มีบัญชีอยู่แล้ว?
The Letters 📬 (6) - พูดคนละภาษา
จดหมายถึงปูนปั้นและหนูแป้ง
สวัสดีจ้ะ ปูนปั้นกับหนูแป้ง
เวลาเช้า ๆ ขณะที่อากู๊ด กำลังเขียนจดหมาย ขอใช้คำทักทายว่า อรุณสวัสดิ์ 🌤 ด้วยซะเลย
เมื่อวานอากู๊ดถึงกับงง เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณย่าท่านพูดว่า หมายถึงอะไร จนอาแก้วนั่งอยู่ด้วยถึงกับหัวเราะออกมาดังเชียว
คุณย่าถามว่า “ ได้เอาโ อ กลับคืนมารึยัง ? “ หลังจากที่อากู๊ดกลับมาจากตักบาตรหน้าบ้านตอนเช้า
.
“ โ อ “ ของคุณย่าคือ ถ้วยอลูมิเนียมที่นึ่งไข่ตุ๋นไปใส่บาตรเมื่อวันก่อน ก็ยกไปทั้งถ้วยเลย ไม่ได้ถ่ายเทอาหารจากถ้วยหรือหม้อเล็ก ๆ ใส่ปิ่นโตของหลวงพ่อที่เด็กวัดเข็นรถเข็นคันเล็ก ๆ ใส่อาหาร น้ำ และดอกไม้ ตามหลังหลวงพ่อมาบิณฑบาตด้วย
ภาพจากอินเตอร์เน็ต..
อากู๊ดก็งงอยู่นานว่าคุณย่าหมายถึง โอ อะไร โอ คนไหน โอ คือใคร
..กว่าจะถึงบางอ้อรู้ว่าคือ ถ้วยใส่ไข่ตุ๋นที่นึ่งไปใส่บาตรนั่น ก็ร้องห๊ะ ๆ ไปซะหลายครั้ง
1
คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ที่ใช้นึ่งข้าว นึ่งไข่ นึ่งขนมในหม้อซึ้ง เรียกภาชนะอย่างนี้ว่า โ อ
มีเรียกว่า อ ว ย ด้วยนะจะบอกให้
.. สมัยของอากู๊ดทุกสิ่งอย่างแบบนี้เรียกว่า ถ้ ว ย เรียกว่า ช า ม หมดละ
1
ยังมีคำเรียกแปลก ๆ ที่ปูนปั้นกับหนูแป้ง ฟังแล้วอาจจะงงในรุ่นของหลาน ๆ บ้างก็ได้นะคะ
เช่น คุณย่าเรียก ผ้ า ห่ ม ว่า ผ้ า ผ ว ย
.. แต่เดี๋ยวนี้คุณย่าท่านก็เรียกว่า ผ้าห่มบ่อยขึ้นแล้วนะจ้ะ ไม่ค่อยได้ยินพูดว่า ผ้าผวย ๆ เหมือนแต่ก่อนโน้นนนนัก
1
บางคำที่อากู๊ดพอนึกออกตอนนี้
อย่าง ‘ ถั ง น้ำ ‘
เคยได้ยินคุณทวด คุณปู่ คุณย่า เรียกว่า ‘ แ ค ร ง ‘ บ้าง ‘ ก ร ะ เ ป๋ ง ‘ บ้าง
.
และ ‘ ก ร ะ บ ว ย ตักแกง ‘ ในครัว คุณทวดเคยเรียกให้ได้ยินว่าหยิบ ‘ พ ว ย ‘ มาให้หน่อย 😅
ขนาดภาษาพูดกันเล่น ๆ แบบวัยรุ่น ต่างรุ่นกัน มาฟังก็อาจมีงงงวยกันน่าดูบ้างแหละ
.. คำศัพท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ คำเก่า ๆ บางคำก็ตกรุ่นกลืนไปกับเวลาที่ล่วงผ่านเลยไปจนลืมไปแล้ว
เมื่อก่อนของที่ว่า ดี ๆ เยี่ยมมากแล้ว
ใช้คำว่า ‘ เ จ๋ ง ‘ คนรุ่นใหม่อาจจะไม่มีใครใช้คำนี้กันแล้ว แต่อากู๊ดยังใช้อยู่นะ 😂 อากู๊ดว่ามันเป็นคำสั้น ๆ ที่บอกความหมายได้ดีว่า สุดยอด ยอดเยี่ยมดี แบบต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว
1
คำบางคำใช้ได้ไปยาว ๆ จากรุ่นสู่รุ่นในความหมายเดียว ความหมายเดิม แต่บางสิ่งเดียวกัน แค่ต่างถิ่นต่างที่ก็ใช้กันคนละแบบ เรียกกันไปคนละอย่างแล้วนะคะ
ถ้าวันนี้มีเพื่อน ๆ มาถามอากู๊ดว่า โ อ มั๊ ย ?
อากู๊ดตอบได้เร็วเลยว่า ..โ อ อยู่ หมายถึง สบายดี โอเคอยู่ 🥰😁
แต่ก็ได้เข้าใจมากขึ้นหากคุณย่าถามถึง โ อ อีกครั้ง ก็จะหมายถึง ถ้วยใบเล็ก ๆ ที่อยู่ในครัวอย่างนึงละ
อากู๊ดเก็บภาพแสงเช้า ยามรุ่งอรุณที่หน้าบ้านคุณปู่คุณย่ามาฝากนะจ้ะ ถ่ายเก็บไว้เมื่อตอน 6.10 น. ก่อนหลวงพ่อท่านจะเดินมาถึงหน้าบ้านน่ะจ่ะ
รักและคิดถึง
อากู๊ด 🌻
..
รฉัตร วรรณกุล
10 กุมภา' 2564

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      สร้างความภาคภูมิใจแก่สายตาชาวโลกอีกครั้ง เมื่อ CNN สำนักข่าวที่ใหญ่ระดับโลก จัดให้ต้มยำกุ้งติด 1 ใน 20 เมนูซุปที่ดีที่สุดในโลก
      ## 'ลองโควิด' ความท้าทายทางการแพทย์แห่งยุคสมัยอันยิ่งยวด ## เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา The Lancet ซึ่งเป็นวารสารการแพทย์ชั้นนำของโลกตีพิมพ์บทบรรณาธิการ เรียกร้องให้วงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ทั่วโลกร่วมกันศึกษาสิ่งที่เรียกว่า "ลองโควิด" (Long COVID) หรือโควิดเรื้อรังกันอย่างจริงจัง
      ​เตรียมปิดตำนาน โรงเรียนเล็กใจกลางเมืองใหญ่ "โรงเรียนวรรณวิทย์" แจ้งสอนภาคเรียนสุดท้ายในเทอมนี้ ศิษย์เก่าร่วมจัดงานรำลึก 26 ก.พ.65 เฟซบุ๊ก ของ ศิษย์เก่าโรงเรียนวรรณวิทย์ " Wannawit School Alumni " โพสต์ประกาศเชิญชวนศิษย์เก่าร่วมบันทึกความทรงจำส่งท้ายเพื่อรำลึกถึงโรงเรียนในงาน “สิ้นเสียงระฆังวรรณวิทย์” วันที่ 26 ก.พ. 2565 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนวรรณวิทย์ สุขุมวิทซอย 8 เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ปี โรงเรียนแบกรับภาระและการขาดทุนไม่ไหวจึงต้องปิดตัวลงโดยจะทำการเรียนการสอนภาคเรียนนี้เป็นภาคเรียนสุดท้าย ทั้งนี้ โรงเรียนวรรณวิทย์ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ก่อตั้งโดยหม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ปัจจุบันมี ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์ เป็นครูใหญ่ เดิมทีโรงเรียนวรรณวิทย์เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว มีนักเรียนเพียง 7 คน หม่อมผิว เป็นครูใหญ่ และสอนนักเรียนด้วยตัวเอง โดยมีความมุ่งมั่นที่จะให้เป็นสถานศึกษา ที่ให้ทั้งวิชาความรู้ รวมทั้งอบรมสั่งสอนศิลธรรม จรรยา ขนบประเพณี และพลศึกษาไปด้วย ปัจจุบันมีหม่อมราชวงศ์รุจีสมร สุขสวัสดิ์ อายุ 101 ปี เป็นครูใหญ่ ต่อมาปี 2496 ได้ขยายกิจการเนื่องจากมีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปีและได้เพิ่มชั้นเรียนขึ้นจนถึงชั้นมัธยม 6 เดือน มิ.ย. 2497 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยกฐานะโรงเรียนขึ้นเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล และได้มีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมขยายอาคารเรียนเพิ่มเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นรูปตัวแอล มีโรงหลังคาจากหอคอยสูง จากนั้นในปี 2505 ได้สร้างตึก 3 ชั้น ใช้เป็นโรงอาหารและห้องเรียน และอีก 3 ปีต่อมาได้สร้างอาคารใต้ถุนสูงเปิดโล่งใช้เป็นลานอเนกประสงค์
      รัชกาลที่ 4 มีประกาศอย่าเชิ่อข่าวลือให้มาก ช่วงนั้นมีข่าวลืออะไร ทำไมท่านจึงประกาศอย่างนั้น อ้างอิงจาก ประชุมประกาศในรัชกาลที่ 4
      ดูทั้งหมด