12 ธ.ค. 2021 เวลา 22:00 • ธุรกิจ
“BEYOND MEAT” วางแผนลุยตลาด FAST FOOD
Beyond Meat, Inc. เป็นหนึ่งในบริษัทที่ปฏิวัติวงการอาหารโดยการนำโปรตีนจากพืชมาใช้ประกอบอาหารทดแทน เนื้อสัตว์ โดยปราศจาก GMOs และส่วนผสมทางวิศวกรรมชีวภาพ ฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ หรือคอเลสเตอรอล โดยผลิตภัณฑ์ Beyond Meat ได้รับการออกแบบให้มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่คล้ายกับเนื้อจากสัตว์ ส่งผลดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยความมุ่งมั่นของแบรนด์ Beyond Meat คือ Eat What You Love
ตลาด Plant based ในสหรัฐฯ มีมูลค่าประมาณ 210 พันล้านบาท (7 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และน่าจะมีการขยายตัวถึง 4,860 พันล้านบาท (162 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในปี 2573 โดยสินค้าที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนี้แบ่งตามหมวดอาหาร คือ สินค้าทดแทนเนื้อสัตว์ สินค้าทดแทนนมและไข่และสินค้าทดแทนอาหารทะเล
ในปีหน้านี้ บริษัท Beyond Meat มีแผนการที่จะบุกตลาดอาหารจานด่วน (fast food) อย่างเต็มรูปแบบและได้มีการนำทีมผู้บริหารจากบริษัท Tyson Foods ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อไก่มาร่วมทีม โดยมีนาย Doug Ramsey ผู้มีประสบการณ์ดูแลธุรกิจสัตว์ปีก Tyson Foods และธุรกิจของ McDonald’s มาช่วยขยายโอกาสและความเป็นไปได้ในการเจาะตลาดอาหาร fast food อย่างไรก็ดีเมื่อต้นปีนี้บริษัท Beyond Meat ได้จับมือกับแบรนด์ fast food เจ้าใหญ่อย่างแบรนด์ Taco Bell แบรนด์ Yum และแบรนด์ PepsiCo ในการผลิตอาหารทดแทนเนื้อสัตว์เพื่อจำหน่ายใน เครือข่ายร้านดังกล่าว
นอกจากนี้แล้วยังได้นาย Bernie Adcock ซึ่งมีประสบการณ์ทางด้านการจัดการและบริหารห่วงโซ่อุปทานให้กับอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารของ Tyson Foods มาร่วมทีมซึ่งนาย Adcock จะมารับตำแหน่งหัวหน้าบริหารห่วงโซ่อุปทาน เพื่อวางแผนและจัดการระบบต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจ fast food อย่างเต็มรูปแบบ
การที่คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่จะเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและถูกหลักจริยธรรมมากขึ้น ได้ผลักดันให้เกิดการขยายตัวในอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ ส่งผลให้สินค้าทดแทนเนื้อสัตว์มีการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอัตราการเติบโต 20.4% ต่อปี แต่ถึงกระนั้นอาหารทดแทนเนื้อสัตว์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนหากมีการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากแรงขับเคลื่อนจากผู้บริโภคมังสวิรัติแล้ว กลุ่มผู้บริโภค Millennial โดยเฉพาะกลุ่ม Generation Z เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของอุปสงค์ความต้องการในสินค้าดังกล่าว จากข้อมูลการสำรวจของ บริษัท Neilson พบว่ามากกว่า 52% ของชาวสหรัฐฯ นิยมบริโภคสินค้าโปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์และเชื่อว่าเป็นสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ
แนวโน้มสินค้าที่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ให้ความสนใจในการค้นหาในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ปราศจากน้ำตาล น้ำตาลต่ำ ปราศจากโซเดียม โซเดียมต่ำและไขมันต่ำ ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ บริษัท Beyond Meat ได้ประสบปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทานส่งผลทำให้ยอดขายลดลง อย่างไรก็ดีบริษัทยังไม่ได้ให้การคาดการณ์สำหรับปี 2565 แต่สำหรับไตรมาสที่ 4 บริษัทได้คาดการณ์ว่ายอดขายสุทธิ
น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,550-3,000 ล้านบาท (85-100 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยคาดหวังว่าความท้าทายในการดำเนินงานน่าจะส่งผลดีต่อบริษัทต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ McDonald's กำลังดำเนินการทดสอบการจำหน่ายเบอร์เกอร์ McPlant ซึ่งทำจาก โปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ของ Beyond Meat ในเครือข่ายร้านอาหารจำนวนหนึ่งในสหรัฐฯ และจะขยายการจำหน่ายอาหารปลอดเนื้อสัตว์ในตลาดต่างประเทศต่อไปในอนาคต นอกจากนี้แล้ว นาย Ramon Laguarta (CEO) ของ PepsiCo เผยว่าใน เดือนกันยายนปี 2565 บริษัทจะมีการเปิดตัวอาหารและเครื่องดื่มจากพืชชนิดใหม่ที่ทำผ่านการร่วมทุนกับ Beyond เพิ่มเติมต่อไป
ข้อเสนอแนะจากสคต. นิวยอร์ก
1.ตลาด Plant based ในสหรัฐฯ มีการเติบโตอย่างมาก โดยปัจจุบันนี้แม้มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย แต่ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับตลาด mainstream เท่านั้น การเร่งการประชาสัมพันธ์และเจาะตลาดเชิงรุกในกลุ่มดังกล่าว จะช่วยสร้างโอกาสให้สินค้าอาหารไทยกลุ่ม plant based ให้สามารถเข้าสู่ช่องทาง mainstream ได้
2.อาศัยช่องทางออนไลน์ เช่น social media/influencer และ offline การจัด instore promotion เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จักและมีโอกาสทดลองสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมืองหลักที่มีผู้บริโภคที่คุ้นชินและเปิดกว้างกับวัฒนธรรมใหม่ๆ
3.อาหาร Plant based สำหรับกลุ่ม niche market เช่น อาหารพร้อมรับประทานสำหรับกลุ่มกิจกรรมกลางแจ้งและ อาหารสุขภาพสำหรับนักกีฬาเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและน่าจะมีการขยายตัวอย่างมากในอนาคตสอดคล้องกับกระแสนิยมของชาวสหรัฐฯ
โฆษณา