มีบัญชีอยู่แล้ว?
ยินดีต้อนรับทุกท่านกลับมาเจอ Carman กันอีกครั้งครับ
เราคิดถึงคุณผู้อ่านทุกท่านมากๆเลยครับหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน เเล้วคุณผู้อ่านคิดถึง CARMAN มั้ยครับ? ลองพิมพ์บอกในคอมเม้นได้นะครับว่าคิดถึงกันไหมครับ เเต่ตอนนี้เรากลับมาเเล้วครับ
เรายังคงบทความดีๆเเบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยไม่เคยเปลี่ยน เชิญรับชมได้เลยครับ
Carman ยินดีนำเสนอ
EP21 : วิเคราะห์ Toyota Fortuner 2.4 เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย พ่อบ้านมาดหรูไม่เน้นเเรง เเต่เครื่องยังไม่เเรงเท่าไฟหน้า
*คำเตือน : บทความนี้มีการใส่ความคิดเห็นของผู้เขียนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเเละให้เห็นเเง่มุมอีกมุมหนึ่ง มิได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม หากผิดพลาดประการใด ขออภัยครับ
เเบบสรุปสั้นกระชับ
ข้อดี
+ดีไซน์ค่อนข้างหรูหราถูกใจกลุ่มลูกค้า
+พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างขวางสบายโดยเฉพาะเบาะเเถว 2
+เบาะเเถว 3 นั่งสบายที่สุดในกลุ่ม
+เครื่องยนต์ติดบูสต์ไว ทันใจในรอบต่ำเเละกลาง เกียร์ทำงานดี
+ประหยัดน้ำมันลำดับต้นๆในกลุ่ม
+มีวัสดุภายในที่ดูหรูหรากว่า Gen1 มากๆ
+มีระบบขับ 4 ในรุ่น 2.4 มาให้ด้วย
+เพิ่มออพชั่นที่ควรมีมาเเล้ว
+รุ่น 2.4G ฟาดคู่เเข่งบางรุ่นตายเรียบ
เพราะมีออพชั่นที่ดีมาสมราคา
ข้อเสีย
-เครื่องยนต์อัตราเร่งค่อนข้างอืดที่สุดในกลุ่ม
-เบาะนั่งคู่หน้ายังไม่สบายเท่าคู่เเข่ง
-ออพชั่น Safety บางตัวน้อยไปหน่อย
-ช่วงล่างดีดเด้งกว่าคู่เเข่ง เป็นลูกชิ้นโฮเด้ง
-การพับเบาะเเถว 3 มีผลเสียต่อทัศนวิสัย
-ออพชั่นบางตัวยังมาเเบบเเปลกๆ
-ส่วนต่างระหว่างรุ่น V กับ G เยอะเกินไป
-ราคารุ่น V สูงไปหน่อยเมื่อเทียบกับอุปกรณ์
ความเดิมตอนที่เเล้ว ย้อนรอยสักนิดนึงครับ
เราได้เคยพูดเรื่องชองการเเลกเปลี่ยนความคิดเรื่องเเบรนด์เจ้าตลาดไปเเล้ว ใครยังไม่ได้อ่าน คลิกได้ที่นี่เลยครับ
วันนี้เรามาพูดถึง PPV ที่ได้รับความสนใจกันมากในตอนนี้ดีกว่าครับ
ถ้าเราพูดถึงรถยนต์ PPV ทุกคนจะนึกภาพออกไปที่เเตกต่างจาก SUV พื้นฐานรถเก๋งอย่าง Honda CRV, Nissan X-Trail, Mazda CX5 เพราะ PPV เป็นรถที่เป็นรถสามารถเอาไว้ลุยได้ทุกรูปเเบบในทาง Off-Road ได้ เเละ PPV ที่นิยมมานาน ขับใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เป็นรถที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เเก่ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของ ทนทานไว้ใจได้ อะไหล่หาง่าย ราคามือสองไม่หล่นมาก เเน่นอนครับ ทุกคนต้องนึกถึง Toyota Fortuner ที่อยู่คู่คนไทยมานาน
นับตั้งเเต่กลางปี 2015 ที่ Toyota Fortuner ได้ทำการ Modelchange เปลี่ยนเป็น Gen2 หลังจากที่ลากขาย Gen1 มาตั้งเเต่ปี 2004 หรือถ้านับรวม Sport Rider ก่อนหน้านั้นด้วยก็จะเท่ากับว่ารุ่นปัจจุบันนี้เป็น Gen3 ซึ่งใช้
วิศวกรรมทั้งโครงสร้างตัวถัง เครื่องยนต์ เกียร์ร่วมกับ Hilux ทุกรุ่นมาตลอด
โดยการเปลี่ยนเเปลงที่เป็นไฮไลต์ใน Gen2 สังเกตได้ว่าต่างจาก Gen1 นั่นคือหน้าตาภายนอก-ภายในทั้งหมดที่ดูหรูหราไม่ออกเเนวเถื่อนๆเหมือนเดิม การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์การตกเเต่งภายในห้องโดยสาร เบาะนั่ง รวมถึงเรื่องของเครื่องยนต์ที่ downsizing จากเดิมที่มีรุ่น 3.0 ลิตรเดิมเป็น 2.8 ลิตร เเละ 2.5 ลิตรเดิมเป็น 2.4 ลิตร
สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่เน้นเรื่องของการปรับปรุงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเเละลดมลภาวะ รวมถึงเปลี่ยนจากเกียร์ auto 5 speed ใน gen1 มาเป็นเกียร์ auto 6 speed ซึ่งทั้งเครื่องเเละเกียร์ยังคงใช้รวมกับ Hilux Revo(Vigo เดิม)เหมือนเช่นเคย
นับตั้งเเต่เปิดตัวเเม้ช่วงเเรกๆอาจโดน Mitubishi Pajero Sport เเซงไปหรือเเย่งซีนบ้างตอนปลายปี 2015 เเต่หลังจากนั้นก็มียอดขายนำโด่งมาเป็นอันดับ 1 ตลอด โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการปรับเปลี่ยน Model Year เพื่อขึ้นราคารถอยู่หลายครั้ง เเละมีรุ่น TRD Sportivo เพื่อเข้ามาอุดช่องว่างในตลาดกลุ่มที่ต้องการ PPV เเบบสปอร์ตในราคาที่สูงกว่ารุ่นมาตรฐาน
เเต่ก็โดนกระเเสวิพากษ์วิจารณ์อยู่มากในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาค่อนข้างจะไม่สมราคา ดูไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่เเข่ง
ผ่านมา 5 ปี ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสที่เเล้ว Toyota ได้เปิดตัว Fortuner เเละ Hilux Revo รุ่น Minorchange เพื่อปรับความสดใหม่ให้กับตัวรถเเละสามารถสู้คู่เเข่งได้มากขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดที่เปลี่ยนไปเยอะทีเดียว
โดย Fortuner คราวนี้นะครับ เขาได้ตัดรุ่น TRD Sportivo ออกไป เเละมาพร้อมกับ 2 รูปเเบบ คือ รุ่นมาตรฐาน เเละรุ่น"Legender"
ซึ่งรุ่นมาตรฐานมีราคาดังนี้
รุ่น 2.4 G 2WD AT 1,319,000
รุ่น 2.4 V 2WD AT 1,424,000
รุ่น 2.4 V 4WD AT 1,494,000
เเละรุ่น "Legender"มีราคาดังนี้
รุ่น 2.4 Legender 2WD AT 1,564,000
รุ่น 2.4 Legender 4WD AT 1,634,000
รุ่น 2.8 Legender 2WD AT 1,769,000
รุ่น 2.8 Legender 4WD AT 1,839,000
ขอเเจ้งอย่างงี้นะครับว่า
1. ราคาในรุ่นมาตรฐานนี้เป็น
"ราคาเเนะนำ" ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้
หลังจากนั้นจะมีการปรับราคาขึ้น 30,000 บาทในรุ่นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย
2. ราคาในรุ่น Legender เป็น"ราคาปกติ"
ฉะนั้นจะไม่มีการปรับขึ้นเเต่อย่างใด
3. รุ่น Legender ทำหน้าที่มาเเทนรุ่น TRD Sportivo เดิมซึ่งยกเลิกไปเเล้ว
1
4. รุ่นมาตรฐานตัดเครื่องยนต์ 2.8 ลิตรออกไปทั้งเเบบขับเคลื่อน 2 ล้อเเละ 4 ล้อ
คงเหลือเครื่องยนต์ 2.8 เฉพาะรุ่น Legender
5. สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Fortuner "ทุกรุ่นย่อย"
ได้รับเเพ็คเกจขยายเวลารับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. เเละขยายค่าเเรงเช็คระยะฟรีจนถึง 100,000 กม. รวมมูลค่ากว่า 45,000 บาท พิเศษภายใน 30 กันยายนนี้เท่านั้น
6. รถเริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมนี้
โดยในวันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย
ในรุ่นมาตรฐานกันนะครับ
ข้อดี
-ข้อนี้อาจไม่ได้เป็นข้อดีสำหรับทุกท่าน เเต่สำหรับผมมันเป็นข้อดีมากเลยครับ คือ ต้องยอมรับเลยว่าดีไซน์ของ Fortuner รุ่นนี้ตั้งเเต่ออกมาเมื่อปี 2015 ดูสวยมากทั้งภายนอกเเละภายใน ยิ่งรุ่น Minorchange เนี่ยต้องบอกว่าสวยขึ้นไปอีก มันดูหรูหราดูเป็นผู้ใหญ่เเละค่อนข้างลงตัวมากที่สุดในกลุ่มนี้เเล้วสำหรับมุมมองของผม มีการปรับพวกภายนอกตั้งเเต่กระจังหน้า กันชนหน้า-ท้าย ลายล้อใหม่ ไฟท้ายใหม่ ภายในเเม้จะเเอบเสียดายนิดๆที่ไม่มีสีน้ำตาลเหมือน 2.4 เดิม เเต่สีดำก็ไม่เเย่เลยครับ ดูดีไปอีกเเบบ มาพร้อมมาตรวัดเปลี่ยนสีใหม่ โดยรวมมันน่าจะถูกใจพ่อตาเเม่ยายทุกท่านหรือรถสำหรับผู้บริหารหรือรถครอบครัว ผมว่าตัวนี้ดูกำลังดีครับ ไม่ดูอวกาศเหมือน Mitsubishi Pajero Sport ไม่ดูเหมือนรถกระบะอย่าง Nissan Terra หรือ Isuzu MU-X เเละไม่ดูเทอะทะอุ้ยอ้ายเหมือน Ford Everest
-ด้วยความที่เป็นรถ PPV เนี่ยเเน่นอนครับว่าพื้นที่ภายในต้องโปร่งโล่งสบายอยู่เเล้วเเต่สำหรับ Fortuner ตัวนี้ถือว่าทำได้ดีเป็นลำดับต้นๆในกลุ่ม โดยเฉพาะการมีเบาะเเถว 2 ที่นั่งสบายเป็นรองเพียงเเค่ Ford Everest เพราะมุมองศาของเบาะรองนั่งทำมาค่อนข้างดี เเละสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังเเละเอนหน้า-หลังได้ค่อนข้างเยอะ ผิดกับ Pajero Sport ที่ปรับเลื่อนเบาะไม่ได้ ทำให้ภาพรวมเบาะเเถว 2 ของ Fortuner สบายใช้ได้ครับ
-ไม่ใช่เเค่เบาะเเถว 2 เเต่เบาะเเถว 3 ต้องบอกเลยว่าทำได้ดีที่สุดในกลุ่มครับ ด้วยขนาดของตัวเบาะที่ค่อนข้างใหญ่กว่าคู่เเข่งทุกรุ่น ทำให้ตัวเรานั่งเเล้วสบายรองรับสรีระทั้งหลังเเละก้นได้ดี บวกกับ Legroom ที่เหลือพอให้ใช้งานได้ เเถมเบาะเเถว 3 ยังปรับเอนได้ 1 จังหวะด้วย เรียกได้ว่าตรงนี้เหมาะมากครับที่จะเอาไปเป็นรถครอบครัว
เเต่มันมีที่มาของความสบายอยู่ครับ ซึ่งที่มาเนี่ยก็เป็นข้อเสียที่ทุกท่านชอบบ่นกันครับ
เดี๋ยวรอดูในข้อเสียนะครับว่าเป็นข้อไหน
ขออภัยครับ ภาพนี้เป็นภาพของรุ่น TRD-Sportivo ก่อน Minorchange นะครับ เนื่องจากยังหาภาพเต็มๆไม่ได้เลยขอใช้รูปของรุ่น TRD ที่เป็นเบาะดำ-เเดงเพื่อประกอบความเข้าใจนะครับ
-เครื่องยนต์ 2.4 ตัวนี้ 2GD-FTV เเม้จะมี
เเรงม้าเเค่ 150 ตัวเท่ากับ MU-X 1.9 ส่วน
มีเเรงบิด 400 นิวตันเมตร พูดง่ายๆว่าค่อนข้างต่ำที่สุดในกลุ่มเเล้ว เเต่เอาจริงๆเเล้วเครื่องยนต์ตัวนี้ข้อดีคือ Turbo มันติดบูสต์ไวครับ นั่นหมายความว่าการใช้งานในรอบเครื่องยนต์ต่ำเเละกลางเนี่ยจะค่อนข้างกระฉับกระเฉง เวลาเรากดคันเร่งไปครึ่งนึงเนี่ยจะรู้สึกว่ามันเร็ว ซึ่งภาพรวมถือว่าใช้งานในเมืองได้โอเค เวลาขับต่างจังหวัด การเร่งเเซงก็ทำได้ไม่หวาดเสียว รวมถึงเกียร์ Auto 6 speed ลูกนี้มาในสไตล์ที่ไม่เปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูงๆไม่ได้ลากไปเกิน 4000 รอบ/นาที เลี้ยงรอบไว้ช่วงกลางๆ ก็ถือว่าทำงานได้ดีครับสัมพันธ์กับเครื่องยนต์ รวมถึงตัวนี้มีเเป้น Paddle Shift มาให้"ทุกรุ่นย่อย"ทำให้เราขับได้สนุกขึ้น เปลี่ยนเกียร์เพื่อเร่งเเซงได้ดีมากขึ้น โดยรวมสำหรับคนที่เท้าเบาใช้งานทั่วไปถือว่า"เหลือเฟือ"ครับ
-ท่านที่ซื้อ 2.4 เเน่นอนว่านอกจากเท้าไม่หนักคงต้องการเรื่องของความประหยัดเเน่นอนซึ่งตัวนี้ทำได้ดีมากครับ คือเดิมเนี่ยรุ่นก่อน Minorchange ก็ถือว่าประหยัดอยู่เเล้วเพราะคุณสามารถเห็น 13.5 km/l ได้เลยสำหรับการวิ่งทางไกล เเต่รุ่น Minorchamge นี้ปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก 5%
เเทบจะเรียกว่าประหยัดที่สุดเลยนะครับ
ตอบโจทย์ท่านที่ชอบความประหยัดมากๆ
-เดิม Fortuner Gen1 นั้นมีวัสดุภายในที่ค่อนข้างจะก๊องเเก๊งค์มากๆ เเต่ตั้งเเต่ 2015 รุ่นนี้มีวัสดุภายในที่ดีมากครับ ใกล้เคียงกับ Ford Everest เลย มีการใช้หนังหุ้มบริเวณคอลโซลหน้าซึ่งเป็น Cool Box ไปในตัวด้วยสามารถใช้เก็บของเย็นได้ เเละการตัดเย็บเบาะ วัสดุพลาสติกที่เเผงประตู โดยรวมเป็น PPV ญี่ปุ่นที่ภายในใช้วัสดุดีที่สุด ดีมากสมฐานะรถ Segment นี้ครับ
-ในรุ่น 2.4 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น Low Power เเต่กลับมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาด้วย(เหมือน Honda CRV 2.0 สมัยก่อนเลยที่มีขับ 4) ส่วนมาก PPV ถ้าจะเอาขับ 4 ต้องเพิ่มเงินไปซื้อรุ่นเครื่องยนต์เเรงทั้งนั้น รุ่นเครื่องยนต์ Low Power จะไม่ค่อยมี นี่ถือว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกในตลาด เพราะมีลูกค้าที่ไม่ต้องการเครื่องยนต์ใหญ่ ไม่เน้นเเรง เน้นประหยัดน้ำมัน เน้นไม่ต้องเพิ่มราคาไปซื้อเครื่องใหญ่ เเต่ต้องการลุย Off-Road รุ่น 2.4 V 4WD เหมาะสุดๆครับ เเถมข้อดีคือเป็นเเบบขับ 4 Part Time คุณสามารถเลือกโหมดได้ถึง 3 เเบบตามรูปเเบบการใช้งาน
1. 2H-ขับเคลื่อน 2 ล้อใช้งานทั่วไป
2. 4H-ขับเคลื่อน 4 ล้อฝนตก ลุยเล็กน้อย
3. 4L-ขับเคลื่อน 4 ล้อลุยเเบบโหดๆ
ถือว่าเป็นการใช้ระบบขับ 4 เเบบคุ่มค้าครับ
ไม่ได้ใช้งานพร่ำเพรื่อหรือสิ้นเปลืองเปล่าๆ
ในภาพนี้เป็นของรุ่น 2.8 4WD Legender นะครับ ใช้สวิตซ์เปลี่ยนระบบขับ 4 เหมือนกันครับจะต่างจากรุ่นมาตรฐานตรงที่มีเเท่นชาร์จไร้สาย มี Ambient Light เเละหนังที่หุ้มจะเป็นเเบบทูโทนดำ-เเดงใน Legender ทุกรุ่นที่ไม่ใช่ Legender 2.8 4WD เเต่รุ่นที่เห็นในภาพจะได้เป็นเบบทูโทนดำ-เบจนะครับ
-รุ่น 2.4 เดิมนั้นมีออพชั่นที่กั๊กเหลือเกินนั้นคือ ระบบ criuse control ที่มีเฉพาะ 2.8 คราวนี้มีในรุ่น 2.4V เเล้วครับ รวมถึงกระจกมองหลังตัดเเสง auto ที่ไม่เคยให้มาเลย ก็ให้มาเเล้วในรุ่น 2.4V รวมถึงในรุ่น 2.4V ได้เพิ่มเซนเซอร์กะระยะ 6 ตำเเหน่งมาด้วย
เเละทุกรุ่นมีการปรับเปลี่ยนหน้าจอเครื่องเสียงใหม่เป็นเเบบหน้าจอสัมผัส 8 นิ้วรองรับ Apple Carplay เเละ Andriod Auto(เเต่ระบบนำทางจะถูกตัดออกนะครับ เพราะเขาให้เราเชื่อมต่อกับ Apple หรือ Andriod เอา)
เเละมีการเพิ่มระบบบังคับเลี้ยวแบบ VFC : Variable Flow Control พวงมาลัยแปรผันตามความเร็ว ช่วยให้ควบคุมได้ดีมากขึ้น
ภาพรวมถือว่ามีการเพิ่มออพชั่นที่ควรเพิ่มมาให้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ
-รุ่นที่ผมมองว่าจะมาฆ่าคู่เเข่งบางรุ่นตายคือรุ่น 2.4G ครับ เเม้หลายๆรุ่นจะดูราคาสูง เเต่ผมมองว่ารุ่นนี้เหละ 2.4G ที่เเต่เดิมไม่ค่อยได้ขายเพราะออพชั่นโล้นบวกกับเป็นเกียร์ธรรมดา(เปลี่ยนเป็นเกียร์ auto เมื่อปีที่เเล้ว)
เพราะออพชั่นในรุ่นนี้ผมถือว่าพอเพียงเลยครับ มีส่วนที่เพิ่มมาคือ ระบบเเสดงองศาของล้อหน้าที่หน้าจอ MID, เพิ่มระบบปรับอากาศ auto มาให้, เพิ่มถุงลมนิรภัยจาก 3 ใบ(คู่หน้า-หัวเข่าคนขับ)เป็น 7 ใบ(คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-หัวเข่าคนขับ) เเละ Hilight ที่เด็ดคือ ให้เบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางคู่หน้ามาทุกรุ่นเลยครับ เป็นรุ่นเดียวเลยที่ให้มา ตรงนี้เเหละครับ ด้วยราคาที่ใกล้เคียง Everest 2.0 Trend กับ Terra 2.3 V เเถมออพชั่นเเทบจะเรียกว่าไม่ได้ด้อยกว่าเลย เผลอๆจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำตรงที่ได้เบาะไฟฟ้าคู่หน้า ตรงนี้เเน่นอนครับว่าพอเป็นเเบบนี้ บวกกับยี่ห้อความน่าเชื่อถือ คนส่วนใหญ่ก็จะโอนเอียงมา Fortuner เเล้วรุ่นนี้เเหละผมมองว่าจะเป็นตัวยอดขายหลักของ Fortuner เเละตีคู่เเข่งบางรุ่นตายเรียบครับ เพราะออพชั่นหลักๆมาครบเลย พอเพียง เเละไม่โล้นอย่างที่หลายๆท่านคิดครับ
ทีนี้เรามาดูข้อเสียกันบ้างดีกว่า
-เเม้เครื่องยนต์ 2.4 ตัวนี้จะถือว่าใช้งานได้โอเคเเละเพียงพอสำหรับหลายๆท่านเเล้ว เเต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับคู่เเข่งต้องยอมรับเลยว่าค่อนข้างอืดที่สุดในกลุ่มเเล้ว คือ 0-100 มีราวๆ13 วินาที เพราะคู่เเข่งเเทบทุกค่ายทั้ง Pajero Sport 2.4, Everest 2.0, Terra 2.3 ล้วนมีอัตราเร่งที่เร็วกว่านี้มาก ในขณะที่รุ่นนี้อัตราเร่งมันจะไปสูสีกับ Honda CRV Gen4 2.0 หรือ Isuzu MU-X 1.9 ครับ
เพราะเครื่องตัวนี้ถูกจูนมาเเบบ Low Power ไม่ได้ High Power จุดอ่อนอยู่ที่เเรงในรอบปลายจะเหี่ยวมากครับ พูดง่ายๆว่าเเรงมาไวก็หมดไวครับ การเปลี่ยนเกียร์เพื่อลากใช้รอบสูงๆจึงไม่เกิดประโยชน์กับรถรุ่นนี้ภาพรวมท่านใดที่ชอบขับรถเร็วหรือเน้นซิ่ง เน้นจี้ตูดชาวบ้าน อาจจะต้องมอง 2.8 นะครับ(ผมละงงครับว่าเครื่อง 2.4 ก็ไม่ได้เเรงเเต่ทำไมทุกวันนี้เขาขับจี้ตูดขับปาดหน้ากันราวกับรถมี 300 เเรงม้าเลย 5555 เเซวเล่นนะครับ)
-เบาะคู่หน้าในภาพรวมเเม้มันจะนั่งสบายเเต่ผมรู้สึกว่ามันยังค่อนข้างเเข็งไปนิดนึงครับ ตัวเบาะยังไม่ค่อยหนาฟูนุ่มมากเท่าไหร่ ในขณะที่พวก Pajero Sport หรือ Everest จะนั่งสบายเหมือนรถเก๋งมากกว่า ขณะที่ตัวนี้ผมคิดว่ามันยังดูมีความเป็นกระบะอยู่นิดๆครับ เข้าใจว่าอาจเน้นกระชับเเต่มันไม่ได้รองรับเเผ่นหลังของเราเเบบโซฟาครับ เเต่ยังชดเชยด้วยการปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางทุกรุ่นย่อย ปรับเบาะได้ละเอียดเพื่อเหมาะสมกับสรีระเเต่ละท่านมากขึ้นครับ
-ถึงเเม้ว่ารุ่น V 4WD จะมีราคาราวๆ 1.5 ล้านบาทเเล้วเเต่ว่าออพชั่น safety น้อยมากยกตัวอย่างง่ายๆครับถ้าเทียบกับคู่เเข่งราคาใกล้ๆกันที่ได้เครื่อง high power(ขับเคลื่อน 2 ล้อ)อย่าง Pajero Sport 2.4 GT-Premium 2WD เขาได้สิ่งเหล่านี้ครับ
-กล้องมองภาพรอบคัน Around View Monitor
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go ที่ความเร็วต่ำ
-ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว FCM
-ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง UMS
-ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSM
-ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลนระยะไกล LCA Lane Change Assist
-ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
เเต่ Fortuner 2.4 ไม่มีสักอย่างครับ
ถือว่าเสียเปรียบคู่เเข่งมากในประเด็นนี้
-จุดนี้ถือเป็นจุดอ่อนหลักเลยครับ เป็นข้อเสียข้อหลักคือ"ช่วงล่าง"ต้องบอกว่า Fortuner เป็นรถ PPV ที่มีความเป็น PPV ยุคเก่าอยู่มาก คือ ค่อนข้างที่จะดีดเด้งชวนเมารถเลยทีเดียวสำหรับท่านที่มีอาการเมารถ เรียกว่าช่วงล่างดีดเด้งที่สุดในกลุ่มครับ เเถมในความเร็วสูงก็เเทบจะไม่ได้ดีกว่า Pajero Sport เอาเสียเลย กลายเป็นว่านอกจากจะดีดเด้ง ความมั่นใขความหนึบก็เเทบไม่มี คือ มันค่อนข้างจะโคลงครับ เเต่ถ้าเกิดท่านใดบรรทุกน้ำหนักเยอะๆช่วงล่างมันจะโอเคเลยครับ คือ นิ่งขึ้น ไม่ดีดเพราะมีน้ำหนักมากดราวกับว่าเหมือนเซ็ตมาเน้นบรรทุกมากเกินไป ควรจะเน้นผู้โดยสารให้มากกว่านี้ครับ
-ถามว่าทำไมเบาะเเถว 3 รุ่นนี้นั่งสบาย คำตอบอยู่นี่ครับ เบาะเเบบเเขวนที่ทุกท่านไม่ชอบนั่นเเหละครับ เหตุผลก็เพราะว่าการพับเบาะเเบบเเขวนนี้เพื่อที่จะไม่ต้องทำเบาะเเบบหลบซุ้มล้อด้านข้าง นึกออกไหมครับ ปกติถ้าพับเรียบมันจะติดซุ้มล้อด้านข้าง ทำให้เบาะจะนั่งไม่สบายเท่า เเต่ถ้าเราพับเเบบเเขวนเนี่ยมันก็ไม่ต้องหลบซุ้มล้อ ทำให้เบาะนั่งสบาย เเลกกับวิธีการพับที่ค่อนข้างโบราณเเละเสียพื้นที่ในการวางของครับ
เเต่จุดที่ผมมองว่าเป็นข้อเสียจริงๆคือทัศนวิสัยครับเพราะเวลาเราเเขวนเบาะ
ปุ๊ปเราจะมองอะไรที่เสา C-Pillar ไม่เห็นเลย ทำให้บดบังมุมมอง เวลาจะเปลี่ยนเลนหรือจะอะไรก็ต้องใชความระมัดระวังมากขึ้นพอสมควรเลยนะครับเพื่อความปลอดภัย
-ออพชั่นบางตัว เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเเค่โซนเดียวไม่ใช่ Dual Zone ทั้งๆที่ราคานี้มันน่าจะ Dual Zone ครับ หรืออย่างรุ่น V ไม่ได้มีฝาท้ายไฟฟ้าเเบบ Kick Sensor ให้เลย รวมถึงเเทบไม่มีอะไรพิเศษมาเลยในรุ่น V ครับ
-ส่วนต่างระหว่างรุ่น V กับรุ่น G เยอะเกินไปครับ นี่คือสิ่งที่เพิ่มมาในราคา 105,000
-กระจกมองข้าง ระบบ Welcome Light
-ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
-ที่บังแดดคู่หน้ามีที่เก็บนามบัตรมีกระจกฝาปิด และไฟส่องสว่าง
-ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล
-ไฟส่องสว่างที่ประตูทั้ง 4 บาน
-ระบบ Cruise Control
-กระจกมองหลังแบบตัดเเสง auto
-สัญญานเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง
กลายเป็นรุ่น V ดูเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยคุ้มค่าเลยครับในสายตาของผมกับสิ่งที่เพิ่มมาเเค่นี้
-ในเมื่อเพิ่มมาเเค่นี้ รุ่น V ราคาน่าจะถูกลงกว่านี้ได้อีกราวๆ 30,000-40,000 นะครับ เพื่อที่จะทำให้ตัวรถดูมีความคุ้มค่ามากขึ้น เพราะหากเทียบกับคู่เเข่งที่ราคาใกล้กันเขาจะได้เปรียบกว่าพอสมควรในเรื่องออพชั่น
สรุป-เรียบหรูเกือบสุดเเต่ยังไม่เรียบร้อยในบางเรื่อง
ในภาพรวมนั้นหากเราจะอธิบายถึง Toyota Fortuner 2.4 นั้นต้องบอกเลยว่าไม่เเปลกใจที่เขาได้เป็นเจ้าตลาดมายาวนานครับ
เขาสามารถรู้ใจลูกค้าได้ เซ็ตรถมาในภาพรวมตรงตามกลุ่มเป้าหมาย
เขาเหมือนผู้ชายที่เเม้จะไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านวิชาการมากนัก ไม่ใช่สายห้าวหรือสายเเว้นมากนัก เเต่เขาใจถึง เขาใจสู้ เขาพร้อมลุย เเถมเขาเรียบร้อยถูกใจสาวๆหลายๆคนเช่น Honda CRV น่าจะถูกใจเขามากๆเลยครับ
ข้อดีของเขาอยู่ที่เป็นรถที่มีหน้าตาภายนอก-ภายในดีหรูหรา มีเบาะนั่งเเถว 2 เเละ 3 นั่งสบายกว้างขวาง มีเครื่องยนต์ที่ติดบูสต์ไวใช้ในเมืองได้ดีสัมพันธ์กับเกียร์ ประหยัดน้ำมัน มีออพชั่นที่เพิ่มเข้ามาพอสมควร รวมถึงมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือกด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการนำเอาไปลุย
เเต่จุดที่ยังสามารถปรับปรุงได้อีกก็คือหลักๆจะเป็นในเรื่องของช่วงล่างครับที่ต้องลดอาการดีดเด้งลงมากกว่านี้ เครื่องยนต์อาจจะเเรงไม่เท่าคู่เเข่ง รวมถึงการจัดการออพ
ชั่นบางตัวที่น่าจะใส่มาด้วย เบาะคู่หน้าที่สบายกว่าเดิมอีก รวมถึงสามารถทำให้เบาะเเถว 3 นั่งสบายเเละพับเรียบได้ในคราวเดียวกัน
ถ้าถามว่ารถรุ่นนี้เหมาะกับใครก็เหมาะกับท่านที่มีครอบครัวหลายคน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้ต่อผู้ครอบครอง ใช้งานในเมือง ชอบบรรทุกของที่มีน้ำหนักมาก ไม่เน้นซิ่ง เน้นประหยัดน้ำมัน ต้องการออพชั่นในเชิงความหรูหรา ไม่ได้เน้นในเรื่องของออพชั่นด้าน safety หรือต้องการระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเเบบ Part-Time ด้วย เเละที่สำคัญคือศูยย์บริการ อะไหล่ ความทนทาน ความน่าเชื่อถือ เเละราคาขายต่อ ล้วนเป็นจุดเเข็งที่เขามีมากกว่าหลายๆค่ายครับ
ถ้าหากความต้องการของท่านเป็นอย่างที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนี้หรือชอบใจรถรุ่นนี้ Toyota Fortuner 2.4 คือคำตอบครับ
เเละทั้งหมดนั่นละครับ คือ การเจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย Toyota Fortuner 2.4
อย่าลืมนะครับ ถ้าชอบบทความเเบบนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ กดฟอลโลว์กันนะครับ
ช่องทางการติดตามอื่นๆ
FB :Carman
IG : Blockdit_Carman
ไปกดไลค์ กดติดตามกันได้นะครับ
ติดตามบทความย้อนหลังของ Carman ที่นี่
ใครมีความรู้สึกยังไง, มีข้อเสนอเเนะสามารถคอมเม้นลงมาที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ
เวลาใหม่!!!
ติดตามบทความใหม่ทุก EP ของ Carman
ทุกวันศุกร์เวลา 20.00 น.
วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
เครดิตข้อมูลเเละรูปภาพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    สวัสดีคาลิมบา..เพจป๋อเอง
    ขอบคุณมากขอแชร์นะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ศบค. ส่ง SMS ตาม 252 คน จาก 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยง รีบตรวจ RT-PCR ฟรี หาโอไมครอน โฆษก ศบค. เผย สั่งห้าม 8 ประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าไทยมีผลวันนี้ ส่วนคนที่เข้ามาต้องกักตัว 14 วัน คนไทยต้องจ่ายเงินเอง ให้กรมควบคุมโรค ส่ง SMS ติดตามกลุ่มเสี่ยงคงค้างในไทย 252 คน มาตรวจ RT-PCR ฟรี
      ห้องเรียนต่างหากที่เป็นบ้านหลังที่ 2 ช่วงปีที่ผ่านมานี้ ตัวผมได้มีโอกาสทำภาพยนตร์สารคดีอยู่เรื่องหนึ่งชื่อ ​“Friendship : เพื่อนรัก...รักเพื่อน” เป็นภาพยนตร์สารคดีที่มีแนวคิดในการเก็บรวบรวมความทรงจำ ของหมู่เพื่อนสมัยม.6 ของผม ด้วยการสัมภาษณ์สมาชิกภายในห้องทั้งหมด 29 คน เพื่อทำเป็นภาพยนตร์สารคดี พวกเขาเหล่านั้นต่างก็เล่าถึงความทรงจำที่ได้ทำร่วมกันมาสารพัดแง่มุมหลากรสชาติ ซึ่งมีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ หนึ่งในแง่มุมที่พวกเขาเล่าตรงกันเกือบทั้งหมดนั่นก็คือ พวกเขาเล่าถึงห้องเรียนหมายเลข 4407 ของพวกเขา เป็นเหมือนสถานที่ที่ยามใดได้นึกถึง ความทรงจำตอนนั้นก็พรั่งพรูกลับมาเติมเต็มหัวใจของพวกเขาได้ในวันที่พวกเขาเริ่มเติบโต วันที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความเครียด ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะความสนุกสนานเหมือนแต่ก่อน ผมจึงอยากหยิบยกคำสัมภาษณ์ของเพื่อน ๆ นำมาถ่ายทอดในงานเขียนชิ้นนี้
      EU พบผู้ป่วย COVID19 Omicron แล้ว อย่างน้อย 44 คน แล้วอาการหล่ะ รุนแรงมั้ย? จากที่มีตำแหน่งกลายพันธุ์เยอะมากของสายพันธุ์นี้ ทำให้ความกังวลว่าวัคซีนที่ฉีดไป จะได้ผลหรือไม่ เลยไปหาดู ก็พบว่า เคสที่พบที่ EU 44 เคส และ อีก 2 เคสที่ฮ่องกง ทั้งหมดได้รับวัคซีนแล้ว (หลากหลายกันไป ทั้ง Az and mRNA vaccine)
      ความโกรธ...สอนอะไรเรา? 1. ถ้าอยากรู้จักตัวเองให้มากขึ้น ให้พิจารณาความโกรธของเรา โดยเฉพาะตอนที่เราโกรธมาก ๆ
      ดูทั้งหมด