4 เม.ย. 2021 เวลา 02:09 • สุขภาพ
เพราะเรานั้นแตกต่าง “กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสุขภาพ
3
ลองดูได้ ไม่เสียหายอะไรนะครับ
“อาหาร” นั้นคือ สสารใด ๆ ก็ตาม ที่บริโภคเพื่อเสริมโภชนาการให้กับร่างกาย อาหารจึงมักจะมาจากพืชหรือสัตว์ ซึ่งมีสารอาหารสำคัญ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน หรือแร่ธาตุ ซึ่งสิ่งมีชีวิตจะทำการย่อย และดูดซึมสสารที่เป็นอาหารเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปสร้างพลังงาน คงชีวิต หรือกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกายต่อไป
และในวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปพบกับ “การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด” ซึ่งนับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อสุขภาพที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานแล้วว่า ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยแนวคิดที่ว่านี้มาจาก ‘Dr. Peter J. D'Adamo’ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ในปี 1990 และจากการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี เขาก็ได้ข้อสรุป และนำมาเขียนเป็นหนังสือที่ชื่อว่า “Eat Right 4 your Type”
2
Dr. Peter J. D'Adamo
ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปนั้นกล่าวว่า "เลือดแต่ละกรุ๊ปนั้นมีสารเคมีในเลือดที่แตกต่างกัน โดยมีแอนติเจนกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนที่เป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำ และจับเกาะติดเลือดที่เรียกว่า "เลกติน" ถ้าเรากินอาหารที่มีเลกตินไม่เหมาะกับเลือด ก็จะทำให้เลกตินเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การเผาผลาญ การสร้างอินซูลิน และความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย"
2
“ซึ่งจากความแตกต่างของสารเคมีในเลือดนี้เอง ที่ทำให้เลือดแต่ละกรุ๊ปนั้นมีความสามารถในการย่อยต่างกัน ถ้าสามารถย่อยได้ทั้งหมด ร่างกายก็จะนำสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าย่อยไม่หมด ก็จะตกค้างอยู่ในร่างกาย และเน่าเสีย เมื่อถูกดูดซึมกลับไปอีกครั้งก็จะทำให้ร่างกายป่วยง่ายขึ้นนั่นเอง”
หนังสือ Eat Right 4 Your Type
ทีนี้เราไปดูกันครับว่าแต่ละกรุ๊ปเลือดนั้นเป็นอย่างไร ควรกิน และไม่ควรกินอะไร
กรุ๊ปเลือดต่าง ๆ
คนที่มีเลือดกรุ๊ป O
คนกรุ๊ปเลือดนี้ กระเพาะอาหารนั้นมีความเป็นกรดสูง ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก มักจะหิวง่าย และแน่นอนว่าอ้วนง่ายด้วยนะ
ดังนั้นจึงขอแนะนำให้รับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันไม่สูงมากนัก เช่น เนื้อปลา กุ้ง ปู มากกว่าเนื้อหมู หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ
3
กินกุ้งกันเป็นล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียว!!!
ผักนั้นแนะนำ บรอกโคลี ผักโขม เนื่องจากมีวิตามินเคสูง แต่ควรหลีกเลี่ยงผักใบขาว อาทิ กะหล่ำปลี เพราะจะไปก่อกวนการทำงานของไทรอยด์ รวมไปถึงมะกอกดอง และเห็ดหอม เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ ส่วนมะเขือยาว และมันฝรั่งก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะจะทำให้ปวดข้อ
4
ส่วนผลไม้นั้นกินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะเชอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ รวมไปถึงผลไม้ตระกูลเกรปฟรุตต่าง ๆ เนื่องจากสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดี ส่วนผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะพร้าว และแคนตาลูป เพราะมีความเป็นกรดสูง ถ้ากินมาก ๆ จะทำให้มีกรดในกระเพาะมากเกินไปนั่นเอง
4
ด้านเครื่องดื่ม คนกรุ๊ปเลือดนี้กระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง จึงควรเลี่ยง ชา กาแฟ และเบียร์ เพราะจะไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะได้
2
คนที่มีเลือดกรุ๊ป A
คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้จะย่อยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ และมีความเข้มข้นของเลือดสูงมาก ถ้ากินเนื้อสัตว์บ่อย ๆ จะทำให้เลือดหนืด และไหลเวียนช้า ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ง่าย และยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง และเบาหวานได้อีกด้วย รวมไปถึงปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำงานได้ไม่เต็มที่
1
แนะนำให้รับประทานเนื้อปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาทู ปลาแซลมอน ปลากระพง หรือหากอยากเสริมโปรตีนแนะนำให้กินถั่วเพิ่มขึ้น อาทิ ถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง และเต้าหู้ เป็นต้น
1
กินปลาทูกัน ว่าแต่ตัวใหญ่จังนิ!!!
นอกจากนี้ยังควรเน้นหนักไปที่การกินผักที่มีกากใยมากขึ้น โดยเฉพาะบรอกโคลี หอมหัวใหญ่ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมไปถึงแครอท ผักโขม และกระเทียม ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และฟักทองที่ช่วยเรื่องกรดในกระเพาะอาหารอีกด้วย
ผลไม้ที่อยากให้หลีกเลี่ยง คือ กล้วย แคนตาลูป แตงโม มะม่วง มะละกอ ส้ม เพราะย่อยได้ยาก เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน และทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ผลไม้นอกจากนี้กินได้หมดไม่มีปัญหา
1
ส่วนเครื่องดื่มที่แนะนำคือ ชา กาแฟ และไวน์แดง (แต่กาแฟไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้ว) โดยควรดื่มหลังอาหารเท่านั้นเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มกรด และควรหลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์ โซดา และน้ำอัดลม เพราะจะทำให้มีกรดในกระเพาะมากเกินไปนั่นเอง
ดื่มกาแฟได้นะครับ
คนที่มีเลือดกรุ๊ป B
เป็นกรุ๊ปเลือดที่ค่อนข้างจะมีความยืดหยุ่นทางอาหารสูง กล่าวคือ กินง่าย อยู่ง่าย สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้หลากหลาย อาทิ แกะ แพะ ปลาแซลมอน ปลาเนื้อขาว กุ้ง ปู ส่วนนม เนย และไข่ กินได้ในปริมาณที่เหมาะสม แนะนำให้รับประทานข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และหลีกเลี่ยงแป้งสาลี แป้งโฮลวีท และถั่วลิสง เพราะไม่ดีต่อระบบเผาผลาญ ทำให้อ้วนง่าย
3
ด้านผักแนะนำในกลุ่มผักใบเขียว อาทิ กะหล่ำปลี บรอกโคลี หอมหัวใหญ่ ขิง เพราะมีแมกนีเซียมสูง สามารถช่วยป้องกันอาการผื่นคัน และภูมิแพ้ได้
ส่วนผลไม้กินได้แทบทุกชนิด แต่ก็ควรเลี่ยงผลไม้รสหวาน อาทิ ลูกพลับ ลูกแพร์ หรือทับทิม และที่ต้องแนะนำคือ สับปะรดเพราะมีเอนไซม์ช่วยให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น รวมถึง กล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย
กินสัปปะรดก็ดีนะ แต่ปอกเปลือกก่อนไหม!!!
ด้านเครื่องดื่มด้วยเหตุที่บอกว่ากรุ๊ปเลือดนี้แพ้อากาศง่าย จึงแนะนำให้ดื่มน้ำขิง ชาเชียว โสม และเปปเปอร์มิ้นท์ นอกจากจะช่วยแก้หวัดแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และบำรุงประสาทอีกด้วย
คนที่มีเลือดกรุ๊ป AB
กรุ๊ปเลือดนี้เป็นการผสมผสานระหว่างกรุ๊ปเลือด A กับ B ทำให้สามารถกินแบบลูกผสมได้เลย เช่น วันนี้จะเน้นเนื้อ วันนี้จะเน้นผักสลับกันไปมาก็ได้ แต่ถ้าให้แนะนำอยากให้รับประทานเนื้อสัตว์แต่พอประมาณ ถ้าเป็นเนื้อปลาก็ยิ่งดีต่อร่างกาย อาจเลือกรับประทานอาหารประเภทถั่วเพิ่มก็ได้ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และเต้าหู้ก็มีประโยชน์ช่วยให้โปรตีนต่อร่างกายเช่นกัน
ผสมผสานกันไป แต่กินเยอะเกินไปก็ไม่ดีนะ
กินผักได้แทบทุกชนิด ส่วนธัญพืชแนะนำให้กินข้าวโอ๊ต และข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรหลีกเลี่ยง งา ถั่วแดง เมล็ดฟักทอง และข้าวโพด เพราะชะลอการทำงานของอินซูลิน
ด้านผลไม้กินได้แทบทุกชนิด โดยเน้นไปที่พวกวิตามินซีสูง อาทิ แครนเบอร์รี่ เชอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ พลัม องุ่น เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ส่วนผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ กล้วย ฝรั่ง มะม่วง และมะพร้าว
สำหรับเครื่องดื่มชา กาแฟ ดื่มได้พอประมาณ แนะนำให้ดื่มชาคาโมมายล์ และชาเขียว เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน หรือจะเป็นน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวครึ่งซีกไว้สำหรับดื่มตอนเช้าเพื่อช่วยในการย่อย และล้างระบบลำไส้ก็ได้
ดื่มชาคาโมมายล์จะเหมาะมาก
สรุปอาหารที่แนะนำให้รับประทาน หมายถึง อาหารที่กินได้บ่อย ส่วนอาหารที่ควรงดหรือหลีกเลี่ยงนั้น ถ้าจำเป็นต้องกิน ก็ให้กินในปริมาณที่น้อย และพยายามกินอาหารที่เหมาะสมเข้าไปทดแทนในทันทีด้วย สำหรับอาหารอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้สามารถกินได้ตามความเหมาะสม
ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ควรเน้นไปที่การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย นะครับ โดยอย่าละเลยอาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่าย บวกกับขยันออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจเช็คสุขภาพประจำปี แค่นี้ทุกคนก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน
ยังไงอาหารหลัก 5 หมู่ ก็ยังคงสำคัญนะครับ
ทั้งนี้ยืนยันว่าบทความของผมไม่ใช่คำตอบ หรือบทสรุปที่ดีที่สุด ทุกคนควรใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการรับข้อมูลนะครับ
ขอบคุณทุกการตอบรับ ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม ไลค์ คอมเมนท์ หรือว่าแชร์ ทุกกำลังใจสำคัญสำหรับผมเสมอ
ขอบคุณครับ
แล้วพบกันใหม่ในโพสต์หน้า
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่มา
โฆษณา