มีบัญชีอยู่แล้ว?
ตั้งศูนย์ที่เลขสาม โดย นัมอินซุก
ฟังไฟล์เสียงได้ที่ 👉🏻 https://youtu.be/OnN83dlwFqs
....วัย30 เป็นช่วงเวลาที่วัยเยาว์เข้ากับความคุ้นเคยในการใช้ชีวิต เป็นช่วงที่มีเสน่ห์และทำงานได้ดีที่สุด อาจรู้สึกยุ่งและถูกกดดัน แต่การจะเป็นวัย30ที่เบ่งบาน งดงามที่สุด ไม่ได้ขึ้นกับคนอื่น แต่ขึ้นกับตัวเราเอง หนังสือเล่มนี้ช่วยให้คุณแข็งแกร่งอย่างอ่อนโยน
หนังสือเล่มนี้ทำให้รู้สึกว่าวัย 30 เป็นวัยที่สวยงาม เบ่งบาน เป็นวัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ มีเสน่ห์ ค้นพบตัวเอง พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่จากการล้มลุกคลุกคลาน เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจและมุมมองความคิดในการใช้ชีวิต ที่อยากทำอะไรก็ได้ ผู้เขียนได้แนะนำ 18 ข้อคิด ที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งเคยผ่านวัยนี้มาแล้ว เป็นการปูทางให้เตรียมตัว รับรู้ พร้อมที่จะก้าวต่อไปอย่างสวยงาม มาดูกันค่ะ ว่า เคล็ดลับ 18 ข้อ มีอะไรบ้าง
1. เป็นคนอ่อนโยนถึงชนะ
....ต้องเด็ดขาดกับตัวเอง แต่อ่อนโยนกับผู้อื่น
....ผู้หญิงที่สำเร็จจะอ่อนโยน ไม่ทำร้ายจิตใจคนรอบข้าง ยืดหยุ่น เป็นคนนุ่มนวล อบอุ่น สนุกสนาน ใจกว้าง มีเสน่ห์ เป็นที่นิยมชมชอบของคนรอบข้าง
....คนที่อดทนสร้างความสำเร็จ จะไม่กดดันและคาดหวังกับบทบาทของตัวเอง พวกเขาอดทนเพื่อรอสิ่งนั้นบรรลุผล โดยไม่ล้มเลิกความตั้งใจ ไม่ใช้ความแข็งกร้าว เพื่อดึงดันให้ได้สิ่งที่ต้องการ ยืดหยุ่นกับคนรอบข้าง ควบคุมตัวเองได้อย่างเคร่งครัด
....อย่าทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่น ...เหตุจูงใจก่อให้เกิดฆาตกรรมคือการทำให้เสียความรู้สึก ทำให้ใครคนหนึ่งโกรธ
....จงเป็นผู้หญิงแบบเม็ดมพม่วง คืออ่อนโยนแต่มีความมั่นใจ รับผิดชอบที่แสดงออกมาชัดเจน ใส่ใจคนอื่นมากกว่า
2. โดดเดี่ยวให้เป็น
.....คนชอบเข้าสังคมรู้สึกโดดเดี่ยว มักรู้สึกขาดความมั่นใจ จึงยึดติดความสัมพันธ์แบบผิวเผิน แต่คนรักสันโดษจะสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้ง คนที่ช่วยคลายความโดดเดี่นวคือคนที่รู้จักนิสัยใจคอกันจริงๆ ความโดดเดี่ยวไม่ใช่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ แต่เพราะคนเหล่านั้นไม่เข้าใจ โดยเฉพาะไม่เข้าใจตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องยอมรับมันให้ได้ สนุกเวลาอยู่คนเดียว
1
3. อย่าสร้างศัตรู
....เป็นเพื่อนกับทุกคน แต่อย่ายึดติดกับใคร เลือกหน้ากากให้เหมาะสมกับสถานการณ์
....เพอร์โซน่า เรียนหน้ากากที่ใส่ตามสถานการณ์ต่างๆ ไม่ใช่การโกหกเสแสร้ง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทตามสถานการณ์ที่เจอ คนเรามีเพอร์โซน่าหลายแบบ เพื่อให้ปรับตัวเข้ากับสังคมได้
....เริ่มเข้าใจว่าโลกนี้ ไม่มีใครดีหมดจดและไม่มีใครเลวเสียหมด ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร รู้จักปล่อยวางทำให้มีความสุขมากขึ้น จัดการกับความสัมพันธ์ใหม่ เพื่อนที่มักเหยียดคนอื่นเพื่อให้ตนเองดูดีกว่า ทำให้คุณค่าในตัวถูกดูถูกดูแคลนอย่างหนัก ทำให้รู้สึกต่ำต้อย เลิกยึดติดกับเพื่อนบางคน แล้วออกไปพบปะเพื่อนใหม่ เป็นเพื่อนกับคนที่ชอบ
.....เพื่อนที่ดีใจกับเราแสดงความยินดีด้วยใจจริง แสดงว่าเขาปราถนาดีกับเรา (ปกติคนเราแบ่งปันความเศร้าได้ง่ายกว่าความดีใจ) เพื่อนจริงจะไม่มองว่าดีกฝ่ายคือคู่แข่ง เพราะฉะนั้นมองให้ออกและมอบเวลาและความสนใจให้กับพวกเขา
4. รู้จักคำว่ารักมากเกินไป
....ผู้หญิงจะมองหาผู้ชายที่มีคุณสมบัติสูงกว่าตนเอง เพราะผู้หญิง มีระดับการศึกษาและสังคมที่สูงขึ้น
....ชาวเกาหลีเรียกหญิงวัย 30 ว่า โกลดมิส (Gold Miss) คนจีนเรียก เซิ่งหนู๋ ญี่ปุ่นเรียกว่าฮานาโกะซัง
.....เมื่อก่อนผู้หญิงแต่งงานกับใครก็ได้ แต่เมื่อเลี้ยงดูตัวเองได้ ก็ไม่เลือกผู้ชายที่แย่กว่า จึงเลือกอยู่คนเดียว ยิ่งรู้จักคนมาก ยิ่งดูคนออก ความรักจึงเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เพราะรู้เยอะเกินที่จะตกหลุมรักใครง่าบๆ
5. คุ้นเคยกับชีวิต
....เรียนรู้ว่าจะควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเองอย่างไร โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เปลี่ยนจากสิ่งที่รู้เป็นรู้สึก กลายเป็นได้เกิดใหม่เป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ความฉลาดของคนไม่ได้ขึ้นกับเซลล์สมอง ขึ้นกับไซแนปส์ (การเชื่อมของเซลล์ประสาท) ถูกพัฒนาโดยประสบการณ์
.....เป็นวัยที่มั่งคั่งด้วยประสบการณ์ สิ่งที่คาดเดาอายุได้คือการทำงานที่คล่องแคล่ว มีมุมมองต่อสิ่งรอบตัวชัดขึ้น มีวุฒิภาวะ
6. ความสนุกของการเป็นเพื่อนกับความจริง
....เพราะเรารู้เหตุผลและความจริง ไม่ได้อยู่ในโลกจินตนาการเหมือนที่เคย สามารถอยู่กับความจริงได้ไม่มองว่ามันโหดร้าย รู้จักบริหารชีวิตแบบภาพรวมโดยมีเป้าหมายเป็นแรงผลักดัน จะจัดการทุกอย่างให้สมดุลได้ ไม่ยึดติดกับอดีต ใช้ชีวิตตอนนี้ให้มีค่า
....วิธีเดียวที่จะใช้อดีตอย่างสร้างสรรค์ คือการวิเคราะห์ความผิดพลาดอย่างสงบ และเรียนรู้จากมัน หลังจากนั้น จงลืมมันไปเสีย....แอนดรูว์ คาร์เนกี้
....เป็นผู้มีความแข็งแกร่งมีไหวพริบ เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต เจอกับอะไรให้คิดเป็นภาพกว้าง ไม่ใช่จุด เฝ้ามองปรากฎการณ์ต่างๆที่เกิดโดยไม่แสดงการโต้ตอบทันทีแล้วใช้ประโยชน์จากมัน
7. รู้จักตัวเองดีขึ้น
....รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร มากกว่าถามตัวเองว่าจะทำอย่างไร รู้จักความถนัด ความชอบของตนเอง ฝึกสมองให้กระตือรือร้น
....อาชีพเป็นภาพลักษณ์ทางสังคมที่ถูกมอง งานที่ทำได้ดี งานที่อยากทำ งานที่ทำได้ กำหนดการยอมรับจากสังคมและความมั่นคง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์
....ไม่มีความอดทน ขาดความกระหายใคร่รู้ สนใจเรื่องตนเอง เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ใช้ชีวิตแบบไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ เพราะเมื่อทำสิ่งที่ไม่ถนัด หรือไม่มีค่าพอที่จะอดทนทำต่อไป
....เรื่องง่ายหมายถึง เรื่องที่ต้องตั้งใจทำอย่างดีที่สุดถึงจะทำได้ดี
8. เริ่มต้นใหม่ เริ่มทำอะไรใหม่ๆ
....คนสำเร็จมักเจอวิกฤตและหลงทางมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนหาทางออกใหม่ๆเจอ
เป็นวัยจุดเปลี่ยนของชีวิจ อาจหวั่นไหว แต่ควบคุมการใช้ชีวิตตัวเองให้ได้ วางแผนให้กำลังใจตัวเอง และเริ่มสิ่งใหม่
9. แยกแยะความฝัน เป้าหมาย การยึดติดออกจากกัน
....ความฝันคือ การมองภาพความสำเร็จโดยก้าวข้ามกระบวนการทั้งหมด เป็นดาวนำทางช่วยไม่ให้หลง ชีวิตจึงสว่าง
....การทิ้งความฝัน เหมือนผู้นำที่ยอมทิ้งอำนาจเพื่อจัดการชีวิตตัวเอง คนกลัวฝัน เพราะกลัวผิดหวังหากไม่สำเร็จ แต่ที่หมดกำลังใจ ท้อแท้ก่อน เพราะไม่ได้ทถ่มสุดตัว คนที่วิ่งหาฝันไม่กลัวตายจะสุขใจ อาจคเ้นพบทางใหม่ อีกอย่างความฝันที่เจ็บปวด เพราะยึดติดโดยพยายามรักษาสิ่งที่เลือกไว้โดยสร้างเหตุผลมารองรับ ไม่ยอมรับความจริงว่าเชื่อและเลือกผิด ยึดติดสิ่งหนึ่งไว้ในใจ คิดว่าคือฝัน ไม่รู้อะไรทำได้ดี ปฎิเสธสิ่งอื่นหมด แม้ทำตามความฝันได้แล้ว ก็ควรหมั่นพัฒนาตนเอง ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต ฝันเพื่อชีวิต ไม่ฝันเพื่อฝัน เมื่อเจอขีดจำกัด ต้องยืดหยุ่น อดทน หนักแน่น
10. ลงมือทำ ไม่รอพร้อม
....ใส่คำสั่งหยุดความเสียหายเมื่อถึงจุดที่ควรหยุด แล้วทุ่มเทให้เต็มที่
...ไม่มีใครชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญกับสิ่งที่เข้ามา คนไม่ยอมลงมือทำตามความฝันมักใช้เวลากับการเตรียมให้พร้อม แต่ไม่รู้จะใช้ความสามารถนั้นเมื่อไหร่
....การเขียนไดอารี่จำเป็นสำหรับคนหัดเขียนเพื่อฝึกการวางโครงเรื่องและภาษาเยื้องต้น ฝึกเขียนงานที่ได้เงิน เพราะเขาจะวิจารณ์เราชัดเจน
....มีเป้าหมายชัดเจนจะไม่ลังเง และ ตัดสินใจได้ทันที
....หากอยากเรียนต่อให้ทำเลย เพราะเริ่มรู้ว่าตัวเองชอบอะไร มีข้อจำกัดอะไร
....ความมุ่งมั่น คือเชื้อเพลิงที่ช่วยผลักดันไปข้างหน้า ไม่ล้มเลิกความตั้งใจ จริงจังกับชีวิต ไม่มีข้อแก้ตัว ภาระจะเป็นแรงผลักดันให้กล้ากระโดดคว้าฝัน
....คนมีความฝันแน่วแน่จะก้าวข้ามการสบประมาทของคนอื่น ทำทุกอย่างให้ฝันเป็นจริง กล้าเดินบนเส้นทางที่ล้มเหลว อยู่ในกระบวนการ
.....งานทุกงานเหนื่อย แต่หากเป็นงานที่อยากทำจะเหนื่อยน้อยกว่า รู้สึกถึงคุณค่ามากกว่า งานที่ชอบรู้สึกทำได้ง่ายกว่า
....บางคนบอกว่าวิ่งตามความฝันจะเสียหาย เอาเครื่องคิดเลขมาคำนวณจนชีวิตไม่ขยับไปไหน และกลัวว่า อาจเป็นเพราะไม่ได้อยากทำขนาดนั้นจริงๆ ให้หาความฝันใหม่ ใช้ความแกร่งกล้าสร้างฝัน อาศัยสมาธิพุ่งไปที่เป้าหมายเดียว มีความคิดสร้างสรรค์
....คนสำเร็จส่วนใหญ่ ค้นพบชีวิตที่ไม่เคยคาดหวังจากสิ่งตอบแทน คนพิชิตฝันได้เป็นคนธรรมดาที่โฟกัสเป้าหมายชัดเจน คิดวิธีใหม่ๆในการทำงานให้ดีกว่าเดิม ลงมือทำ ความพยายาม คือ มีแรงบันดาลใจ จริงจังในการทำงานนั้น ใช้คำสั่งหยุดความเสียหาย เช่น ทำครบ....ถึงจุด...นี้แล้วค่อยเลิก แล้วทุ่มเทเต็มที่โดยไม่ต้องกลัว หรือ ลังเล
....คนเราสามารถเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ณ จุดที่ตัวเองยืนตอนนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด จะวาดฝันชัดเจน รู้วิธีพยายาม ความฝันต้องอยู่นาน โดยอาจเริ่มทำควบคู่กับงานประจำได้ โดยการแบ่งเวลา แล้วสิ่งที่คนอื่นบอกว่า...มันไม่มีทางเป็นจริงได้มันจะเป็นจริง
11. มีความชัดเจน...เรียบง่าย...จับประเด็นสำคัญ...ครบถ้วน
.....ความไม่ชัดเจนเป็นปัญหาเรื่องทัศนคติ ไม่ใช่นิสัย เป็นบุคลิกที่สะท้อนความเป็นเด็ก
....ความคลุมเครือ คิดไปเอง มองตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สื่อสารให้ชัดเจน ปล่อยให้เข้าใจผิดก็อาจเสียหายหยักได้ การไม่ชัดเจนในทุกเรื่อง คือ คนที่คุมชีวิตตัวเองไม่ได้
....การรู้ชัดว่าปัญหาที่เผชิญอยู่คืออะไร แสดงออกชัดเจน ควบคุมสถานการณ์เหล่านั้นได้ เป็นเงื่อนไขของความสุขอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องใช้พลังงาน คนไม่อยากใช้พลังงานเลยเป็นคนเพิกเฉย มีแต่ชีวิตตัวเอง คุ้นเคยในการโยนความผิดและกล่าวโทษ
....การวางแผนทุกเรื่องอาจดูเหนื่อย แต่ไม่เป็นเช่นนั้น มองงานอย่างลพเอียดวาดภาพในหัว ตรวจสอบอย่างละเอียดกับอีกฝ่ายเสมอ ใช้โทรศัพท์ค้นหาข้อมูลจากเน็ต ตัดสินใจเร็ว ปฎิบัติจริง ทำตัวอยู่เหนือสถานการณ์ เป็นการควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง มั่นใจมากขึ้น แยกแยะว่าสิ่งไหนควรทำ ควรจัดการ
....หลีกเลี่ยงผู้ชายที่มีความซับซ้อน เพราะมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้น ถ้าไม่รู้จักโตก็เจ้าชู้
....คนที่ลองเก็บความคิดหนึ่งมาคิดต่อ ทั้งที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนั้นคือคนฉลาด ...อริสโตเติล
....อคติที่สร้างมาจัดการความคิด ช่วยให้ชีวิตมีประสิทธิภาพ ยิ่งมีประสบการณ์ มีความรู้เรื่องนั้นเยอะ จะยิ่งมีอคติมาก (ปรัชญา) หากไม่คิดลึกซึ้ง คือ คนโง่ หากไม่ปรับปรุง คือ คนแก่หัวดื้อ
....ความคิดการกระทำที่เรียบง่าย เหนื่อยน้อยลงได้ผลมากขึ้น สบายใจขึ้น รู้จักสร้างประสบการณ์ต่างๆด้วยตนเอง เรียนรู้จากมัน เอาความคิดนั้นมาลงมือทำ เป็นคนหนักแน่นแต่ไม่ดื้อรั้น
....กล้าตัดความสัมพันธ์ได้ง่ายเหมือนทิ้งของจุกจิก เป็นการจัดการสิ่งรอบตัว เป็นการฝึกฝนการตัดสินใจเพราะการปล่อยของที่อยู่ในมือต้องใช้ความเด็ดเดี่ยว เรื่องตัดความสัมพันธ์ คนที่ไม่จริงใจ ชักชวนชีวิตปั่นป่วนไปทางลบ ค่อยๆผลักใสออกไปอยู่นอกวงโคจรชีวิตคุณ
....ตรวจสอบว่าชีวิตเราเรียนง่ายขึ้นไหม คือ ชีวิตสบายๆมีลำดับก่อนหลังชัดเจน และเป็นตัวของตัวเอง ถาม...เลือกสิ่งสำคัญกับตัวเองอยู่หรือไม่
12. กล้าตัดสินใจ
....มนุษย์ไม่ชอบตัดสินใจจนขี้เกียจ ทำให้เป็นคนคล้อยตามคนอื่นอย่างไร้เหตุผล คล้ายโรค Lemming Syndrome เลมมิ่งซินโดรม (อุปทานหมู่..หนูโดดลงน้ำตามๆกัน) มอบชีวิตอยู่ในมือคนอื่น เพราะขาดความมั่นใจ ฝึกสั่งสมการตัดสินใจจะช่วยให้มั่นใจขึ้น และความภูมิใจในตัวเองสูงขึ้น
....ชีวิตที่เติบโตมาภายใจ้การควบคุมของพ่อแม่ที่หวังดี และตัดสินในแทนจะไม่มีความสุข
....ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง รับผิดชอบผลที่ตามมา เลือกว่าจะไปตรงที่หมายก่อนหรืออ้อมก่อน (สิ่งที่ฉันกลัวไม่ใช่กลยุทธ์ของศัตรูแต่เป็นความผิดพลาดของฉันเอง...เพอริคลิส) สั่งสมประสบการณ์บ่อยเข้าจะสามารถจัดการชีวิตได้อย่างแข็งแปร่ง (หากชีวิตยังจัดการไม่ได้ เปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่ระดับล่างเท่านั้น) คนที่ตัดสินใจไม่ได้ ผลักภาระให้คนอื่นคือคนไร้ความรับผิดชอบ พอผลไม่ได้อยากมี่คิดก็โทษคนอื่น เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด โทษโชคชะตา
....นิทานแหวนวิเศษ ช่างทองและชาวนา ช่างทองขโมยแหวนวิเศษของชาวนาขอให้เหรียญตกจากฟ้าจนเหรียญทับตาย แต่ชาวนาเป็นคนดี ถึงได้แหวนปลอม อยากขออะไรก็บอกตัวเองเป็นเรื่องเล็กไม่ต้องขอให้พยายามด้วยสองมือจนรวยขึ้นมาด้วยตัวเองและลืมพรจากแหวนไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าโชคลาภ คือ ทัศนคติต่อการใช้ชีวิต แม้แต่พรวิเศษก็ไม่ได้ให้แบบฟรีๆ ต้องยอมรับสิ่งที่ตามมาด้วย
13. ลงมือทำโดยเริ่มจากสิ่งเล็กน้อยที่เรารู้สึกง่าย
....เริ่มจากสิ่งเล็กน้อยๆอาจทำให้ได้ดี มนุษย์ถูกสร้างให้ใช้พลังน้อยที่สุด มักเลือกสิ่งที่สมบูรณ์อยู่แล้วเท่านั้น แทนที่จะคิดว่าทำอย่างไร สิ่งนั้นถึงดีขึ้นได้ เช่น ร้านขายยาชนบทที่มีความคิดว่าจะทำให้โด่งดังจนคนขับแท็กซี่ทุกคนต้องรู้จักได้อย่างไร
....กระตือรือร้นลงมือทำในสิ่งที่หวัง ขยับตัวทำอะไรสักอย่างย่อมมีโอกาสมากกว่าเสมอ คนสำเร็จ ไม่ใช่เก่งจนเราเทียบไม่ได้ แต่เขาเปลี่ยนความคิดมาเป็นการกระทำในขณะที่คนอื่นลังเล เปลี่ยนจากสิ่งที่หวัง มาเป็นสิ่งที่ต้องทำจนเป็นนิสัย การไตร่ตรอง เตรียมตัวมากเกินทำให้ไม่กล้าลงมือทำ
....คนในสังคมมักต้อนรับคนอัธยาศัยดีที่เข้ากับคนง่าย 80% ของคนบนโลกนี้ชอบเก็บตัว อัธยาศัยดีเป็นเพียงบุคลิก ถึงแม้เก็บตัวก็ไม่ควรลังเลที่จะลงมือทำ และไม่ด่วนสรุแว่าไม่เหมาะกับตัวเอง
....เป็นคนใจจร้อน คือ ลงมือทำทันที (คนไม่ลงมือทำเพราะคิดว่าไม่อยากแข่งขัน คิดว่าไม่มีศักดิ์ศรี)
....อายุมากแม้ไม่เผาผลาญดีเท่าเดิม แต่เพราะไม่ค่อยเคลื่อนไหวเลยอ้วน
....มีสติ กล้าเรียนรู้เรื่องใหม่ การใช้ชีวิตให้เคลื่อนไหว ลงมือปรับมุมมองชีวิตให้ดีขึ้นทีละนิดแต่ต่อเนื่อง พบเจอสิ่งที่เคยทำเป็นครั้งแรกบ่อยๆ ทำให้ตื่นตัว และมีความสุข (แต่การมีความสุขในชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายต้องใช้การกระทำเป็นแรงกระตุ้น) เช่น ลองชิมอาหารที่ไม่รู้จัก ไปทีใหม่ๆ
14. รักตัวเอง (อยากแต่งงานกับตัวเองไหม)
....รักตัวเอง เป็นมิตรกับตัวเองก่อน เคารพซักดิ์ศรีของตนเอง การที่เข้ากับคนอื่นได้เป็นอย่างดี เพราะความสัมพันธ์กับตัวเองมั่นคง
....เวลาเกิดตกที่นั่งลำบากไม่ควรทำ 2 อย่าง คือ โยนความผิดให้คนอื่น กับ ดูถูกตัวเอง (ไม่ควรทรมาณตัวเอง)
....เป็นฉันที่ดีกว่าเดิม
....ชีวิตคนอื่นอาจดูน่าอิจฉา แต่บางทีอาจซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใน
1
15. สร้างศักดิ์ศรีให้กับตัวเอง
....ความมั่นใจ คือ คิดว่าฉันทำอะไรได้ดี ศักดิ์ศรี คือการเคารพรักตัวเอง จงสร้างศักดิ์ศรีมากกว่าความมั่นใจ จะพอใจมีความสุข รักตัวเอง แม้จะล้มเหลวหรือถูกวิจารณ์
....หากรักและเป็นมิตรกับตัวเอง สามารถหลุดจากภาพลักษณ์ของครอบครัว แผยคุณค่าที่แท้จริงให้เบ่งบาน เช่น โคโคชาแนล เป็นเด็กเร่ร่อนที่อยู่กับพ่อแม่ซึ่งเป็นคนเร่ร่อน
....สิ่งที่ต้องทำเพื่อสร้างศักดิ์ศรี คือ มองตัวเองอย่างเต็มตาในภาพปัจจุบัน (ไม่ใช่ภาพที่หวัง หรืออดีต) คนวิ่งหนีความเจ็บปวด จะมีรอยแผล แต่คนเรียนรู้จากสิ่งเลวร้าย จะได้รับบทเรียนที่มีค่า
.....สิ่งที่สอง คือเป็นคนดี (อย่าเอาศักดิ์ศรีตัวเองมาแลกกับความสบายชั่วครู่ เช่น แซงคิว หรือประสบความสำเร็จด้วยการหลอกลวงผู้อื่น )
.....คนไม่มีศักดิ์ศรีจะจำนนกับความล้มเหลวง่าย พยายามส้รางศักดิ์ศรีกับความสำเร็จเรื่องเล็กๆน้อยๆ คนไม่มั่นใจมักประเมินความสามารถตัวเองต่ำ จึงไม่สำเร็จตามที่คิด
....ภาพลักษณ์ตัวเอง เหมือนห่อกล่องของขวัญ สิ่งในกล่องคือ ความคิดสติปัญญา ไม่ควรยึดติด / ละเลยภาพลักษณ์มากเกิน ค้นหาข้อดีของตนเอง ชมตัวเองแต่ไม่โกหก
16. มีความสุขกับการอยู่คนเดียว
.....ผู้หญิงที่ทำอะไรคนเดียวจะแข็งแกร่ง สนุกกับการอยู่กับตัวเอง และชอบอยู่กับคนอื่นด้วย เพราะมองว่าทั้งตนเองและคนอื่นต่างเป็นที่หนึ่ง
....ความเป็นเด็ก และ การขาดความมั่นใจทำให้เป็นคนไม่เด็ดขาด การเตือนจากคนระดับเดียวกันจะถูกคิดว่าเป็นคำวิจารณ์ ผู้ฟังจะเชื่อเนื้อหาเพียง10% อีก 90% ขึ้นกับว่าใครเป็นคนพูด และ กาลเทศะ แต่การถูกเตือนด้วยหนังสือ จะไม่รู้สึกว่าถูกต่อว่า
....การอ่านหนังสือเป็นการทำความเข้าใจสิ่งนั้นในรูปแบบใหม่ๆ จนเข้าใจในรูปแบบของตนเอง เป็นการเปลี่ยนชีวิตที่เหลืออยู่ของคนนั้นไปตลอดการ เพราะไม่มีใครยัดเยียดความเข้าใจ แต่การอ่านทำให้ค้นพบบางอย่าง และ เข้าใจได้เอง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ง่ายที่สุด ยิ่งทีประสบการณ์มาก ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจมาก คนที่ตอบคำถามได้ดีสุดคือตัวเอง ซึ่งคำตอบอยู่ในหนังสือ ถ้าอยากหาคำตอบให้กับความกลุ้มใจให้ขังตัวเองกับห้องสมุดสักเดือน
.....อายุ 30 เป็นวัยที่สวย มีพลังชีวิตที่สุด รวมทั้งสีหน้าท่าทางการแต่งตัว เพราะรู้ใจตัวเอง รู้จักรูปลักษณ์ตัวเอง รู้สไตล์ เป็นตัวเองมากที่สุด
17. บริหารความพยายามให้เหมาะสม ทำให้อยู่กับเรานานที่สุด เพราะชีวิตเหมือนวิ่งมาราธอน
....อาจไม่ได้มีศรัทธาแรงกล้า ไม่ได้กัดฟันจ้ำอ้าวให้ถึง แต่อดทนทำเรื่อยๆทุกวันไม่หยุด มีวินัย มุ่งมั่น ไม่ล้มเลิกกลางคัน ไม่ถอยหลัง แค่ก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ คนสำเร็จเป็นคนะรรมดา แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะทำไปเรื่อยๆ ไม่หยุดลงมือทำเรื่องเล็กๆนั่นเอง
....การทำงานมากเกินไป แสดงว่าเขาไม่ค่อยภูมิใจในตัวเอง เพราะฉะนั้น เลือกงานสำคัญที่สุด เป็นคนทำออกมาให้ได้ มีค่ากว่าเอาปัญหาชีวิตมาไล่ต้อนตัวเอง (ผมเป็นคนเกินช้า แต่ไม่เดินถอยหลัง...ประธานาธิปดีเอบราแฮม ลิงคอล์น) มีความมุ่งมั่นในการดันตัวเอง แต่อย่าเอาแส้ฟาดตัวเอง
18. เชื่อตัวเอง คนเราสามารถเอาชนะความลำบากในชีวิตได้ดีกว่าที่คิดโดยเฉพาะผู้หญิง
....ถ้ากพลังเดินผ่านนรก จงก้าวต่อไป....เชอร์ชิลล์
....เดลคาร์เนกี้...Dale Carnegie เมื่อเกิดปัญหา คิดว่าในสถานการณ์เลวร้ายสุด จะเกิดอะไรบ้าง ถามตัวเอง สามารถรับมือกับมันได้หรือไม่ (จะเกิดอะไรก็เกิด) มองที่ปัญหา หาสิ่งที่ตัวเองทำได้ในตอนนั้น หยุดกลุ้มกับสิ่งที่จัดการไม่ได้ ท่าทีการรับมือกับความทุกข์
....อย่าใช้ความกลุ้มใจเป็นข้อแก้ตัว โน้มน้าวให้คนอื่นยอมรับความทุกข์ของพวกเขา เลือกที่ปรึกษาที่เคยผ่าน ก้าวผ่านไปได้
....เมื่อเกิกความทุกข์ ย่อมโดดเดี่ยว ตัวเองเป็นคนพาตัวเองออกมาก เพราะฉะนั้นต้องหาพลังพาตัวเองก้าวออกมาให้ได้ แค่ทีละก้าวก็สำเร็จแล้ว เชื่อในความแข็งแกร่งที่มีในตัวเอง
....หาต้นแบบ / พี่เลี้ยงให้เจอ หากไม่มีเราจะเป็นต้นแบบให้ตัวเอง ถ้าคนอื่นไม่ต้อนรับความฝัน / ความปราถนาของคุณอย่าเพิ่งยอมแพ้ ค่อยๆพัฒนาจนคุณเป็นความฝันของใครคนหนึ่ง
....ตัวเราเองไม่เสียศูนย์ ผู้แข็งแกร่งแท้จริง คือคนไม่ยอมล้มเลิดความเป็นตัวเองจนถึงที่สุด ทำตัวโอนอ่อนเหมือนต้นไผ่ ลมพัดมาก็ไม่เคยหัก
.
.
. เพิ่มการพัฒนาตัวเองวันละนิด
. เหมือนเติมวันละ 1 องศา
. 1 วัน อาจจะไม่มีอะไร
. 10 วันไม่มีความต่าง
. แต่ 100 วันล่ะ 1000 วันล่ะ
. จะเปลี่ยนแปลงไปโดยแทบไม่เห็นร่องรอยเดิม
.
. มาพัฒนาวันละ 1 องศา
. เพื่อเติมเต็มวงล้อชีวิตให้สมบูรณ์ไปด้วยกัน
. ...กับเพจ #องศาที่หายไป
.
.
. 🪴🪴🪴🪴🪴🪴
👍🏻เลื่อนนิ้วโป้งกด Like กด Share ให้จูลสักนิด..เพื่อชีวิตที่มีกำลังใจให้จูลนะคะ..ขอบคุณค่ะ
⭐️ติดตามที่ Blockdit
❤️ติดตามที่ Youtube
🥰คุยกับจูลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ที่Line ค่า (Add ไว้ จะได้ทราบข่าวสารอัพเดตค่า

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Beautiful Guy with My Portrait
    ชอบประโยคนี้ เห็นด้วยมากๆค่ะ