10 ธ.ค. 2021 เวลา 01:09 • คริปโทเคอร์เรนซี
ประวัติ Ethereum ตอนที่ 4 : Decentralized Autonomous Organisation (DAO)
หลังจากท่องโลกเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน ทัวร์รอบโลกของ Vitalik ก็จบลงที่เมืองซานฟรานซิสโก เขาพยายามปรับแต่งแนวคิดของ Blockchain ใหม่ ที่จะทำให้มันกลายเป็นแพลตฟอร์มเปิด แบบกระจายอำนาจ และ ปกป้องการเซ็นเซอร์เท่าที่จะจินตนาการได้ เขาได้เดินทางไปยังอพาร์ตเมนต์สตูดิโอของ Ripple CTO อย่าง Stefan Thomas ทางใต้ของ Market Street
3
ประวัติ Ethereum ตอนที่ 4 : Decentralized Autonomous Organisation (DAO)
เขาเปิดแล็ปท็อปและเริ่มพิมพ์ “The Ultimate Smart Contract และ Decentralized Application Platform”
1
เขาต้องการชื่อให้กับมัน ดังนั้นเขาจึงได้หาแรงบันดาลใจจากนิยายวิทยาศาสตร์ เขาเลื่อนดู wikipedia เมื่อเขาเห็นคำว่า “Ether” ซึ่งเขาจำได้จากหนังสือวิทยาศาสตร์ตอนยังเป็นเด็ก
1
Ether เป็นแนวคิดที่หักล้างว่ามีวัสดุที่ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งเติมพื้นที่และนำคลื่นแสงในลักษณะเดียวกับวัตถุทางกายภาพนำคลื่นเสียง ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่เขาคิดเกี่ยวกับคำว่า “Ethereum”
4
Vitalik ต้องการให้แพลตฟอร์มของเขาเป็นสื่อกลางและมองไม่เห็นสำหรับทุกการใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยุคกลางคิดว่า Ether เป็นสิ่งดังกล่าว และนอกจากนั้น มันเป็นคำที่ดูดีมาก ๆ ในสายตาของ Vitalik
1
Ether ชื่อสุด Cool ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ (CR:Technohoop)
ช่วงสองสัปดาห์ในปลายเดือนพฤศจิการยน เขาทำงานอย่างหนักกับเอกสาร Whte Paper ของ Ethereum ซึ่งบางครั้งก็ทำจากสตูดิโอของ Stefan บางครั้งก็จากสำนักงานของ Ripple
2
Stefan เองกำลังทำงานเพื่อสร้างเลเยอร์ Smart Contract สำหรับ Ripple (ซึ่งเขายังไม่ได้เปิดตัว) และรู้สึกตื่นเต้นที่จะแบ่งปันความคืบหน้าของเขากับ Vitalik และได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของ Vitalik ในการทำงานกับโปรเจกต์ Mastercoin และ Colored Coins แต่ Stefan รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ Vitalik แทบจะไม่พูดอะไรเลย และเก็บตัวเป็นส่วนใหญ่
2
Vitalik ใช้พลังทั้งหมดของเขา รวมรวมความคิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ก่อตัวขึ้นในสมองของเขาในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา หลังการทัวร์ครั้งใหญ่รอบโลกของเขา นับตั้งแต่ที่เขาทำงานกับกลุ่ม hacker ใน Calafou ไปจนถึงการทำงานของเขากับทีม Bitcoin 2.0 ซึ่งได้ทำให้ความคิดของเขาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
“ปรัชญาการออกแบบของโปรโตคอล Ethereum นั้นตรงกันข้ามกับ cryptocurrencies อื่น ๆ ในปัจจุบันหลายๆ ด้าน” เขาเขียนในย่อหน้าปิด Ethereum ไม่ได้เป็นเพียงโครงการ Bitcoin อีกโครงการหนึ่ง แต่เป็นโครงการ cryptocurrency ที่ทะเยอทะยานที่สุดนับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Bitcoin
3
เมื่อเขาทำเสร็จ เขาได้ทบทวน Paper จำนวน 12 หน้าอีกครั้ง และร่างอีเมลสำหรับกลุ่มคนที่เขาคิดว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะให้คำติชมอย่างรอบคอบ
วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2013 เวลา 10:49 น. และหัวข้อคือ “แนะนำ Ethereum : แพลตฟอร์ม Smart Contract / แพลตฟอร์ม DAC ทั่วไป”
2
เฮ้ ทุกคน
ผมอยากจะแนะนำร่างแรกของ White Paper สำหรับโครงการที่ผมทำอย่างเงียบ ๆ ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โครงการนี้เรียกว่า Ethereum; แนวคิดคือเพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการคำนวณเอนกประสงค์สำหรับ Smart Contract และองค์กรอิสระใด ๆ ที่กระจายอำนาจ และเพื่อสรุปการทำงานของ Namecoin , Mastercoin , Colored Cons และโครงการอื่นๆ ที่ผมเรียกว่า “Cryptocurrency 2.0” นี่คือเอกสารนี้:
โดยพื้นฐานแล้ว Ethereum จะทำให้สัญญาทางการเงินและตัวแทนทั้งหมดกลายเป็นนิติบุคคลที่เรียกว่า “สัญญา (contract)” ซึ่งสามารถรับและส่งธุรกรรมได้โดยอัตโนมัติ และมีโค้ดสคริปต์ภายในเป็นภาษาแอสเซมบลีที่รันทุกครั้งที่ได้รับธุรกรรม สกุลเงินย่อย (Sub-currencies) , คำสั่งแลกเปลี่ยนแบบกระจายอำนาจ (decentralized exchange orders) , การลงทะเบียนแบบ Namecoin,สัญญาทางการเงิน (financial contracts) และทรัพย์สินอัจฉริยะ (smart property) ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้อย่างง่ายดายโดยใช้โครงการนี้
3
และนี่เป็นเพียงร่างแรกของโครงการเท่านั้น ในรูปแบบ Paper ที่ผมส่งไปยังคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับการคัดเลือก (ประมาณ 13 คน) ผมขอแนะนำให้ทุกคนอ่าน และแสดงความคิดเห็นเข้ามา และผมจะอัปเดตเอกสารและส่งไปยังกลุ่มคนที่มากขึ้น (และในรอบที่ 3 ให้ประกาศต่อสาธารณะ) หากใครประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ โปรดส่งอีเมลแสดงความสนใจของคุณมาที่ผม
2
ด้วยความนับถือ,Vitalik
Vitalik ต้องการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี blockchain ที่สนับสนุน Bitcoin แต่มีความแตกต่างที่สำคัญมากกับสกุลเงินดิจิทัลแบบดั้งเดิม เขาคาดหวังว่าจะได้รับคำวิจารณ์กลับมาจาก paper ของเขาที่ส่งไป และอธิบายเหตุผลว่าทำไมมันจะไม่ได้ผล
แต่นั่นไม่เคยเกิดขึ้น เพราะ อีเมล ฉบับนี้ถูกส่งต่อไปเป็นทอด ๆ ดังนั้นสิ่งที่เขาได้รับกลับมาเป็นกระแสตอบรับจากผู้คนที่รู้สึกตื่นเต้นกับโครงการและต้องการเข้าร่วมงานกับเขาอย่างล้นหลามในต้นเดือนธันวาคม
1
วิสัยทัศน์ของ Vitalik นั้นใหญ่เกินกว่าจะจำกัดด้วย chain อื่น ๆ เขากำลังคิดที่่จะสร้างฐานรากสำหรับทุกสิ่ง คอมพิวเตอร์ที่สามารถอาศัยอยู่ในทุกโหนดของเครือข่ายทั่วโลกขนาดมหึมาได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งสามารถประมวลผลสิ่งที่คุณโยนเข้าไป โดยไม่ต้องหยุดทำงานหรือถูกรบกวน ดังนั้นนักพัฒนาสามารถสร้างสิ่งที่พวกเขาฝันถึงได้ และไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรที่ทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง
Vitalik เรียก ETH ว่า ‘crypto-fuel’ มันเป็นก๊าซที่หล่อเลี้ยงเครือข่าย Ethereum
Ethereum ใช้แนวคิดคล้าย ๆ กับ Bitcoin ซึ่งหมายความว่าผู้ขุดจะได้รับ Ether เป็นรางวัลสำหรับการตรวจสอบธุรกรรม ผู้ขุดจะตัดสินใจว่าพวกเขาเต็มใจที่จะดำเนินการธุรกรรมตามค่าธรรมเนียมที่เสนอหรือไม่
3
เหตุผลในการแยกก๊าซและ Ether คือ เพื่อให้ต้นทุนในการคำนวณยังมีเสถียรภาพแม้ว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลจะผันผวนตามอุปสงค์และอุปทานในตลาด ตัวอย่างเช่น ธุรกรรมที่มีค่าใช้จ่าย 100 ก๊าซ จะมีค่าใช้จ่าย 100 ก๊าซเสมอ แต่จำนวน Ether ที่ผู้ส่งจะต้องจ่ายให้กับนักขุด จะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของ Ether
ความแตกต่างที่สำคัญอย่างหนึ่งระหว่าง Ethereum และ Bitcoin คือ วิธีการบันทึก ซึ่ง Bitcoin ใช้โมเดล Unspent Transaction Output หรือ UTXO ยอดคงเหลือในบัญชี Bitcoin แต่ละบัญชีประกอบด้วยเหรียญที่ยังไม่ได้ใช้ที่เหลือจากธุรกรรมอื่น ยอดคงเหลือหนึ่งรายการมักจะมี UTXO จำนวนมาก
2
ซึ่งมันคล้าย ๆ กับกระเป๋าเงินจริง ๆ ของเรา ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วยธนบัตรและเหรียญหลายสกุล ซึ่งในการซื้อบางอย่างด้วย Bitcoin อาจต้องใช้ UTXO ร่วมกัน เช่นเดียวกับที่เราใช้ธนบัตร 10 ดอลลาร์ 5 ดอลลาร์ เพื่อซื้อบางอย่างที่มีมูลค่า 12 ดอลลาร์ จะมี 3 ดอลลาร์ที่เหลือจากธุรกรรมนั้นที่จะกลายเป็น UTXO ใหม่
1
แต่ Ethereum จะใช้โมเดลบัญชี/ยอดคงเหลือ ซึ่งติดตามยอดรวมหรือ “สถานะ” ของแต่ละบัญชี หากโมเดลของ UTXO ของ Bitcoin คล้ายกับธนบัตรและเหรียญ โมเดลของ Ethereum ก็เหมือนบัญชีเช็ค ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมจำนวนเงินที่สามารถถอนออกได้อย่างละเอียด และทำให้โปรแกรมที่ซับซ้อนมากขึ้นง่ายต่อการใช้งาน
3
ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกประการหนึ่งกับ Bitcoin คือสิ่งที่ Vitalik เรียกว่า “first-class citizen” ของ Ethereum ซึ่งจะทำให้แอปพลิเคชันที่รันด้วยโค้ดดำเนินการเองได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีใครมาทริกเกอร์มัน ซึ่งหากจุดประสงค์ของเทคโนโลยี blockchain คือเพื่อกำจัดคนกลาง แนวคิดนี้ก็ฝังแน่นอยู่ที่แกนกลางของ Ethereum นั่นเอง
2
ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดเหล่านี้มารวมกันเพื่อสร้างเลเยอร์พื้นฐาน : blockchain ที่มีภาษาการเขียนโปรแกรมที่สมบูรณ์ในตัว ทำให้ทุกคนสามารถเขียน Smart Contract และ แอปพลิเคชั่นที่กระจายอำนาจได้
2
มันเปิดโอกาสให้สร้างแอปพลิเคชั่นมากมายบน Ethereum เช่น สกุลเงินดิจิทัล สัญญาป้องกันความเสี่ยง การประกันพืชผลราคาเกษตร ระบบชื่อโดเมน บริษัทที่ผู้ถือหุ้นตัดสินใจว่าจะย้ายกองทุนไปที่ไหน องค์ประชุมของนักลงทุน และอาจเป็นรากฐานสำหรับเครือข่ายสังคมออนไลน์
2
Vitalik ต้องการสร้างแพลตฟอร์มซึ่งธุรกรรมทุกอย่างสามารถทำงานได้แบบ P2P ไม่สามารถแฮ็กได้ และไม่ถูกเซ็นเซอร์ เขากำลังวาดภาพคอมพิวเตอร์โลกที่จะใช้พลังงานจากบริษัทและรัฐบาลต่าง ๆ ทำให้โลกมีประสิทธิภาพและยุติธรรมมากขึ้น ความเป็นไปได้จะไม่มีที่สิ้นสุด
2
ในตอนท้ายของ White Paper ความตื่นเต้นของ Vitalik นั้นชัดเจน
“ด้วยเหตุนี้ เรามีโปรโตคอลการเข้ารหัสลับที่มีฐานรหัสขนาดเล็กมาก และยังสามารถทำอะไรก็ได้ที่สกุลเงินดิจิทัลจะสามารถทำได้” เอกสารสรุปปิดท้าย
เมื่อ Anthony Di Iorio (ผู้จัด meetup ชาว Bitcoiner ที่ Pauper’s Pub ในโตรอนโต) ได้เห็น White Paper ของ Ethereum เขาก็รู้สึกได้เช่นกันว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก แม้ว่าทักษะทางเทคนิคของเขาจะไม่ซับซ้อนพอที่จะเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึก เขาจึงได้ส่งต่อไปยัง Charles Hoskinson ผู้ซึ่งผลิตโปรแกรมการศึกษาสำหรับ Bitcoin Alliance of Canada
3
Charles Hoskinson ผู้ที่แจ้งเกิดในวงการผ่านการให้ความรู้ใน Udemy (CR:Coingape)
โดย Charles เริ่มมาสนใจ Bitcoin หลังจากที่เขาสังเกตเห็นว่า Bitcoin ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ ซึ่งเขาได้เข้าไปอ่านข้อมูลของ Bitcoin ที่เว็บไซต์ Slashdot และมองว่ามันเป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่ความผันผวนของมันจะไม่ทำให้มันกลายเป็นวิธีการแลกเปลี่ยนที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
2
Charles ได้ตัดสินใจที่จะเรียนรู้ทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ Bitcoin และทำเป็นสื่อการสอนให้ทุกคนสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ เขาได้อ่านหน้า wikipedia ของ Bitcoin ทุกหน้าอย่างเป็นระบบ อ่านซอร์สโค้ด และพูดคุยกับนักพัฒนาหลักของ Bitcoin
เขาได้รวมรวมความรู้ทั้งหมดสร้างเป็น Powerpoint และสร้างวีดีโอเพื่อบรรยาย หลังจากผ่านไป 1 เดือน เขาได้เปิด class เรียนประมาณ 10 คลาส ใช้เวลาระหว่าง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง และเปิดให้เรียนฟรีบน Udemy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ หลักสูตรนี้เรียกว่า “Bitcoin or How I Learned to Stop Worrying and Love Crypto.”
1
และ Charles ก็เริ่มได้รับการยอมรับในชุมชน Bitcoin มีนักเรียนหลายคนที่ติดตามเขามาจากหลักสูตรออนไลน์ หนึ่งในนั้นคือ Li Xiaolai ครูสอนภาษาอังกฤษชาวจีน ซึ่งได้รับหุ้นจากบริษัทที่เขาทำงานอยู่เมื่อบริษัททำ IPO จากนั้น Li ได้ลงทุนใน Bitcoin หลายพันเหรียญด้วยต้นทุนราคาที่น้อยกว่า 1 ดอลลาร์ ภายในปี 2013 เขาได้กลายเป็นมหาเศรษฐีและได้เปิดกองทุนสกุลเงินดิจิทัล
1
อยู่มาวันหนึ่ง Charles ได้รับข้อความจาก Li ว่า “เฮ้ ผมชอบการสอนของคุณ ผมจะลงทุน 500,000 ดอลลาร์ เพื่อให้คุณเริ่มโครงการ crypto ใหม่”
1
นั่นเองที่เป็นทุนก้อนแรกที่ Charles ใช้สร้างโครงการใหม่ที่ชื่อว่า Invictus และสร้างกระทู้บน BitcoinTalk โดยประกาศว่า
“เป็นที่ชัดเจนว่าการแลกเปลี่ยน P2P จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้แน่ใจว่า cryptocurrencies ทั้งหมดจะอยู่รอดในระยะยาว ดูเหมือนว่าจะมีนวัตกรรมมากมายและแนวทางต่าง ๆ ในการสร้างการแลกเปลี่ยนแบบ P2P ผมต้องคนมาร่วมงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้”
1
คนแรกที่ตอบกลับมาทันทีคือคนที่ใช้ชื่อนามแฝงว่า “bytemaster” ตอบกลับมาแค่เพียงสองคำ “I’m in!” และชายผู้นั้นคือ Dan Larimer
1
Charles ได้ติดต่อ Dan และพบว่า Dan ก็ได้ทำบางอย่างที่คล้ายคลึงกันอยู่แล้ว เพียงแค่หกวันก่อนหน้าก่อนที่ Charles จะโพสต์ Dan มีโพสต์บน BitcoinTalk ในหัวข้อ “การแลกเปลี่ยน Fiat/Bitcoin โดยไม่ต้องฝาก Fiat”
1
“ผมมีทุนจากผู้ชายชาวจีน อยากร่วมมือกันไหม” Charles กล่าวกับ Dan “ผมสามารถเป็น CEO และคุณสามารถเป็น CTO ได้” ซึ่ง Dan ตกลงในทันที หลังจากนั้นพวกเขาก็บินไปที่เวอร์จิเนียเพื่อจัดตั้งบริษัท
พวกเขาได้ก่อตั้ง Invictus Innovations ในรัฐเวอร์จิเนียเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม โดยมี Li เป็นผู้อำนวยการและผู้ลงทุนหลัก เงินทุนจะถูกใช้เพื่อทำการวิจัยและเผยแพร่งานวิจัยของโครงการ Invictus
1
และงานวิจัยที่โดดเด่นที่สุดที่ตีพิมพ์อยู่ในบทความบน LetsTalkBitcoin.com โดย Dan และทีม คือการนำเสนอแนวคิดของ Distributed Autonomous Company ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Decentralized Autonomous Organisation หรือ DAO ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยน Ethereum ให้กลายเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่
1
DAO เป็นแนวคิดแปลกใหม่ในการสร้างองค์กรที่ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งกฏของธุรกิจจะกำหนดไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์และดำเนินการโดยมีส่วนร่วมของมนุษย์น้อยที่สุด เนื่องจากองค์กรจะถูกสร้างขึ้นบน blockchain สาธารณะ เช่น Ethereum ซึ่งการตัดสินใจและการไหลของเงินทุนจะโปร่งใสอย่างสมบูรณ์
1
มันสามารถทำหน้าที่บางอย่างโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับที่ธนาคารทำ ตัวอย่างเช่น การเก็บเอกสารส่วนตัวสำหรับการเปิดบัญชีของลูกค้า การโอนเครดิตระหว่างบัญชีเมื่อได้รับ “เช็ค” ที่ลงนามอย่างถูกต้อง
ในไม่ช้าโปรเจค Invictus ก็มีความทะเยอทะยานมากกว่าการสร้างการแลกเปลี่ยนแบบ P2P พวกเขายังต้องการสร้างสกุลเงินดิจิทัลเพื่อพิสูจน์การทำงาน ระบบการจัดการข้อมูลแบบกระจายศูนย์ และแพลตฟอร์มการส่งข้อความที่เข้ารหัส
3
แนวคิดคือการสร้างระบบนิเวศที่ผู้ใช้สามารถสื่อสารและทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือไว้วางใจบุคคลที่สาม พวกเขาเรียกโครงการนี้ว่า Bitshares และได้นำเสนอวิสัยทัศน์ของพวกเขาในการประชุม Bitcoin ที่แอตแลนตาในเดือนตุลาคม
นั่นทำให้ Charles และ Dan เริ่มมีปัญหากัน แผนใหญ่ของพวกเขาคือต้องการเงินทุนเพิ่มเติม และ Dan ก็พยายามหาเงินด้วยการระดมทุนจากการทำ ICO แบบเดียวกับ Mastercoin แต่ Charles คิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ซึ่งสุดท้าย Charles ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
2
Charles กลับไปที่โคโลราโด โดยรู้สึกพ่ายแพ้หลังจากการพยายามเริ่มต้นธุรกิจครั้งแรก และในขณะที่เขาตัดสินใจว่ากำลังจะทำอะไรต่อไป Anthony ได้บอกให้ Charles โทรคุยกับ Vitalik , Mihai Alisie และ Amir Chetrit ที่เข้าร่วมโครงการ Ethereum หลังจากได้รับ White Paper จาก Vitalik
1
โดยไทม์ไลน์คร่าว ๆ ที่จะเกิดขึ้น คือ Vitalik จะเปิดตัว Ethereum ที่งาน North American Bitcoin Conference ที่ไมอามีในปลายเดือนมกราคม
ซึ่งช่วงแรกมีเพียง 5 คนเท่านั้น คือ Vitalik , Mihai , Amir , Charles และ Anthony ที่คุยมีการพูดคุยเกี่ยวกับ Ethereum กันเป็นประจำ ในไม่ช้าคนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ได้เข้ามาร่วมกลุ่ม Skype
Anthony ต้องการให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องพบปะกันที่ไมอามีระหว่างการประชุม เพื่อให้เป็นการคัดเลือกทีมงานที่เหมาะสม และสามารถสร้างบริษัทร่วมกันได้ โดยเขาได้เช่าบ้านผ่าน Airbnb ขนาดใหญ่เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมที่สนใจทั้งหมด และยังซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับนักพัฒนาที่มีนามแฝงว่า “Gavofyork” ซึ่งทำงานอยู่เงียบ ๆ เกี่ยวกับการนำ Ethereum ไปใช้ในลอนดอน
1
ตอนนี้ ทีมงานของ Ethereum ได้ดรีมทีม ที่พร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อที่ไมอามี และ นักพัฒนาปริศนาที่มีนามว่า “Govofyork” จะเป็นใคร โปรดอย่าพลาดติดตามต่อในตอนหน้านะครับผม
3
อ่านตอนที่ 5 : The Miami House
ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก & Credit แหล่งข้อมูลบทความ
ผู้สนับสนุน..
บริษัท ดาวิน เทคโนโลยี (Davin Technology) เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางการเกษตร การประมง และปศุสัตว์ ได้จัดตั้งขึ้นมาจากการรวบรวมปัญหาและอุปสรรคในการใช้อุปกรณ์ IoT และ Smart Farm จากสภาพใช้งานจริง
ด้วยการประสานความสามารถของอุปกรณ์ให้ติดตั้งง่ายและยืดหยุ่น ให้ทำงานร่วมกับ Application บน Smart Phone และช่วยบันทึกและจัดเก็บทุกสภาพอากาศและปัจจัยต่างๆ เพื่อพัฒนาและปรับใช้ในการควบคุมและเพิ่มผลผลิตอย่างเหมาะสม ผ่านโครงข่าย 4G/5G
สามารถติดต่อให้ ดาวิน เทคโนโลยี เข้าไปเป็นผู้ช่วยคุณได้ที่ https://www.davin.tech/ อัปเดตกิจกรรมและข่าวสารที่ https://www.facebook.com/davin.technology หรือโทร 080-296-2895
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
อย่าลืมเข้าไปพูดคุยกันในกลุ่มสำหรับ Geek Forever Club พื้นที่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ด้านธุรกิจ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ
คลิกเลย --> https://bit.ly/3E2DdM8
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา