มีบัญชีอยู่แล้ว?
เรื่อง : คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สะเทือนขวัญและโด่งดังที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์แคนาดา
6
ระยะเวลาที่ใช้ในการอ่านโดยประมาณ : 10นาที
Part 1 : เริ่มเรื่อง
กลางดึกคืนหนึ่งในเดือนตุลาคม ปี 1997 บริเวณใกล้กับฟาร์มแห่งหนึ่งในแถบชานเมือง Vancouver ประเทศแคนาดา 2 สามีภรรยาที่กำลังขับรถฝ่าสายฝนกลับบ้าน แล้วจู่ๆใขขณะนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเลือดอยู่ท่วมตัว พุ่งออกมาจากข้างทาง อีกทั้งในมือของเธอยังถืออาวุธมีคมอยุ่ด้ามหนึ่ง เธอเอาตัวขวางรถเอาไว้ พร้อมกับทุบรถแล้วบอกว่ามีคนพยายามที่จะทำร้ายเธอ
1
สามีภรรยาที่อยู่ในรถสังเกตเห็นว่าบนมือของผู้หญิงที่มาขอความช่วยเหลือมีกุญแจมือติดอยู่ พวกเขาจึงรีบพาเธอไปอยู่โรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง ในห้องฉุกเฉินแพทย์ตรวจพบว่าหญิงสาวได้รับบาดเจ็บบริเวณท้องและต้นขา และในเลือดของเธอยังตรวจพบแอลกอฮอล์และสารเสพติดจำนวนมากด้วย ดังนั้นหลังจากที่ทางโรงพยาบาลได้ช่วยเหลือเธอเรียบร้อยแล้วจึงได้โทรแจ้งความในทันที
2
ความจริงแล้วผู้หญิงคนดังกล่าวทำอาชีพขายบริการ โดยเธอเล่าว่าคืนนั้นมีผู้ชายเรียกเธอไปใช้บริการ เธอจึงได้ตามผู้ชายคนนั้นไปจึงถึงที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง และถูกพาเข้าไปในรถบ้านเก่าๆคันหนึ่ง แต่เมื่อเธอได้ย่างเท้าเข้าไปเธอก็ได้กลิ่นเหม็นแสบจมูก แล้วทันใดนั้นเองผู้ชายคนนั้นเข้ามาบีบคอเธอจากด้านหลัง แล้วใช้กุญแจมือข้างหนึ่งล็อคเธอเอาไว้ เธอนั้นพยายามขัดขืนแล้วทั้ง 2 คนก็ต่อสู้กัน เธอได้คลำไปเจออาวุธมีคมในกล่องเก็บอุปกรณ์ เอใช้มันแทงอย่ามั่วซั่วจากนั้นจึงเปิดประตู แล้ววิ่งฝ่าสายฝนออกมา โชคดีที่ตอนนั้นมีคนขับรถผ่านมาพอดีเธอจึงได้รับความช่วยเหลือได้ทัน
2
Part 2 : เริ่มการสืบสวน
ตำรวจได้ตามเบาะแสไปจนพบฟาร์ม และคนร้ายที่ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ให้ปากคำไว้ แต่เขากลับมีท่าทีที่ไร้เดียงสามาก โดยเขามีชื่อว่า Robert William “Willy” Pickton เป็นเจ้าของฟาร์มเล็กๆแห่งหนึ่ง และเนื่องจากเขามีความพิการทางสติปัญญา เขาจึงเรียนไม่จบชั้นมัธยม และกลับมาทำฟาร์มที่บ้าน โดย Pickton บอกว่าเขาแค่อย่างระบายความใคร่ ส่วนกุญแจมือก็แค่สิ่งที่ช่วยปลุกอารมณ์ของเขา ความจริงแล้วผู้หญิงคนนั้นใส่ร้ายเขา เขาเอาก็ถูกเธอแทงจนได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน ตำรวจจึงลองไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้น แล้วก็พบว่า Pickton มีชื่อเสียงที่ดีมาก เขาเป็นคนใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และมักจะนำไส้กรอกหมูมามอบให้เพื่อนบ้านเป็นประจำ
3
Robert William “Willy” Pickton
ฟาร์มหมูของ Pickton
ระหว่างคำพูดของหญิงขายบริการที่มีประวัติเสพยาเสพติด กับของคนในระแวกนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอย่างหลังนั้นมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ตำรวจจึงไม่ได้ทำการสืบสวนต่อ แต่เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น และด้วยเหตุนี้ Pickton จึงได้รับการปล่อยตัวไปอย่างง่ายดาย
เวลาล่วงเลยมาอีก 1 ปี ที่สถานีตำรวจ East Vancouver ชายวัยกลางคนคนหนึ่งได้เข้ามาแจ้งความเพื่อตามหาคนหาย โดยคนที่เขาต้องการตามหาก็คือหญิงขายบริการคนหนึ่งเพราะเขาได้ตกหลุมรักเธอเสียแล้ว แต่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้หญิงคนดังกล่าวได้หายตัวไปอย่างไรร่องรอย เขาลองพยายามทุกวิธีทาง แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อเธอได้
3
ในสมัยนั้น ในเมือง Vancouver จะมีหญิงขายบริการจำนวนหนึ่งหายตัวไปทุกปี จนกระทั้งในปี 1998 ภายในเวลาเพียง 6 เดือน ได้มีหญิงสาวหายตัวไปถึง 23 คน การแจ้งความของชายคนดังกล่าว ทำให้ตำรวจที่ชื่อ Dave Dickson รู้สึกสนใจ เขารู้สึกถึงความผิดปรกติของเหตุการณ์นี้ ทางตำรวจจึงได้เริ่มสืบสวนเกี่ยวกันคดีการหายตัวไปของหญิงสาวเหล่านี้อย่างจริงจัง
2
เหล่าหญิงสาวที่หายตัวไปอย่างปริศนาในช่วงนั้น
เวลาผ่านไปอีก 3 ปี ตำรวจตรวจสอบผู้ต้องสงสัยไปแล้วกว่า 200 คน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนนัก และในขณะเดียวกันก็ยังมีหญิงขายบริการหายตัวไปอยู่เรื่อยๆ เมื่อไม่มีทางเลือกตำรวจจึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังทาง RCMP แล้วทั้ง 2 หน่วยงานก็ได้จัดตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจขึ้นเพื่อทำคดีร่วมกัน
1
หลังจากก่อตั้งทีมสืบสวนร่วมได้ไม่กี่เดือน นายตำรวจที่มีชื่อว่า Henry ที่รับผิดชอบคดีนี้ก็ได้รับแจ้งเบาะแสที่สำคัญเบาะแสหนึ่ง คนงานหญิงในฟาร์มของ Pickton เธอได้พลั้งปากเล่าให้เพื่อนของเธอฟังตอนเมาว่า "เธออย่าได้ซื้อไส้กรอกจากฟาร์มของ Pickton เชียวนะ รู้ไหมว่าเนื้อพวกนั้นมาจากไหน ฉันจะบอกให้ ฉันเคยเห็นมากับตาเลย ในยุ้งฉางของฟาร์มนั้น ฝั่งซ้ายมีหมูตัวหนุ่งแขวนอยู่ ส่วนฝั่งขวาก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแขวนอยู่ แล่เนื้อหมูที แล้วก็แล่เนื้อคนที แล้วก็เอาไปใส่รวมกันในเครื่องบดเนื้อจนออกมาเป็นไส้กรอก ตรงพื้นก็เต็มไปด้วยเลือดและไขมันของมนุษย์ที่ขัดไม่ออก"
3
หลังจาก Henry ได้รับแจ้งเบาะแสนี้ จึงได้เรียกตัวผู้หญิงคนดังกล่าวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจ แต่วันที่เธอไปสอบปากคำ เธอกลับมีอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์และสารเสพติด ทำให้การสอบปากคำในครั้งนี้นอกจากจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว ยังทำให้ Henry ถูกตำหนิด้วยว่าทำไมถึงไม่หาคนที่ดูน่าเชื่อถือกว่านี้มาสอบปากคำ
2
เนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ ตำรวจจึงไม่สามารถของหมายค้นเพื่อตรวจค้นฟาร์มของ Pickton ได้ แต่ Henry นั้นไม่ยอมแพ้ เขาได้ลองไปที่ฟาร์มแห่งนั้นด้วยตัวเองเพื่อหาเบาะแส
เมื่อ Henry ไปถึงที่ฟาร์ม เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ เพราะ Pickton นั้นต้อนรับและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขารู้ทั้งรู้ว่า Henry นั้นไม่มีสิทธิในการตรวจค้น แต่เขาก็ยังพา Henry ไปเดินดูรอบๆรวมถึงพาไปดูเล้าหมูและยุ้งฉางของเขาด้วย โดยที่นั่น Henry ได้พบว่าสภาพแวดล้อมภายในฟาร์มนั้นสกปรกมาก เล้าหมูมีกลิ่นเหม็นรุนแรง แต่กลับไม่พบอะไรที่ดูเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมเลย สิ่งที่พบในช่องแช่แข็งก็เป็นเพียงเนื้อหมูธรรมดา อาหารที่เขาให้หมูกินก็ดูเป็นอาหารสัตว์ปรกติ
3
เนื่องจากไปพบเบาะแสหรือหลักฐานอะไรเลย Henry จึงทำได้เพียงกล่าวคำบอกลา และจับมือกับ Pickton โดยถายหลังเขาได้บอกเล่าว่าความรู้สึกที่เขาได้จับมือกับ Pickton นั้นเป็นความรู้สึกที่เขาลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต สัมผัสของฝ่ามือนั้น ทั้งนิ่ม เหนียวเหนอะหนะ และเปียกชื่น มันทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ สัญชาตญาณของตำรวจนั้นบอกเขาว่า ชายผู้ดูไร้เดียงสาคนนี้จะต้องเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เขาตามหาอย่างแน่นอน
1
Henry เลิกล้มความคิดที่จะหาเบาะแสจากการสอบถามเพื่อนบ้านและคนงาน แล้วลองหาคนอื่นที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องสอบถามดู โดยเขาลองตามหาคนงานคนงานในฟาร์มของ Pickton ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดู แล้วเขาก็ได้พบกับคนที่มีชื่อว่า Andrew Bellwood เขานั้นเคยทำงานอยู่ในฟาร์มของ Pickton เป็นช่วงสั้นๆ แต่ภายหลังก็ถูกไล่ออก เนื่องจากขโมยของ
1
Andrew Bellwood
เมื่อ Henry เดินทางไปหา Andrew เขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง Andrew ดูไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อยที่ตำรวจมาหาเขาถึงที่บ้าน แต่เมื่อ Henry เริ่มเปิดประเด็นถึงเรื่องในฟาร์มแห่งนั้น Andrew กลับมีอาการร้อนรน พูดจาตะกุกตะกัก จากการสอบถามจึงทราบว่า Andrew นั้นเคยติดยาเสพติด หลังจากออกจากสถานบำบัดแล้ว เขาก็ได้ไปทำงานที่ฟาร์มของ Pickton และเนื่องจากเขาไม่มีที่อยู่ Pickton จึงอณุญาตให้เขาพักอยู่ในฟาร์ม โดยได้จัดแจงห้องว่างห้องหนึ่งไว้ให้กับเขา
2
ผ่านไประยะหนึ่ง Pickton และ Andrew สนิทกันมากขึ้น แล้วจู่ๆคืนหนึ่ง Pickton ก็ได้เอ่ยปากชวน Andrew ออกไปซื้อบริการด้วยกัน แต่เนื่องจาก Andrew มีปัญหาเนื่องสมรรถภาพทางเพศ เขาจึงได้ปฏิเสธไป โดยนึกไม่ถึงว่า Pickton จะหัวเราะลั่นออกมา และกล่าวว่า เขาไม่ได้ต้องการเพียงเรื่องอย่างว่า ทันใดนั้นเขาก็หยิบกุญแจมือออกมาจากกล่อง ใช้หมอนที่อยู่บนเตียงเป็นอุปกรณ์ประกอบ แล้วสาธิตให้ดูอย่างเชี่ยวชาญและภูมิใจ เริ่มจากการใส่กุญแจมือ ใช้ลวดรัดคอ ไปจนถึงการใช้อาวุธมีคมตัดหลอมลม และหลอดเลือดแดง มันทำให้ Andrew รู้สึกกลัว Pickton มาก แล้วกลางดึกคืนนั้นเองที่ยุ้งฉางของ Pickton จู่ๆก็มีไฟสว่างขึ้นและมีเสียงกรีดร้องดังออกมา Andrew นั้นตกใจตื่นแต่ไม่กล้าที่จะออกไปดู แล้วต่อมาภายหลัง เขาก็ถูก Pickton ใส่ร้ายว่าขโมยของและไล่เขาออก
4
ถึงแม้ Andrew จะได้เล่าเบาะแสสำคัญให้ตำรวจฟัง แต่เขาก็มีประวัติการใช้สารเสพติดมาก่อน ดังนั้นในฐานะของพยาน Andrew จึงแทบไม่มีความน่าเชื่อถือเลย ทำให้การสิบสวนในคดีนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ
เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2002 จู่ๆก็มีวัยรุ่นที่อาศํยอยู่ใกล้กับฟาร์มของ Pickton เข้าแจ้งความกับทาง RCMP ว่าในฟาร์มแห่งนั้น เคยมีอาวุธ
ผิดกฏหมายมากมาย ตำรวจซึ่งรอโอกาสทองแบบนี้มานานแล้ว จึงรับรุจหน้าไปที่ฟาร์มและเข้าตรวจค้นโดยทันที, พวกเขาพบอาวุธผิดกฏหมายมากมายที่ไม่มีใบอณุญาติอยู่ในห้องของ Pickton พวกเขาจึงดำเนินการจับกุมจัว Pickton ในข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฏหมาย และรีบข้อหมายค้นมาตรวจค้นฟาร์ม
3
ตำรวจและเจ้าหน้าที่รวมหลายร้อยนายได้มาตรวจค้นยังฟาร์มของ Pickton ในเวลาค้นหานานถึง 1 ปี 9 เดือน เสียงบประมาณในการค้นหากว่า 70 ล้าน CAD เรียกได้ว่าเป็นการตรวจค้นจะค้นหาหลักฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทำคดีของแคนาดา
2
Part 3 : บทสรุป
ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยออกมา ตำรวจได้ตรวจพบ DNA ของเหยื่อถึง 33 คนบนวัตถุต่างๆที่อยู่ในฟาร์ม เช่น แหวน เก้าอี้ไม้ ช่องเย็น และช่องแช่แข็ง อีกทั้งยังตรวจพบชิ้นเนื้อที่อยู่ในช่องแช่แข็งและต่อมามันก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นเนื้อของมนุษย์ ทางกระทรวงสาธาณะสุขของ British Columbia จึงรีบออกคำสั่งให้เรียกคืนผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูปทั้งหมดในท้องตลาดที่ขายออกไปปจากฟาร์มแห่งนี้ เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าประชาชนชาวแคนาดาที่ตั้งใจจะซื้อไส้กรอกหมูไปรับประทาน จะได้ไส้กรอกมนุษย์กลับบ้านไปแทน และจากการตรวจสอบของตำรวจ ชิ้นส่วนมนุษย์บางส่วนยังได้ถูกนำไปเป็นอาหารหมูอีกด้วย
5
อัยการรจึงสั่งฟ้อง Pickton ทั้งหมด 76 ข้อหา แล้วเขาก็ถูกตัดสินให้ถูกจำคุกตลอดชีวิต และไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวเป็นเวลา 25 ปี แล้วในปี 2010 ทางตำรวจของ Vancouver ก็ได้แถลงคำขอโทษอย่างเป็นทางการ ที่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้เร็วกว่านี้ จนทำให้มีผู้บริสุทธ์หลายคนต้องตกเป็นเหยื่อของ Pickton
สุดท้ายแม้คดีนี้จะสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว แต่ก็ยังมีจุดที่น่าสงสัยอีก 1 อย่าง คือในกระบวนการการพิจารณรคดี ทำไมนอกจากคนงานทั้ง 2 คนแล้ว คนงานคนอื่นรวมถึงเพื่อนบ้านจึงล้วนปฏิเสธที่จะเป็นพยาน นอกจากนี้ยังมีบางคนที่พยายามจะเป็นพยานให้ Pickton และพยายามปกป้องเขา และจากคำให้การของ Andrew ที่บอกว่าหลังจากเขาสนิทกับ Pickton ได้ไม่นาน Pickton ก็ชวนเขาฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วชาวบ้านในระแวกนั้นจะไม่ถูก Pickton ชักชวนแด้วยหรือ นอกจากนี้หลังจากที่ Pickton ถูกจับกุมเขายังพูดคำพูดแปลกๆด้วยว่า พวกเขาไม่กล้าเป็นพยานหรอก เพราะถ้าผมติดคุก ก็ย่าคิดว่าจะมีใครรอด ทำให้หลายคนคิดว่าชาวบ้านพยายามช่วย Pickton เพื่อให้ตัวเองนั้นพ้นผิด และเหตุการฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ แท้จริงแล้วอาจเป็นการร่วมมือกันของคนหลายคนก็เป็นได้
2
เรียบเรียงโดย
นายจอมโม้
21 มกราคม 2022
1

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Kwanna
ชอบอ่านแนวนี้ ขอบคุณนะคะ 🤗😀
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    นี่คือสุดยอดเกมแห่งประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูล vs เรอัล มาดริด ในปีนี้ จะไม่มีเกมไหนใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว นัดชิงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ถือเป็นที่สุดของฟุตบอลยุโรป แต่ก่อนที่จะถึงวันแข่ง สถิติอะไรที่เราควรรู้บ้าง ผมเก็บ 14 เรื่องสำคัญเอามาเป็นเกร็ดความรู้ เพื่อที่จะได้ดูบอลอย่างสนุกขึ้นนะครับผม ------------------------
    แม่บ้านพืชอุดม คืออะไร SAPPE ตั้งใจมอบความรู้ให้กับชาวบ้านในตำบลพืชอุดม โดยการสนับสนุนการปลูกว่าน เพื่อส่งมาผลิตในโรงงานของเรา และคิดค้นสูตรเจลล้างมือให้ชาวบ้านรอบๆ โรงงาน
    ไทยมี “วัคซีนฝีดาษ” แช่แข็งกว่า 40 ปี ป้องกันฝีดาษลิงในไทย สธ.เผยไทยมี “วัคซีนฝีดาษ”แช่แข็งกว่า 40 ปี ในคลังองค์การเภสัชฯ น่าจะยังมีประสิทธิภาพใช้ได้ป้องกันฝีดาษลิงในไทย กรมวิทย์ตรวจเบื้องต้นเพาะเชื้อยังขึ้นได้ดี
    ชายชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยแต่งงานอยู่กินกับตุ๊กตามานานแล้ว แต่ปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือการแต่งงานกับตุ๊กตาตามคาแรกเตอร์ของตัวการ์ตูน หรือที่เรียกว่า fictosexual ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างระดับสุดโต่งของคำว่า "โอตาคุ" แต่ก่อนจะตัดสินว่าช่างน่าเศร้าหรืออะไรก็ตาม ขอให้เรามาเปิดใจฟังความรู้สึกของพวกเขากันก่อน ในเขตอากิฮาบาระแห่งกรุงโตเกียว นาดาฟ เอยัล นักเขียน "โลกาปฏิวัติ" ได้นัดพบกับซันเปอิ มิฮิระ ซึ่งพาภรรยาเขามาด้วย และนี่คือคำบอกเล่าของเอยัล
    ดูทั้งหมด