23 ก.ค. 2021 เวลา 10:10 • สัตว์เลี้ยง
• พูชินกา สุนัขหมายเลขหนึ่งของประธานาธิบดีเคนเนดี้
…เขาหาว่าหนูเป็นสายลับรัสเซีย เพราะหนูเป็นน้องหมาที่มาจากรัสเซีย แต่หนูก็ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติด้วยการมีส่วนช่วยไม่ให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพโซเวียตได้เชียวนะ แถมหนูยังเป็นลูกของสุนัขอวกาศที่เดินทางไปโคจรรอบโลกแล้วกลับมาอย่างปลอดภัยไม่ซี้แง๋แก๋เหมือนกับไลกาผู้น่าสงสารด้วยนะคะ…
ถ้าพูชินกาพูดได้มันคงจะเอ่ยคำพูดแบบนี้กับมนุษย์ ในตอนนี้ของซีรีย์สัตว์เลี้ยงหมายเลขหนึ่งจะมาเล่าเรื่องของพูชินกาสุนัขของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้กัน
1
พูชินกาสุนัขหมายเลขหนึ่งของประธานาธิบดีเคนเนดี้โพสต์ท่าถ่ายรูปที่หน้าทำเนียบขาว (Image: BBC)
🐶 หนูมาจากรัสเซีย
สวัสดีค่ะหนูชื่อพูชินกา หรือจะสะกดว่าพูชินก้าก็แล้วแต่จะสะดวกค่ะ ชื่อของหนูสะกดเป็นภาษาอังกฤษแบบนี้นะคะ Pushinka ซึ่งเป็นภาษารัสเซีย แปลว่าขนปุกปุยค่ะ
หนูเป็นน้องหมามาจากรัสเซียค่ะ ตอนนั้นรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ใช่แล้ว…ตอนนั้นเราเป็นคอมมิวนิสต์ และมีความเป็นอริกับสหรัฐอเมริกา แถมตอนที่หนูเกิดมาเป็นช่วงสงครามเย็นพอดี แต่ใช่ว่าเราจะเกลียดกันและแข่งขันกันไปทุกเรื่องนะคะ ผู้นำของหนูคือนิกิตา ครุชชอฟ กับผู้นำสหรัฐฯ คือจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ส่งจดหมายคุยกันตลอดเลยนะคะ แถมยังมอบของขวัญให้กันและกันอีกด้วย และหนูก็คือของขวัญจากมอสโกที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรเล่าคะ
1
เรื่องมีอยู่ว่ามีการจัดงานเลี้ยงระดับรัฐขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แล้วผู้นำสหภาพโซเวียตกับผู้นำสหรัฐฯ ต่างก็เข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย แจ็คเกอรีน เคนเนดี้ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแสนสวยของสหรัฐฯ ก็นั่งข้าง ๆ กับท่านผู้นำครุชชอฟ พอหมดเรื่องจะคุยไม่รู้จะสนทนาเรื่องอะไรเธอก็เลยถามถึงสเตรลกา-Strelka ซึ่งเป็นสุนัขที่ส่งขึ้นไปพร้อมยานอวกาศ เมื่อปี 1960 ใช่แล้วค่ะ สเตรลกาคือแม่ของหนูเอง แม่ของหนูถึงแม้ไม่มีสกุลรุนชาติเป็นเพียงหมาจรจัดข้างถนน แต่แม่ก็กลายเป็นวีรสตรีหมาในประเทศของหนู ดังไม่ดังแจ็คเกอรีนก็ยังถามถึง แถมเธอยังถามถึงเหล่าลูกหมาของสเตรลกาด้วยนะคะ
หลังจากนั้นราว 2-3 เดือนหนูก็ถูกส่งตัวมาจากมอสโกเพื่อมอบเป็นของขวัญแด่ผู้นำสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน ปี 1961 ค่ะ ตอนนั้นหนูอายุได้ 6 เดือนและมาพร้อมกับพาสปอร์ตรัสเซีย หนูไม่ต้องนั่งจรวดออกไปนอกโลกเหมือนแม่ของหนู หนูแค่นั่งเครื่องบินมา แต่มันก็ไกลโขอยู่นะคะไม่ใช่ใกล้ ๆ ซึ่งหนูได้รับสายเลือดอันทรหดจากแม่หนูเลยไม่เป็นอะไรในการเดินทางไกลครั้งนี้ แถมนั่งเครื่องบินมาอย่างสงบเสงี่ยมด้วย ตอนแรกประธานาธิบดีเคนเนดี้งงมากเลยไม่รู้ว่าหนูมาจากไหน แต่พอรู้เรื่องก็แทบไม่เชื่อว่าแจ็คเกอรีนจะทำให้ท่านผู้นำครุชชอฟคิดส่งหมามาให้
2
พอรู้ต้นสายปลายเหตุว่าหนูมาจากไหน ประธานาธิบดีเคนเนดี้เลยส่งจดหมายไปขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นนี้กับท่านผู้นำครุชชอฟ เนื้อความในจดหมายที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้เขียนไปก็ประมาณว่าเขาและภรรยารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการได้รับหนูเป็นของขวัญ และรู้สึกซาบซึ้งใจที่ท่านผู้นำครุชชอฟสามารถจดจำเรื่องนี้ได้จากการสนทนาที่เวียนนาทั้ง ๆ ที่ท่านมีธุระยุ่ง ๆ มากมายในชีวิตค่ะ
1
และนับจากนั้นเป็นต้นมาหนูก็เป็นน้องหมาเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกันไปเลยค่ะ สำหรับหนูไม่รู้จักหรอกค่ะว่าเชื้อชาติคืออะไร คอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยคืออะไร หนูรู้แต่เพียงว่าหนูรักเจ้าของของหนูเท่านั้นเองค่ะ และชอบเล่น กิน แล้วก็นอน ชีวิตน้องหมาอย่างหนูจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกล่ะคะ
ถ้าถามว่าหนูสายพันธุ์อะไร หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เพราะแม่หนูก็เป็นหมาจร ดังนั้นในใบทะเบียนทางการบอกว่าหนูไม่ได้มีสายพันธุ์อะไรเฉพาะนะคะ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือหนูเป็นพันธุ์ทางค่ะ หนูเกิดในแล็บเพราะตอนนั้นแม่ของหนูไม่ใช่หมาข้างถนนแล้ว
แจ็คเกอรีน เคนเนดี้ กับนิกิตา ครุชชอฟ ที่กรุงเวียนนา ปี 1961 (Wikipedia)
จดหมายขอบคุณที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ส่งไปให้ผู้นำสหภาพโซเวียตคือครุชชอฟ (Image: JFK Library/BBC)
🐶 ชีวิตในทำเนียบขาวของหนู
ก่อนที่หนูจะได้เข้าไปอยู่ทำเนียบขาว หนูก็ถูก CIA ตรวจสอบนิดหน่อยจนทะลุไส้ทะลุพุงจนปรุ ก็แน่ล่ะค่ะ ก็หนูถูกส่งตัวมาจากประเทศคู่แข่งนี่คะ เขาก็เลยกลัวว่าหนูจะเป็นหมาสายลับ เลยต้องตรวจดูว่าหนูถูกติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังหรืออะไรเทือก ๆ นั้นหรือเปล่า แต่สุดท้ายหนูก็ผ่านฉลุย หนูไม่ใช่สายลับนะคะ แต่หนูคือทูตเพื่อกระชับสันถวไมตรีต่างหาก
ชีวิตใหม่ของหนูที่ทำเนียบขาวเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ หนูปรับตัวได้ แถมมีผู้ดูแลส่วนตัวอีกด้วย ก็แน่ละสิคะเจ้าของใหม่ของหนูเป็นถึงผู้นำของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลกย่อมไม่ค่อยจะมีเวลามาดูแลหนูมาก หนูเลยมีเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาวมาช่วยดูแลหนูค่ะ
ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีเคนเนดี้จะไม่สบอารมณ์ที่ประเทศเก่าของหนูล้ำหน้ากว่าสหรัฐฯ ที่สามารถส่งแม่ของหนูกับเพื่อนอีกตัวที่ชื่อเบลกา-Belka ไปนอกโลกได้และกลับมาอย่างปลอดภัยในขณะที่สหรัฐฯ ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย แต่หนูก็ไม่ได้ถูกทำร้ายถูกฟาดงวงฟาดงาใส่เลยนะคะ เพราะมันคนละเรื่องกัน หนูได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ส่วนเรื่องโครงการอวกาศนั้นท่านประธานาธิบดีก็ไปแก้ลำด้วยการสั่งให้ประเทศของท่านส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ให้ได้ก่อนทศวรรษที่ 1960 ค่ะ ผู้นำที่ดีควรจะทำแบบนี้ใช่ไหมคะ ถ้าเราจะแข่งกันเราก็ต้องแข่งกันพัฒนาประเทศชาติของตัวเองให้ก้าวหน้ากว่าเดิมดีกว่าทำสงครามกัน หรือไม่ทำอะไรเพราะเอาแต่มัวอิจฉาประเทศอื่น
เจ้าของใหม่ของหนูมีลูกสาวคนหนึ่งชื่อแคโรไลน์ค่ะ หนูสามารถเล่นของเล่นของแคโรไลน์ที่สนามเด็กเล่นในทำเนียบขาวได้ หนูปีนบันไดได้เองแล้วขึ้นไปไถลตัวลงมาในกระดานลื่นได้ ซึ่งท่านประธานาธิบดีทึ่งกับความสามารถนี้ของหนูมาก เลยมาถามผู้ดูแลหนูว่าเขาหัดหนูได้อย่างไร ซึ่งก็ไม่มีอะไรมาก เพราะหนูเห็นแก่กินเท่านั้นเองค่ะ ผู้ดูแลของหนูก็แค่เอาถั่วมาล่อในแต่ละจุดเรื่อย ๆ ให้หนูตามขึ้นไปกินแล้วก็ไถลตัวลงมาตามกินถั่วที่เขาวางไว้เท่านั้นเอง
1
แต่พอแคโรไลน์บอกคนดูแลหนูว่าอย่าเอาถั่วให้หนูกินเพราะสัตวแพทย์บอกว่ามันไม่ดีต่อหนู ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหนูก็อดได้กินถั่วเลย
สเตรลกากับเบลกา สุนัขอวกาศของสหภาพโซเวียต (Image: Reddit)
พูชินกากับกระดานลื่น (Images: JFK Library)
🐶 คู่รักของหนู
ที่ทำเนียบขาวหนูไม่เคยเหงาเลยค่ะ เพราะเจ้าของใหม่ของหนูเลี้ยงเพื่อนร่วมสายพันธุ์เดียวกับหนูเยอะหลายตัวเลย แต่หนูมีเพื่อนสนิทอยู่ตัวหนึ่งเป็นสายพันธุ์เวลช์เทอเรียร์ชื่อว่าชาร์ลี-Charlie ซึ่งเขาต้อนรับขับสู้หนูเป็นอย่างดี แถมคอยเล่นกับหนูเป็นประจำด้วยแหละ หนูได้ออกไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าข้างนอกกับชาร์ลีด้วยนะคะ แล้วต่อมาชาร์ลีก็ได้เป็นแฟนของหนูค่ะ
หนูมีลูกกับชาร์ลี 4 ตัว คลอดเมื่อปี 1963 ชื่อว่าน้องผีเสื้อ-Butterfly น้องปลายหางขาว-White Tips น้องดำทมิฬ-Blackie และก็น้องชีเปลือย-Streaker คนตั้งชื่อก็คือแคโรไลน์กับจอห์นจูเนียร์น้องชายของเธอค่ะ ลูก ๆ ของหนูไม่เหมือนหนูเลย พวกนางเหมือนพ่อเอามาก ๆ ท่านประธานาธิบดีเรียกลูก ๆ ของหนูว่า “pupniks” สงสัยท่านคงระลึกถึงจรวดสปุ๊กนิกของบ้านเก่าหนูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันที่สามารถแซงหน้าสหรัฐฯ ไปก่อนแน่เลยค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าลูก ๆ ของหนูหน้าตาเป็นอย่างไรน่ารักไหมก็เชิญทัศนาได้ในรูปภาพประกอบนะคะ
ชีวิตหนูไม่ได้อยู่ที่เฉพาะทำเนียบขาวอย่างเดียว หนูและลูก ๆ เคยถูกพาไปพักผ่อนที่บ้านส่วนตัวของครอบครัวเคนเนดี้ด้วยค่ะ แต่หลังจากนั้นหนูก็ต้องแยกจากลูกเพราะถูกยกให้คนอื่นไปเลี้ยง หนูก็ยังรู้สึกคิดถึงลูก ๆ ที่ถูกแยกจากไปอยู่ดีนะคะ
ลูก ๆ ของหนูป็อบน่าดูชม มีคนเขียนจดหมายหลายฉบับตั้ง 5,000 ฉบับมาขอลูกหนูไปเลี้ยง ทำให้หนูอยู่กับลูกได้แค่ไม่นาน เพราะน้องผีเสื้อกับน้องชีเปลือยถูกยกให้เด็ก ๆ ในสักที่ของประเทศนี้ตั้งแต่ลูกโตแค่ 2 เดือน ส่วนน้องดำทมิฬกับน้องปลายหางขาวอยู่กับหนูได้สักระยะหนึ่งแล้วก็ถูกยกให้กับเพื่อน ๆ ของครอบครัวเคนเนดี้ค่ะ
พูชินกากับชาร์ลี (Image: Cape Cod Life)
ลูก ๆ ทั้งสี่ตัวของพูชินกา (Image: John F. Kennedy Presidential Library and Museum)
🐶 หนูขอส่งท้าย
การที่หนูมาจากรัสเซียก็มีคนนินทาหนูว่าเป็นสายลับ แต่เรื่องนี้ไม่จริง หนูเป็นทูตสันติภาพให้แก่ทั้งสองประเทศต่างหากล่ะ
ในตอนที่เกิดวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา จนสองประเทศร่ำ ๆ จะทำสงครามนิวเคลียร์กันแล้ว ก็ได้หนูนี่แหละค่ะช่วยไว้ คุณเคยได้ยินเรื่องเล่าไหมล่ะคะที่มิตรภาพที่ผู้นำทั้งสองประเทศมีต่อกันทั้งการเขียนจดหมายหากันและการมอบของขวัญให้แก่กันและกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหนู จนสามารถทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ทำอะไรที่รุนแรงลงไป เมื่อเห็นของขวัญขนปุกปุยน่ารักอย่างหนูอยู่ตำตาจะทำให้คิดทำสงครามกันได้ลงคอเชียวหรือคะ
สัตว์เลี้ยงทำให้เจ้าของใจเย็นลง หนูกับชาร์ลีมีส่วนช่วยให้ท่านประธานาธิบดีมีจิตใจสงบลงในช่วงที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในยามวิกฤตนะคะ พอทุกอย่างผ่านพ้นไปพวกมนุษย์ต้องมาขอบคุณหนูกับชาร์ลีนะที่ช่วยโลกนี้ไว้ไม่ให้ประสบกับสงครามนิวเคลียร์
พอเจ้านายหนูถูกลอบสังหาร ครอบครัวเคนเนดี้ก็ต้องออกจากทำเนียบขาวไป ส่วนหนูถูกยกให้คนอื่นไปเลี้ยงค่ะ เขาชื่อว่าเออร์วิน วิลเลียมส์ เคยเป็นนักจัดสวนในทำเนียบขาว แจ็คเกอรีนค่อนข้างสนิทสนมกับเออร์วินค่ะ เขาออกแบบสวนในทำเนียบขาวสวย ๆ ให้จนเธอประทับใจ เจอเลยวางใจส่งหนูให้เขาเลี้ยงต่อ
ชีวิตหนูกับครอบครัวใหม่มีความสุขดีค่ะ หนูอยู่กับครอบครัวของเออร์วินอย่างเป็นสุขหลายปี
เรื่องทั้งหมดของหนูก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ค่ะ หวังว่าคนรักสัตว์จะชอบเรื่องของหนูนะคะ และหวังว่าเรื่องของหนูจะทำให้คนอ่านผ่อนคลายได้บ้างค่ะ
พูชินกากับพาสปอร์ตรัสเซีย (Image: Russia Beyond)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา