เอลซิด (El Cid) ค.ศ.1043
นักรบ
โรดรีโก ดีอัซ เด บีบาร์
เอลซิด (El Cid) เป็นขุนศึกชาวสเปนผู้เก่งกาจคนหนึ่ง เกิดในปี ค.ศ.1043 ที่หมู่บ้านบีบาร์ ในเมืองบูร์โกส อาณาจักรคาสตีล เกิดในตะกูลขุนนางสเปน มีชื่อเต็มว่า โรดรีโก ดีอัซ เด บีบาร์ (Rodrigo Daz de Vivar)
โรดรีโกได้รู้จักและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเจ้าชายซานโช รัชทายาทแห่งอาณาจักรคาสตีลในฐานะเจ้านายและข้ารับใช้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสหายกัน
โรดรีโกจงรักภักดีต่อเจ้าชายซานโชมาก ดังจะเห็นได้จากในปี ค.ศ.1063 อาณาจักรคาสตีลมีสงครามกับอาณาจักรอารากอน เพราะต้องการแย่งชิงดินแดนซาราโกซา สงครามครั้งนี้ไม่สามารถตัดสินได้ เพราะต่างฝ่ายต่างเข้มแข็งจนไม่มีใครเอาชนะใครได้ จึงตกลงกันว่า ให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนมา 1 คนมาประลองกันแบบ 1 ต่อ 1 ใครชนะจะได้ดินแดนซาราโกซาไป
ดาบของเอลซิด ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑสถานคลังอาวุธหลวงในกรุงมาดริด
ฝ่ายคาสตีลนั้น โรดรีโก อาสาไปเป็นตัวแทนการประลองและในวันจริงนั้นแม้คู่ต่อสู้จากอารากอนจะมีร่างกายกำยำ แรงเยอะ และตัวโตกว่าโรดรีโกอย่างมาก เขาก็สามารถเอาชนะได้ ทำให้คาสตีลชนะในสงครามนี้
ทหารของคาสตีลจึงให้ฉายาจากการสร้างวีรกรรมของเขาคือ “เอลซิด กัมเปอาดอร์” (El Cid Campeador) โดย El Cid มีที่มาจากคำในภาษาอาหรับถิ่นอันดาลูเซียว่า “อัลซีด” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Lord”
ส่วน Campeador นั้นเป็นภาษาสเปน แปลว่า “Champion” ซึ่งฉายาเอลซิดก็เป็นชื่อที่คนส่วนใหญ่ที่รู้จักโรดรีโกใช้เรียกเขา
ภาพเอลซิด ขณะอยู่ในอิริยาบถขี่ม้า
หลังสงครามอารากอน อาณาจักรคาสตัลยังพบสงครามใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้เป็นสงครามกับแขกมัวร์ (เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพิชิตดินแดนคืนหรือ Reconquista ของชาวคริสต์ในคาบสมุทรไอบีเรีย)
ผลคือกองทัพคาสตีลภายใต้การนำของเจ้าชายซานโชที่ 2 และโรดรีโก ชนะแทบทุกครั้ง ทำให้คาสตีลมีเมืองขึ้นและแผ่ขยายอาณาเขตไปได้กว้างขวาง แต่พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 กษัตริย์แห่งคาสตีลและพระชนก ของเจ้าชายซานโชได้เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ.1065
โดยที่ก่อนเสด็จสวรรคต พระองค์ได้ทรงจัดสรรดินแดนให้พระโอรสและพระธิดาได้แบ่งกันปกครอง โดยเจ้าชายซานโช เจ้านายเอลซิลได้ขึ้นครองบัลลังก์คาสตีล
พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 (Alfonso VI)
แต่ไม่นานพระเจ้าชานโชที่ 2 ทรงเห็นว่า พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 พระอนุชาของพระองค์ที่ได้ไปปกครองอาณาจักรเลออนนั้น ขาดความสามารถในการปกครอง ประกอบกับคาสตีลมีสงครามกับแขกมัวร์
ควรรวมคาสตีลและเลออนเข้ากับคาสตัลดีกว่า เพื่อที่อาณาจักรคาสตีลจะได้เข้มแข็ง ดังนั้น พระเจ้าซานโชที่ 2 จึงทรงเปิดศึกชิงดินแดนเลออนกับพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6 ในปี ค.ศ. 1065
ศึกแย่งชิงเลออนดำเนินมาจนถึงปี ค.ศ.1072 พระเจ้าซานโชที่ 2 ทรงมีชัยต่อพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 และผนวกอาณาจักรคาสตัลกับเลออนได้สำเร็จ ต่อไปก็ต้องทรงสังหารพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 เพื่อให้กษัตริย์ของคาสตีลและเลออนมีเพียงพระองค์เดียว แต่พระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 ทรงลี้ภัยไปยังอาณาจักรซาโมรา เพื่อขอความช่วยเหลือกับพระนางอูร์รากา พระกนิษฐาของพระองค์
อูร์รากาใน พงศาววลีของกษัตริย์แห่งโปรตุเกส
พระนางอูร์รากาและพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 จึงร่วมมือกันลอบปลงพระชนม์พระเจ้าซานโชที่ 2 เสียในปี ค.ศ.1072 นั้นเอง แผนลอบสังหารในครั้งนี้ทรงมอบให้ทหารอาสาผู้ภักดีต่อพระนางอูร์รากาและพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 ทำอย่างลับๆ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าพระนางอูร์รากาและพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าซานโชที่ 2
เมื่อพระเจ้าซานโชที่ 2 เสร็จสวรรคตแล้ว ก็ไม่มีใครเหมาะสมจะเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรคาสตัล-เลออนมากไปกว่าพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 และได้เข้าพิธีเพื่อสถาปนาเป็นกษัตริย์แห่งคาสตัล-เลออน
แต่ในพิธีแต่งตั้งพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 นั้นเอลซิดไม่ยอมคุกเข่าถวายพระพร เพราะเขาครางแคลงใจว่าพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าซานโชที่ 2 และขอร้องให้พระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 สาบานต่อหน้าพระคัมภีร์ว่า ทรงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าซานโชที่ 2
พิธีแต่งตั้งพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 6
พระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 ได้ทรงสาบานออกมาอย่างเต็มพิธี เอลซิดจึงยอมรับอำนาจและถวายตัวเข้ารับใช้พระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6
เอลซิดแต่งงานกับคีเมนา เด โอเบียโด พระญาติของพระเจ้าอัลฟอนโชที่ 6 ในปี ค.ศ.1074 มีบุตรด้วยกัน 3 คน ชื่อ กริสตีนา มารีอา และดีเอโก โรดรีเกซ
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference :
เอลซิด : https://bit.ly/3N6H2oE
อูร์รากาแห่งโปรตุเกส : https://bit.ly/3FlSomY
พระเจ้าอัลฟอนโซที่_6_แห่งเลออนและกัสติยา : https://bit.ly/3Fjqh7H
  • 1

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา