มีบัญชีอยู่แล้ว?
“เจ้าสาวที่กลัวฝน” รู้จัก “โรคกลัวความรัก” พร้อมทำบททดสอบทางจิตวิทยา เพื่อให้คุณได้รู้ใจตัวเอง
มาเล่นกันเถอะๆ
พอแอปฯ JOOX ที่ผมตั้งให้เล่นซุ่มเอาไว้เปิดเพลง “เจ้าสาวที่กลัวฝน” ขึ้นมา ระหว่างคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น จู่ๆ ภาพคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้พบเจอกันมาราว 15 ปี ก็แว่บเข้ามาในหัวของผม…
🎼หากเธอคิดพบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำตัวเองมืดมน อย่ากลัวฝนเพราะฝนนั้นเย็นฉ่ำ อย่ามัวทำตามความคิดเดิม ลองคิดดู ลองหาทางสู้กับฝน🎼
ผมรู้จักกับ ‘อุ๋ย’ ผ่าน ‘ปอย’ รุ่นน้องคนสนิท ซึ่งแผนการแบบบ้านๆ ที่ไม่ซับซ้อนเอาซะเลยของปอยก็คือ การจับคู่ “พี่ชายที่แสนดี” กับ “เพื่อนสาวที่แสนรัก” ให้เปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่รักกัน เพราะเห็นว่าผมสมควรที่จะคลายเศร้าจากความรักครั้งเก่าได้แล้ว ส่วนเพื่อนของเธอก็ยังไม่มีใคร คู่ควรกันพอดี ว่างั้นเถอะ
1
ซึ่งปอยนั้นดูจะพยายามจับคู่แบบสุดๆ เรียกว่าปั้นกันตั้งแต่เอาเบอร์โทรอุ๋ยมาให้ ผมดองไว้ยังไม่โทรหาสักทีก็ทวงเช้าทวงเย็น ทั้งยังสร้างสถานการณ์ให้ผมที่ตอนนั้นทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ให้กลับไปบ้านเกิดที่เชียงใหม่เพื่อเจอเพื่อนของเธอแบบตัวเป็นๆ สักที หลังจากที่คุยกันแบบไม่เห็นหน้ามานานพอสมควรแล้ว
เมื่อกลับไปที่เชียงใหม่ ผมก็ได้เจอกับอุ๋ยจากการนัดแนะของปอย อุ๋ยนั้นไม่ได้ไกลจากที่ผมจินตนาการไว้สักเท่าไหร่ ที่สัมผัสได้ก็คือ เธอนั้นเป็นผู้หญิงที่ขี้อายสุดๆ พูดน้อย (น้อยกว่าตอนคุยโทรศัพท์อีก) เรียบร้อยมาก รวมๆ แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ
ช่วงเวลาแห่งการเดทของผมกับอุ๋ยผ่านไปได้ด้วยดี จะด้วยการเทคแคร์หรืออะไรก็ตาม ทำให้อุ๋ยนั้นประทับใจในตัวผมมาก (ปอยแอบไปถามผลตอบรับมาบอกผม)
แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ความสัมพันธ์ทางไกลก็ทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาได้ไม่เต็มที่ ดูเหมือนจุดเปลี่ยนจะมาถึงเมื่อจู่ๆ วันหนึ่งอุ๋ยก็ได้งานใหม่ ต้องย้ายมาทำงานที่ธนาคารหนึ่งในกรุงเทพฯ อย่างกระทันหัน
ผมเองจากที่คุยกับอุ๋ยไปวันๆ แบบไม่คิดอะไรมาก เนื่องจากไม่ศรัทธาในความรักแบบนี้ (เพิ่งบาดเจ็บจากรักระยะไกลมา) ก็เริ่มหวั่นไหวจนได้
ผมบอกตัวเอง หรือว่ามันจะถึงเวลาที่ต้องเปิดใจใหม่อีกครั้ง ความคิดที่อยู่ในหัวคือ อยากลองคบกับอุ๋ยแบบจริงจังดูสักที เพราะไหนๆ ก็ย้ายมาอยู่ใกล้กันขนาดนี้แล้ว จึงเดินเกมรุกเต็มสูบ!!!
เรื่องราวดำเนินมาถึงตรงนี้ เหมือนทุกอย่างจะลงล็อกใช่ไหม?
ถ้าทุกอย่างง่ายดายอย่างนั้นก็คงจะดีสินะ…
คดีพลิกครับ!!!
เพราะอุ๋ยยังคงพอใจที่จะคุยกับผมแค่ทางโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม นัดเจอกันนี่ เลื่อนได้คือเลื่อน ไม่ก็บ่ายเบี่ยงตลอด
ซะงั้น!!!
นานวันเข้าผมจึงรวบรวมคำถามยิงไปยังปอยเผื่อจะได้คำตอบลึกๆ จากวงในให้คลายสงสัย
อุ๋ยไม่ชอบผมแล้วเหรอ?
อุ๋ยมีคนอื่น?
อุ๋ยยุ่งมากจริงๆ ใช่ไหม?
เกิดอะไรขึ้น?
ฯลฯ
คำถามเป็นชุดถูกส่งตรงไปยังแม่เสื่อสายโทรศัพท์แทบไหม้!!!
เดือดร้อนปอยต้องโทรไปเค้นหาคำตอบมาจากเพื่อนของเธอ
อุ๋ยยังรู้สึกดีกับผมเหมือนเดิม และไม่ได้มีใคร แต่เธออยากให้คบกันแบบเดิมไปก่อน
ผมถามย้ำกับปอยว่าโกหกกันหรือเปล่า ไม่ต้องเกรงใจ บอกกันตรงๆ ก็ได้ ผมรับได้ทุกอย่าง
“อุ๋ยมันกลัวความรัก มันทำตัวไม่ถูกถ้าจะเริ่มจริงจัง มันยังไม่พร้อม” ปอยบอกเสียงอ่อยมาทางโทรศัพท์เมื่อโดนผมรุกหนัก!!!
1
???!!!
โรคกลัวความรัก คืออะไร?
โรคกลัวความรัก (Philophobia) จัดได้ว่าเป็นโรคกลัวชนิดหนึ่ง โดยผู้ป่วยจะรู้สึกกลัวการมีความรัก หรือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้อื่นจนไม่กล้าเริ่มต้น
โรคกลัวความรัก มีอาการเป็นอย่างไร?
อาการนั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล รวมถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์ และทางกายภาพที่แสดงออกมาด้วย อาทิ
1. หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้กับเพศตรงข้าม
2. เหงื่อออกมากเมื่อเกิดการเผชิญหน้า
3. ประหม่า หัวใจเต้นแรง และเร็ว
4. หายใจลำบาก
5. เกิดความรู้สึกเกลียดชัง
ที่จริงแล้ว โรคกลัวความรัก นั้นมีความคล้ายคลึงกันกับ disinhibited social engagement disorder (DSED) ซึ่งเป็นความผิดปกติของเด็กที่กลัวการเข้าหา และโต้ตอบกับผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย เช่น การนั่งบนตักของคนอื่น หรือออกไปพบเจอกับคนแปลกหน้า
โรคกลัวความรัก เป็นแล้วส่งผลเสียอย่างไรบ้าง?
ในผู้ป่วยบางรายที่มีความกลัวค่อนข้างรุนแรง อาจมีผลกระทบกับชีวิตประจำวันได้ เช่น กลายเป็นคนเงียบขรึม หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง เก็บกด หรือหลีกหนีจากสังคม
ซึ่งลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดความกดดัน และความเครียดจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ จึงควรไปพบนักจิตวิทยา แพทย์ หรือนักบำบัดเพื่อประเมินอาการ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงสำหรับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้แก่
1. แยกตัวออกจากสังคม
2. พัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า
3. เกิดการใช้ยา และแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด
4. บางรายถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย
โรคกลัวความรัก รักษาได้อย่างไร?
การรักษานั้นจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง และความหวาดกลัว ซึ่งอาจจะใช้การบำบัด ใช้ยา การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต หรือการรักษาร่วมกันทุกวิธีที่กล่าวมา
เราสามารถป้องกัน โรคกลัวความรัก ได้ยัง?
เนื่องจากทางการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคนี้ จึงยากที่จะระบุวิธีป้องกันได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หรือคุณครูอาจมีส่วนช่วยสอดส่องดูแล และเอาใจใส่เด็ก เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้น และกลายเป็นเรื่องฝังใจที่นำไปสู่โรคกลัวความรักได้เมื่อเด็กโตขึ้น
โดยภาพรวมแล้ว โรคกลัวความรัก ไม่ใช่โรคทางจิตชนิดรุนแรง หรือก่อให้เกิดอันตรายกับคนรอบข้าง แต่เป็นอาการทางจิตเวชที่ควรได้รับการเยียวยารักษา เพราะอาจกระทบกับความรู้สึก สภาพจิตใจ ตลอดจนสุขภาพร่างกายของผู้ป่วยเองได้
ดังนั้นหากพบว่าตัวเองมีอาการป่วยก็อย่านิ่งนอนใจ หาเวลาไปพบจิตแพทย์ดีกว่า การได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดจะเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะความหวาดกลัว และช่วยให้มีชีวิตที่สมบูรณ์ และมีความสุขได้
“เอาจริงๆ เลยนะ ปอยไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก พี่บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร พี่อยู่ได้”
“ปอยไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรหรอก”
“ปอยก็แค่ไม่อยากให้พี่ติดอยู่กับความผิดหวัง ปอยก็แค่อยากให้พี่ลืมปอยให้ได้จริงๆ สักที แล้วเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน…”
“ปอยไม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างนี้ ปอยขอโทษ”
“ไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละ ทั้งปอย แล้วก็อุ๋ย แต่ขอโทษทีนะ ตอนนี้พี่อยากอยู่คนเดียว…”
“…”
อาจเพราะคิดเรื่องในอดีตเพลินไปหน่อย ทำให้ผมไม่รู้ตัวว่าตอนนี้นั้นได้มีฝนตกลงมาแล้ว
พอได้สติผมก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกรั้วเพื่อเข็นราวตากผ้าขนาดใหญ่ที่จุเสื้อผ้ามากมายเข้าไปหลบในโรงรถในทันที
ก็เล่นเอาทุลักทุเลพอสมควร
🎼ท้องฟ้าใส ยามฝนซา เปียกปอนกันมากลับแห้งไป ความรักนั้นต้องมั่นใจฝากใจให้รักชักนำ🎼
จะว่าไปแล้วน้ำฝนก็เย็นดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยผมคิดอย่างนั้นตอนเดินเข้าไปในบ้านแล้วเอาผ้าขนหนูเช็ดผมเผ้า และเนื้อตัวที่เปียกปอน
ปิดท้ายด้วย 2 แบบทดสอบ โรคกลัวความรัก นะครับลองไปทำดูตามลิ้งค์ได้เลย
แบบทดสอบที่ 1
แบบทดสอบที่ 2
เจ้าสาวที่กลัวฝน - เรวัต พุทธินันทน์
ทั้งนี้ยืนยันว่าบทความของผมไม่ใช่คำตอบ หรือบทสรุปที่ดีที่สุด ทุกท่านควรใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการรับข้อมูลด้วยนะครับ
ขอบคุณทุกการตอบรับ ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม ไลค์ คอมเมนท์ หรือว่าแชร์ ทุกกำลังใจสำคัญสำหรับผมเสมอ
ติดตามอ่านบทความได้ที่
ขอบคุณทุกคนครับ
แล้วพบกันใหม่ในโพสต์หน้า
สวัสดีครับ
ขอบคุณเจ้าของรูปภาพทุกท่าน
ขอบคุณข้อมูลจาก

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    windasharing
    ใส่เสื้อกันฝนก่อนคร๊าาาา🌧😊🦋