🔥 เรื่องที่เรียนรู้เมื่อฉันอายุ 30+
2
คิดว่าเริ่มต้นชีวิตจริงๆ มันน่าจะหลังเรียนจบนะ เพราะต้องได้ทำงานกับใครก็ไม่รู้ มาจากหลายที่หลายจังหวัด มีความคิดต่างกัน เพื่อนใหม่ก็ช่างแตกต่างจากเพื่อนสมัยเรียน ก็คงน่าจะเพราะในความเป็นผู้ใหญ่นี่ละ ผ่านอะไรกันมาเยอะแล้ว
พอทำงานผ่านมาหลายปี เรื่องที่เจอก็มีทั้งดีและร้าย บางเรื่องก็แสนจะเศร้า อย่างเพื่อนที่ชอบๆ กันก็เริ่มเปลี่ยนงาน ตัวเราเองก็เช่นกัน บางเรื่องก็สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ มีวันที่ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน เดี๋ยวนี้โลกมันหมุนไวจริงๆ
1
พอก้าวเข้าปีที่อายุเข้าเลขสาม ความคิดหลายอย่างมันคงขมวดปมได้แล้ว มุมมองจากที่เคยมองอะไรแค่เปลือก ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป ความสนุกแบบฉาบฉวยเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่มากขึ้น อยากได้สิ่งที่เป็นความจริง มีความสวยงามที่มีความหมายลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
1
เอาว่า ความคิดของคนวัย 30+ มันมีอะไรบ้าง โลกของฉันมันหมุนไปทางทิศทางไหนแล้ว ถ้าอยากรู้ มาคะ จะเล่าให้ฟัง
1. คนคิดบวกน่าคบหากว่าคนคิดลบ
หลังๆ โอกาสที่จะพบเพื่อนสนิทจากวัยเรียนมีน้อยลงมาก ทุกคนมีภาระหน้าที่ มีงานและมีครอบครัวที่จะต้องดูแล กลายเป็นว่าต้องหาเพื่อนใหม่ในที่ทำงานเอาเสียส่วนมาก พอเจอเพื่อนใหม่ที่มาจากหลายที่ทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่า คนที่น่าคบหามันคือยังไง คนแบบไหนที่แค่รู้จักก็เปลืองเวลาแล้ว
1
สำคัญที่สุด การจะคบหากับใครซักคน ร้อยทั้งร้อยขอคนที่คบแล้วสบายใจ ไม่เห็นแก่ตัวจนเกินงาม และที่สำคัญที่สุด คนคิดบวกน่าคบหากว่าคนคิดลบ
3
เพราะโลกของคนคิดบวกเขาจะมีเหตุผลมารองรับ มีตรรกะ มีปัญญาเป็นพื้นฐานของการพูดคุย คุยด้วยแล้วได้ความสบายใจ ได้สติในการใช้ชีวิต ตอนนี้ชอบแบบนี้แหล่ะ
3
2. การให้เกียรติกันและกันสำคัญที่สุด
พออายุเข้าในวัยกึ่งกลางของวัยเกษียณ มันเริ่มมีมุมมองอีกมุมโผล่ขึ้นมา การจะทำอะไรต่อมิอะไรในชีวิต ขอแบบสบายๆ ไม่ต้องเครียดมาก ไม่ต้องขนาดจะต้องพูดจาว่ากล่าวรุนแรงเพื่อให้ได้ซึ่งบางสิ่ง
1
ขอสถานะการณ์แบบมีการให้เกียรติกันและกัน ก้าวไปด้วยกันเป็นทีมเวิร์คในที่ทำงาน สามารถหัวเราะด้วยกันยามทำงานพลาดและก็มาช่วยกันแก้ไขได้ ไม่ใช่ด่าว่ากัน โยนความผิดให้กัน เมื่อมันเกิดเรื่องแล้วก็แค่ต้องแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว
2
ขอแบบให้เกียรติกันในเรื่องชีวิตคู่ มีความสุขในวันเวลาที่อยู่ด้วยกัน สามารถพูดคุยกันได้ในทุกเรื่องขอชีวิตแบบนี้แหล่ะ แค่นี้ก็พอใจละ
3. เพื่อนที่ดีและจริงใจจริงๆ มีน้อย
2
ตอนสมัยเรียนมีเพื่อนฝูงเยอะแยะไปหมด มีหลายกลุ่มมาก ไหนจะกลุ่มติวสอบ กลุ่มเรียน กลุ่มเด็กกิจกรรม และก็แก็งเที่ยวกลางคืน แต่น่าแปลกพออายุมากขึ้น กลับใส่ใจแค่ไม่กี่คนที่จริงใจ สะดวกใจที่จะเล่า จะแชร์สุขและทุกข์ได้ทุกเรื่อง
ความสนุกมันค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอยากหาความจริงใจ ที่มาบนความสบายใจที่ได้คุยด้วย ส่วนเจ้าความรู้สึกคึกคะนองมันคงลดลงตามวัย ก็น่าจะว่าได้ เอาว่า ชอบเพื่อนที่ดีและจริงใจนี่ละ มีน้อยคนดีกว่าต้องฝืนอยู่กับคนที่หลอกลวง หรือหลอกใช้แหล่ะนะ
5
4. "ช่างแม่ง" เป็นคำที่ได้ใช้บ่อยขึ้น
4
ช่วงหลัง ด้วยวัยที่กำลังต้องทำงานหนักเพื่อสร้างฐานรากให้ครอบครัวในอนาคต เป็นช่วงเวลาที่ต้องปะทะกันคนเยอะมาก ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตผ่านเรื่องยุ่งยากมากมายมาได้ ก็แค่ "ช่างแม่ง" มันไปซะมันก็จบ
2
ขอโทษถ้าคำมันอาจจะไม่สุภาพนัก แต่คำนี้มันลงตัวทั้งการออกเสียง ได้ทั้งอารมณ์ความรู้สึกตัดใจ แบบทำใจแล้ว เป็นการปล่อยวางแบบแรงๆ ในโทนเสียง แค่เป็นสัญลักษณ์ของการ "วาง" ในเรื่องที่ควบคุมมันไม่ได้ อันนี้แหล่ะใช้บ่อยในช่วงนี้เลยละ
5
5. ความสุขในการทำงานสำคัญมากๆ
หลายคนมักให้คำจำกัดความพวกเปลี่ยนงานบ่อยว่า อยากปรับฐานเงินเดือนบ้าง พวกไม่มีความอดทนบ้างละ และอีกสาระพัดจะพูดถึง
ขอบอกเลย ถ้ามุมมองส่วนตัว ถ้าที่ไหนไม่ชอบก็ไม่อยากทำ อยากอยู่ในที่ๆ ได้เรียนรู้จริงๆ ที่ๆ จะช่วยให้เราเติบโตได้อย่างเต็มที่
5
เพราะบอกตามตรงคงไม่มีใครที่จะทำงานให้คนอื่นไปตลอดชีวิต เราต่างก็อยากใช้ชีวิตหาเงินเพื่อตัวเราและครอบครัวเอง ไม่ใช่จะต้องทำงานหนักเพื่อให้ใครก็ไม่รู้ได้ร่ำรวยอยู่แบบนั้น ก็คิดประมาณนี้แหล่ะนะ
4
🪁 และนี่ละ เรื่องง่ายๆ ที่เรียนรู้จากเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ทำให้เป็นเราได้ในวันนี้ วันที่เราเลือกเสพสิ่งที่ชอบและที่ทำให้มีความสุขมากขึ้น
วันที่มีแต่ความพึงพอใจเป็นเครื่องเลี้ยงดูชีวิตให้ดำเนินต่อไปได้ ความอดทนเรื่องดราม่าต่างๆ ก็ลดน้อยลงไปตามวันเวลา มีแต่ความจริงที่ชอบความจริงใจและซื่อตรงต่อความรู้สึกคนนี้เท่านั้นในวันนี้
🦙 ชอบก็กดไลค์ ใช่ก็กดแชร์
ถ้าจะให้รู้ว่าแคร์ ก็คอมเม้นท์มานะคะ
• ติดตามและรับฟังผ่านแอป blockdit
• ติดตามและรับฟังผ่านช่องยูทูป
  • 38

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา