่านมามีนักดำน้ำที่สิมิลันดันดำน้ำไปบังเอิญเจอและสามารถถ่ายภาพเก็บเอาไว้ได้
โดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่าฝั่งทะเลอันดามันนั้นจะมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตมากกว่าส่วนของอ่าวไทยมากนัก เนื่องจากเป็นด้านที่ทะเลเปิดมากกว่า รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลยังคงมีเยอะกว่า แม้ว่าจะลดลงจากเมื่อก่อนด้วยอะไรหลาย ๆ ปัจจัย เพราะฉะนั้นหากเรายังคงร่วมมือกันรักษาเอาไว้ไม่ว่าทางใดก็ทางนึง รับรองว่าธรรมชาติจะกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอน
1
แหล่งอ้างอิง : www.monkeydivethailand.com
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำออนไลน์
fishway
Website : ...coming soon...
Youtube : ...coming soon...
Tiktok : ...coming soon...
Line VOOM : ...coming soon...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
76ถูกใจ
29แชร์
30Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      KBank แจกเงินพิเศษให้พนักงาน คนละ 0.5 เดือน ช่วยค่าครองชีพ KBank ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ และเพื่อเป็นกำลังใจแก่พนักงาน โดยมอบ “เงินขวัญถุง” เป็นจำนวน 0.5 เท่าของเงินเดือนพนักงานแต่ละคน
      เพิ่มความสวยงามให้กับสนามหน้าบ้าน ด้วยการเลือกหญ้าให้ถูกประเภท เชื่อว่ามีหลายคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของบ้านที่มีสนามหญ้าเล็กๆ เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งซื้อบ้านใหม่หรือกำลังปลูกบ้านใหม่
      StartYup 163: เมื่อโค้กกลายเป็นผู้แพ้ แม้ว่าโค้กที่เราชื่นชอบนั้น มักจะมียอดขายแบบนอนมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า เหนือโคคา-โคล่า ย่อมมีเป๊ปซี่ ที่เข้ามาดับฝันโค้กได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง กลายมาเป็นตำนานที่เล่าขานมาได้จนถึงทุกวันนี้ หนังสือแนะนำอ่านประกอบ: สงครามน้ำโคล่า แค่กระพริบตาก็โดนอัด SoundCloud: bit.ly/3gFv2JZ Blockdit: bit.ly/2Bi4tuj Podbean: bit.ly/36QsT9V Apple Podcasts: apple.co/2TQtROk Spotify: spoti.fi/2XJqvgX YouTube: bit.ly/3k4uCAJ #InfinityPodcast #TheInfinity #StartYup #Startup #โสภณ #ศุภมั่งมี
      ทำไม เจ้าของคาราบาว มาทำร้านโชห่วย ถูกดี มีมาตรฐาน รู้หรือไม่ ? ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ เพียงร้านเดียว ในจังหวัดนครปฐม แต่ปัจจุบัน ธุรกิจ ถูกดี มีมาตรฐาน มีร้านโชห่วยที่เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ มากกว่า 5,000 ร้านค้า กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย
      ดูทั้งหมด