19 ม.ค. 2023 เวลา 11:00 • ไลฟ์สไตล์

The Guide to Eyeshadow101

อายแชโดว์ นับเป็นส่วนสำคัญขั้นตอนหนึ่งของการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า เมื่อดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ
จึงทำให้หลาย ๆ คน มักให้ความสำคัญกับการแต่งเปลือกตา ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแต่งตานอกจากจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เราเปลี่ยนลุคไม่ให้ซ้ำซากจำเจได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่ามีหลายๆ แบรนด์ มักนิยมออกสินค้าอายแชแดว์หลากหลายสี หลากหลายแบบมาแข่งขันกันมากมาย ณ ปัจจุบัน
วันนี้แอดมินอยากแชร์ข้อมูลที่คิดว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับอายแชโดว์ ว่าที่จริงแล้วนั้นอายแชโดว์มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร มีทริคอะไรที่ช่วยให้เราแต่งตาได้ดีขึ้นหรือง่ายขึ้นได้บ้าง ตามอ่านกันต่อได้เลย
  • ประเภทของอายแชโดว์
  • 1. Compact/Pressed Powder Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อแป้งอัดแข็ง
อายแชโดว์รุ่นนี้มักจะเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาด โดยมากจะมาในรูปแบบของพาเลต [Palete] ที่จะมีหลากหลายสีในตลับเดียว จะมีเนื้อสัมผัสที่ใช้งานได้ง่าย สามารถใช้นิ้วมือหรือแปรงแต่งหน้าก็ได้ในการช่วยเกลี่ย
  • 2. Baked Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อเบค
อายแชโดว์แบบนี้ จะมีให้เห็นโดยทั่วไปเช่นกัน ส่วนมากจะจัดจำหน่ายในรูปแบบของตลับแยกเดี่ยว หรือหากเป็นพาเลต [Palete] ก็จะเป็นตลับเล็กๆมากกว่าการทำแบบตลับใหญ่ที่มีมากกว่า 4 สี
ข้อแตกต่างที่จะเห็นค่อนข้างชัดระหว่างเนื้อเบคและเนื้อแป้งอัดแข็งก็คือ ตัวสีของเนื้ออายแชโดว์ ที่จะมีความเล่นไฟ จะออกเหลือบๆ เงาๆ มากกว่ารุ่นที่เป็นแป้งอัดแข็ง ให้สีค่อนข้างชัด ใช้งานง่าย ติดทนนาน
สามารถใช้ได้ทั้งแบบแห้งและเปียก แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้กับการทาแบบเปียกมากกว่า เพราะจะให้สีที่สดชัดขึ้น
ในขณะที่ถ้าทาแบบแห้งจะให้สีที่นุ่มนวลแลดูเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลว่าต้องการ Finish Look แบบไหนนั่นเองค่ะ
  • 3. Cream Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อครีม
ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของกระปุก, ดินสอ, หรือสติ๊กแบบแท่ง ที่สามารถเกลี่ยได้ง่าย ใช้งานง่าย แถมให้สีสันสวยงาม แต่จะไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีผิวมัน คนที่เปลือกตามันง่าย คนที่มีริ้วรอยที่ผิวเปลือกตาเยอะ
เพราะจะทำให้เกลี่ยแล้วเห็นข้อบกพร่องของผิวเปลือกตาได้ง่าย รวมถึงเลอะเทอะได้ง่ายกว่าอายแชโดว์เนื้ออื่นๆ
  • 4. Loose Powder Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อผง
อายแชโดว์เนื้อผงนั้นมักจะมาให้สีสันที่สดชัดเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบกระปุกที่มีฝาปิดแน่นหนา
แนะนำให้ใช้ทาที่เปลือกตาทันทีหลังจากลงไพรเมอร์เบสที่เปลือกตาเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะเกลี่ยได้ง่ายกว่า สีติดชัดกว่าการที่ไม่ลงไพรเมอร์เบสเอาไว้เลย
อายแชโดว์เนื้อนี้ จำเป็นต้องใช้ทักษะในการทาอยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าเกลี่ยไม่ดีก็อาจจะตกร่องหรือเป็นก้อนและสีอาจจะไม่สม่ำเสมอกันได้ แนะนำให้ฝึกฝนบ่อยๆค่ะ
  • 5. Loose Glitter Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อผงแบบมีกลิตเตอร์
ขั้นกว่าของอายแชโดว์เนื้อผง ก็คือเนื้อผงที่ใส่กลิตเตอร์นั่นเองค่ะ เพราะจะเล่นแสงไฟ ให้สีที่สดชัดมากกว่าเดิม ปังมากกว่าเดิมไปอีกระดับนึงค่ะ วิธีใช้ก็ใช้เหมือนรุ่นผงปกติเลย แต่อาจจะต้องใช้ทักษะมากกว่านิดนึง
เพราะพวกกลิตเตอร์เหล่านี้ บางทีก็มีทั้งแบบเกล็ดละเอียดและเกล็ดใหญ่ ขึ้นอยู่กับรุ่นของสินค้าแบรนด์นั้นๆ หากทาไม่ดีก็มีโอกาสที่กลิตเตอร์จะจับตัวหรือกระจุกตัวเป็นก้อนๆ ไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอได้ค่ะ
  • 6. Liquid Eyeshadow - อายแชโดว์เนื้อเหลว
อายแชโดว์รุ่นนี้ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมสำหรับมือใหม่มาก เพราะใช้งานง่ายพกพาสะดวก เพราะมักจะมาในรูปแบบแท่งที่มีแปรงในตัว สามารถใช้แปรงที่มีมาอยู่แล้วเกลี่ยได้เลย มักจะมีสีที่สวยและมักจะเป็นสีที่มีประกายกลิตเตอร์ที่คนส่วนใหญ่มักจะชอบกันอยู่แล้วค่ะ
ส่วนใครที่อยากลองใช้อายแชโดว์เนื้อเหลว วันนี้แอดมินแนะนำ BROWIT GLIT & GLOW EYEGLITTER ที่มีให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 สีด้วยกันค่ะ ใช้งานง่าย สีสวย ติดทนนาน มาพร้อมแปรงหัวพู่กันเรียวเล็ก เกลี่ยง่าย แท่งจับกระชับมือ พกพาสะดวกค่ะ
วันนี้ The Guide to Eyeshadow 101 ก็ได้อธิบายประเภทของอายแชโดว์กันไปแล้ว ครั้งถัดไปแอดจะมาต่อที่ The Guide to Eyeshadow 102 ที่จะว่ากันด้วยเรื่องประเภทของพื้นผิวหรือรูปแบบเปลือกตาหลังการทาเสร็จ [Eyeshadow Finishes] กันค่ะ
สั่งซื้อออนไลน์
Line My Shop >> https://bit.ly/3AAysdC
Line ID: @karmart (อย่าลืมเติม@ ข้างหน้า)
โฆษณา