มีบัญชีอยู่แล้ว?
รู้เรื่องสัตว์ ๆ ตอนที่ 4: "ช. ช้าง"🐘
🕛ระยะเวลาการอ่าน 7-9 นาที
สัตว์ที่ซ่อนอยู่ในอักษรภาษาไทยวันนี้เห็นทีจะต้องใช้เสียงฉิ่งช่วยเรียกให้ออกมาปรากฎตัว ดังคำสร้อยที่ว่า “ฉ. ฉิ่งตีดัง ช. ช้าง วิ่งหนี”🐘💨
มาดูกันว่าเจ้าช้างที่ตัวโตขนาดนี้คงจะมีหูที่ดีมากสินะ เพราะแค่เสียงจากฉิ่งอันเล็กๆ ก็ทำให้ใจตกอกตกใจจนต้องวิ่งหนีได้แบบนี้
ช้างนั้น “หูใหญ่” ไม่เบา
หูของช้างมีหน้าที่หลากหลาย เช่นเดียวกับในสัตว์ชนิดอื่น ๆ เช่น ใช้ในการฟังเสียง ช่วยในการทรงตัว ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย และการส่งสัญญาณระหว่างกัน
โครงสร้างของใบหูของช้างจะมีแผ่นกระดูกอ่อนเป็นโครง แต่ก็ไม่ได้แผ่ขยายไปจนถึงขอบใบหู และมีโครงข่ายของหลอดเลือดประสานกันอยู่มากมายทั่วทั้งใบหู
ช้างจะเอียงหูไปมาเพื่อหาตำแหน่ง แหล่งที่มาของเสียงและยังใช้เป็นท่าทางส่งสัญญาณเตือนหรือสื่อสารกันกับช้างตัวอื่น ๆ
เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจ ไม่ไว้วางใจ ช้างอาจกางหูออก พร้อมกับหันไปทางต้นกำเนิดของเสียง
และเมื่ออารมณ์ไม่ดี ช้างจะกางหูออก เพื่อให้ดูตัวใหญ่ขึ้นเป็นการข่มขวัญ พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังเป้าหมาย และอาจจู่โจมได้ทันที
ใบหูของช้างแบบ close up ดูด้านนอกยังซับซ้อนขนาดนี้ ข้างในจะซับซ้อนขนาดไหน ที่มา: https://herd.org.za/the-anatomy-of-an-elephant-the-elephant-ear/
ช้างสามารถสร้างเสียงที่มีคลื่นความถี่ต่ำกว่าที่มนุษย์จะได้ยินได้ โดยอยู่ช่วงระหว่าง 17 - 10,500 เฮิรตซ์ (Hz) ในขณะที่ช่วงความถี่ที่มนุษย์ได้ยินเสียง อยู่ระหว่าง 31- 19,000 Hz ทั้งนี้ เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น ๆ ช้างไม่สามารถตรวจจับเสียงที่มีความถี่สูงได้
การที่ช้างสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่ต่ำได้ดีนั้นก็เนื่องจากช้างมีรูหูชั้นนอกยาว แก้วหูกว้าง และหูชั้นกลางที่ใหญ่มาก
โดยสันนิษฐานว่าช้างใช้คลื่นความถี่ต่ำนี้เพื่อการสื่อสารกันในระยะทางไกล ๆ และยังสามารถแยกแยะได้ว่านั่นคือเสียงของช้างในฝูงเดียวกันหรือคนละฝูง
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าโครงสร้างบางอย่างในหูของช้างทำให้ช้างมีความสามารถในการตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและคลื่นเสียงความถี่ต่ำ (infrasound )จากช้างตัวอื่นได้อีกด้วย
เนื่องจากหูชั้นในส่วนของคอเคลีย (cochlear) ซึ่งเป็นช่องกลวงมีรูปร่างเป็นก้นหอยโข่งอยู่ในกระดูกห้องหูชั้นในของช้างนั้น มีวิวัฒนาการจนมีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับของสัตว์เลื้อยคลานทำให้เชื่อว่าช้างมีความไวต่อแรงสั่นสะเทือนเช่นเดียวกับสัตว์เลื้อยคลาน
หูชั้นกลางของช้างก็สามารถได้ยินเสียงความถี่ต่ำ แถมยังมีแก้วหูขนาดใหญ่ที่จะช่วยช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง รวมทั้งมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างหูกับส่วนที่ยื่นออกมาจากหัวช่วยให้ช้างสามารถระบุทิศทางและระยะห่างของเสียงได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้คลื่นเสียงของช้างที่เคลื่อนผ่านอากาศกับผ่านพื้นดินมีค่าความไวของเสียง (distance) ต่างกัน โดยช้างจะกระทืบเท้าเพื่อสื่อสาร และเมื่อหูได้ยินเสียงก็จะรับรู้ได้ถึงทิศทาง ระยะทาง และข้อความที่จะสื่อสารเหมือนเป็นภาษาของช้าง
 
จากการวิจัยพบว่าศูนย์การได้ยินในสมองของช้างจะรับรู้คลื่นเสียงความถี่ต่ำ (infrasound) ที่สั่นสะเทือนของพื้นดินผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "การนำเสียงผ่านกระดูก" (Bone conduction) ซึ่งเป็นการนำเสียงไปยังหูชั้นในผ่านกระดูกในกะโหลกศีรษะ ข้อความจากการสั่นสะเทือนนั้นจะส่งผ่านโครงกระดูกของช้างไปยังกระดูกในหูชั้นในโดยตรง โดยไม่ผ่านแก้วหูทั้งหมด
ช้างอะไรหูใหญ่ที่สุด
เราสามารถแยกช้างแอฟริกาและช้างเอเชียออกจากกันได้จากขนาดของ ‘ใบหู’
โดยช้างแอฟริกาจะมีใบหูขนาดใหญ่จนคลุมไปถึงหัวไหล่มีความสูงของใบหูเกินกว่าความสูงของคอ ในขณะที่ใบหูของช้างเอเชียมีขนาดเล็กกว่าและมีความสูงของใบหูไม่เกินความสูงของคอ
เปรียบเทียบภาพหน้าตรงหูใครใหญ่กว่ากันระหว่างช้างเอเชีย (ภาพซ้าย) ช้างแอฟริกา (ภาพขวา) https://animalcreativefacts.com/asian-elephant-vs-african-elephant/
หูใหญ่ๆ นี้มีที่มา
หูช้างทำหน้าที่คล้ายระบบทำความเย็น🌬 โดยเมื่อช้างกระพือปีก (หู) ในสภาพอากาศร้อน หลอดเลือดขนาดใหญ่ที่หลังใบหูจะมีส่วนช่วยในการการระบายความร้อนออกไป โดยเฉพาะในช้างแอฟริกาที่มีหูขนาดใหญ่และมีรูปร่างคล้ายทวีปแอฟริกามาก
ช้างแอฟริกาแท้ต้องมีหูรูปทวีปแอฟริกา (ที่มาภาพต้นฉบับ www.freepik.com)
ซึ่งขนาดของใบหูก็สัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณความร้อนที่กระจายผ่านหู โดยการที่ช้างแอฟริกามีใบหูที่ใหญ่กว่าช้างเอเชียนั้นก็สัมพันธ์กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของที่อยู่อาศัยของช้างทั้งสอง
เพราะว่าช้างแอฟริกาอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและแดดจัดกว่าช้างเอเชีย จึงต้องการหูที่ใหญ่กว่าซึ่งจะช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า
แม้จะพบว่าช้างแอฟริกาไม่ค่อยกระพือปีก (หู) จนกว่าอุณหภูมิแวดล้อมจะสูงถึง 25 องศาเซลเซียส🌡
กลไลการระบายความร้อนที่สำคัญมาจากการที่ช้างมีใบหูขนาดใหญ่และมีสัดส่วนพื้นที่ผิวต่อปริมาตรค่อนข้างสูง ประกอบกับโครงข่ายของหลอดเลือดดำและแดงที่แผ่ขยายทั่วใบหู
เมื่อกระพือปีก (หู) ใหญ่ ๆ คู่นี้ก็ช่วยให้ช้างรู้สึกเย็นขึ้นได้ เพราะนอกจากจะช่วยพัดและเคลื่อนย้ายอากาศไปทั่วร่างกายส่วนที่เหลือของช้างแล้ว ก็ยังช่วยให้อุณหภูมิของเลือดที่ไหลเวียนผ่านเส้นเลือดในหูเย็นลงและเมื่อเลือดไหลเวียนต่อไปทั่วร่างกาย ก็จะทำให้อุณหภูมิแกนกลางของช้างลดลงได้หลายองศา
นอกจากนี้ ขนาดของใบหูที่แตกต่างยังเพิ่มพื้นที่ผิวเพื่อแผ่ความร้อนได้ต่างกัน โดยเมื่อช้างแอฟริกากระพือปีกจะเพิ่มพื้นผิวเพื่อแผ่ความร้อน ได้ 13-20% ในขณะที่การกระพือปีกของช้างเอเชียเพิ่มพื้นที่ผิวเพื่อแผ่ความร้อนได้เพียง 7-10% เท่านั้น
นอกจากจะสามารถแยกช้างเอเชียและช้างแอฟริกาจากขนาดใบหูแล้ว ช้างทั้งสองชนิดก็มีความแตกต่างของขนาดลำตัวด้วย
ช้างแอฟริกาไม่ใช่แค่หูใหญ่กว่าแต่ขนาดตัวโดยเฉลี่ยก็ใหญ่กว่าช้างเอเชียเช่นกัน
โดยช้างแอฟริกันนั้นมีความสูงจากพื้นถึงหัวไหล่ประมาณ 3-4 เมตร ในขณะที่ช้างเอเชียมีความสูงประมาณ 2-3.5 เมตร
ภาพเปรียบเทียบช้างชนิดต่างๆ แถวบนคือช้างแอฟริกา (2 สกุลย่อย) แถวล่างคือช้างเอเชีย (4 สกุลย่อย) ซึ่งจะเห็นว่าช้างแอฟริกานอกจากจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าแล้วขนาดหูก็ใหญ่กว่าช้างเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ภาพวาดโดย ภควัต ทวีปวรเดช ที่มา: https://humanelephantvoices.org/elephants-of-the-world
จะเห็นได้ว่าลักษณะหูของช้างเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการเพื่อต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศตามถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้าง
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันช้างป่าทั้งช้างแอฟริกาและช้างเอเชียกำลังตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จากปัญหาการล่า และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย
หากเราสามารถอนุรักษ์ประชากรช้างในธรรมชาติไว้ได้ก็จะช่วยส่งเสริมกลไกการกักเก็บคาร์บอนของระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้
ส่วนหนึ่งเพราะพฤติกรรมการหากินของช้างที่ต้องเดินทางเพื่อหาอาหารในปริมาณมหาศาลต่อวัน นั่นทำให้พื้นที่ป่าที่หนาทึบถูกเปิดออกตามเส้นทางการเดินของช้าง
และนั่นทำให้ต้นไม้เล็ก ๆ สามารถแข่งขันเพื่อเติบโต จนทำให้พืชในวัยอ่อนที่เติบโตเร็วจะมีอัตราการดูดซับคาร์บอนที่สูงกว่าต้นไม้ที่เติบโตเต็มที่แล้ว
ซึ่งนี่นับเป็นบทบาทสำคัญของช้างในระบบนิเวศป่าไม้ที่ช่วยสร้างสมดุลต่อสภาพภูมิอากาศ
ดังนั้นการอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง จึงมีส่วนช่วยให้ระบบนิเวศตามธรรมชาติสามารถดำเนินไปได้อย่างสมดุลพร้อม ๆ กับการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อ้างอิง
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บทเรียนราคาแพงที่อาจต้องช้ำใจไปตลอด เมื่อไม่นานที่ผ่านมามีผู้ใช้งานfacebookรายหนึ่งโพสถึงเรื่องราวอันเหลือเชื่อจากการลงทุนของเขาที่สูญเสียเงินเพราะความประมาณของตัวเอง
      #ข่าวร้อนในญี่ปุ่น 🇯🇵 กันดั้มคาเฟ่ ประกาศปิดทุกสาขา ทั่วญี่ปุ่น สิ้นเดือน ม.ค. นี้ ปิดตำนานกว่า 20 ปี . 🇯🇵 กลายเป็นข่าวที่น่าตกใจสำหรับแฟน ๆ Gundam ทุกคน หลังจากกว่าสองทศวรรษแล้วที่ Gundam Café แห่งแรกได้เปิดขึ้นที่ Akihabara เป็นคาเฟ่ Gundam อย่างเป็นทางการ โดยทั้ง 4 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น มีกำหนดปิดถาวรสิ้นเดือน ม.ค.นี้ . 🇯🇵 โดย Gundam Square café ในโอซาก้าได้ปิดให้บริการในวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่วนสาขาใน Odaiba ใกล้ๆกับหุ่น Unicorn Gundam และสาขาฟุกุโอกะ จะปิดตัวลงในวันที่ 30 ม.ค. นี้ ไม่มีการเอ่ยถึงหุ่น Unicorn Gundam ว่าจะยังอยู่หรือไม่ 🇯🇵 อย่างไรก็ตาม นอกจาก 4 สาขาดังกล่าวแล้ว ยังมี Gundam Café ชั่วคราวที่ Gundam Factory Yokohama ข่าวดี คือ เพื่อนๆ ยังมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับรายการอาหารในธีม Gundam และหุ่น Gundam ที่ขยับได้สูง 18 ม. จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. แต่ต้องมีตั๋วเข้าชม Gundam Factory เพื่อเข้าคาเฟ่ . 🇯🇵 แม้ว่า คาเฟ่ จะปิดตัวถาวรแล้ว บริษัทได้บอกให้แฟนๆ ว่า โปรดตั้งตารอโครงการต่อไป
      ปี 2020 ตำรวจญี่ปุ่นได้รับแจ้งเด็กหายสูงถึง 1,000 กว่าเคส 🥺 สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นได้เปิดเผยสถิติของปี 2020 ว่ามีการแจ้งความคนหาย 77,000 เคส ถ้าหารออกมาเป็นรายวัน จะเท่ากับมีคนหาย 200 กว่าคนต่อวันเลยทีเดียว 😭 นอกจากนี้ในจำนวน 77,000 เคสนี้ เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 9 ขวบมากถึง 1,000 กว่าเคสเลยค่ะ (มีการแจ้งเด็กหายวันละ 2-3 คน) สำหรับที่ญี่ปุ่น เมื่อครอบครัวหรือคนใกล้ชิดรู้ว่ามีคนหาย สามารถแจ้งความได้ทันทีด้วยการโทรไปที่หมายเลข 110 หรือไปแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยตรงได้เลย ซึ่งถ้าจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยคือ - หลักฐานยืนยันตัวตนและตราประทับประจำตัวของผู้แจ้ง - รูปถ่ายของคนที่หายไป รวมถึงหลักฐานที่คนหายทิ้งเอาไว้ เช่น จดหมาย หรือกระดาษโน๊ตข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไป เป็นต้น ตัวอย่างคำถามที่ตำรวจจะถามเกี่ยวกับคนหาย (คนหายภาษาญี่ปุ่นคือ 行方不明者 ゆくえふめいしゃ ยุคุเอะฟุเมชะ) เช่น ... ชื่อ (名前 なまえ นะมะเอะ) ที่อยู่ (住所 じゅうしょ จูโฉะ) วันเกิด (誕生日 たんじょうび ทันโจบิ) น้ำหนัก (体重 たいじゅう ไทจู) ส่วนสูง (身長 しんちょう ชินโจ) ตำหนิหรือจุดสังเกตเป็นพิเศษ (ルックスの特徴 るっくすのとくちょう รุกขุสุโนะ โทะคุโจ) วันเวลาที่หาย (行方不明になった日時 ゆくえふめいになったにちじ ยุคุเอะฟุเมนินัตตะ ฮินิจิ) เสื้อผ้าที่ใส่ (ตอนหายไป) (着ていた服 きていたふくคิเตะอิตะฟุขุ) ในอดีต (คนหาย) เคยใช้ยาหรือเปล่า (薬物利用の過去はあるか やくぶつりようのかこはあるか ยะขุบุสึริโยโนะคะโคะวะอารุคะ) (คนหาย) มีโรคอะไรหรือเปล่า (病気(びょうき)があるか เบียวคิกะอารุคะ) เป็นต้น ส่วนใหญ่ (เกินครึ่ง) ตำรวจจะใช้เวลาในการตามหาคนหายพบภายในวันที่ได้รับแจ้ง หรือไม่เกินหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้รับแจ้ง แต่บางเคสก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน เป็นปีสองปีขึ้นไป หรือแม้จนขณะนี้ก็ยังหาไม่พบเลยก็มี 😢 สำหรับสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้มีคนหายนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้ 1) อาการเจ็บป่วย ข้อนี้คิดเป็น 30% ของเคสทั้งหมด โดยใน 30% นี้มากกว่า 70% มาจากคนหายมีภาวะสมองเสื่อม 2) ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว 3) ปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจ / อาชีพ 4) ความสัมพันธ์กับคนต่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เยาว์ตกเป็นเหยื่อ มักจะมีเรื่องการถูกลักพาตัวและการกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมด้วย * เพื่อนสนิทของผู้เขียนเคยไปแจ้งความลูกหายเหมือนกันค่ะ (ลูกแอบหนีไปบ้านเพื่อน) ตำรวจมาช่วยแป้บเดียวเจอเลย เก่งมาก ๆ 👍 แต่ถึงตำรวจจะเก่ง ก็ภาวนาอย่าให้มีเคสคนหายเลยจะดีกว่านะคะ 🙂 อ้างอิง https://www.keishicho.metro.tokyo.lg.jp/sodan/madoguchi/missing/info.html https://www.police-ch.jp/sousakunegai.html https://toyokeizai.net/articles/-/478383 เพื่อให้เข้ากับเรื่องคนหาย วันนี้เลยถ่ายบรรยากาศทางเดินลอดอุโมงค์แบบหลอน ๆ มาให้ดูค่ะ (ดูหลอนแต่ปลอดภัย สามารถใช้ได้ปกติค่ะ 😅) แล้วพบกันใหม่นะคะ 🥰🙏
      ซื้อของออนไลน์ สินค้าไม่ตรงปก ยื่นฟ้องศาลออนไลน์ได้แล้ว ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีทนาย วันนี้ (27 มกราคม) สรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา ได้เป็นประธานพิธีเปิด ‘แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง’ ซึ่งวันนี้ถือเป็นการเปิดทำการแผนกอย่างเป็นทางการวันแรก โดยมี ภัฏ วิภูมิรพี ผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง จีระพัฒน์ พันธุ์ทวี เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และคณะผู้บริหารศาลแพ่ง ร่วมพิธีเปิดงาน
      ดูทั้งหมด