19 พ.ค. 2025 เวลา 10:29 • สุขภาพ

💊ยาลดไข้ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย? รู้ก่อนใช้ ชีวิตดี๊ดี!

โดยทั่วไป ไข้ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตและหายได้เอง แต่ทำให้รู้สึกไม่สบาย​ การมีไข้ทำให้ผู้ป่วยรวมทั้งพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กังวล ซึ่งเภสัชกรสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการ​ การรักษาไข้ รวมถึงแนะนำการใช้ยาลดไข้อย่างถูกต้อง
🔥 เมื่อไหร่ถึงเป็นไข้
- ไข้ธรรมดา : วัดไข้ทางปาก (อมปรอท) ≥ 38.1°C
- ไข้ต่ำ : 37.5–38.0°C
2. วัดไข้ทางรักแร้
- ไข้: ≥ 37.5°C (วัดทางรักแร้ให้ +0.5°C จากค่าปกติ เพราะอุณหภูมิจะต่ำกว่าการวัดทางปาก)
3. วัดไข้ทางหู (อินฟราเรด)
- ไข้: ในเด็ก ≥ 38.5°C
ในผู้ใหญ่ ≥ 38.1°C
4. วัดไข้ทางทวารหนัก (แม่นยำที่สุด)
- ไข้: ≥ 38.1°C (ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน)
💊 ยาลดไข้ที่นิยมใช้
1️⃣ พาราเซตามอล
- ปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
- กินยาพาราเซตามอลต้องเหมาะกับน้ำหนักตัว ปรึกษาขนาดยาที่ถูกต้องจากเภสัชกรประจำร้านยา
- ถ้ากินยาแล้วไข้ไม่ลดใน 3 วัน ควรพบแพทย์
- ไม่กินยาดักไข้ เพราะไม่สามารถช่วยป้องกันการเป็นไข้ได้ และอาจได้รับยาเกินขนาด
2️⃣ ไอบูโพรเฟน
- ใช้ลดไข้ในเด็กอายุ > 6 เดือน
- ช่วยลดการอักเสบได้ดี
- ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนเพื่อลดไข้ในผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออก
- ถ้ากินยาแล้วไข้ไม่ลดใน 3 วัน ควรพบแพทย์
⚠️ ห้ามใช้แอสไพรินในเด็ก เสี่ยงโรค Reye syndrome
❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ในการใช้ยาแก้ปวด/ลดไข้
- การให้ยาเกินขนาด
- การใช้ยาซ้ำซ้อน (เช่น กินทั้งพาราเซตามอล และยาแก้หวัด ที่มีพาราเซตามอลรวมอยู่)
- การใช้ยาไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเด็ก เนื่องจากคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักผิดพลาด
- ใช้ช้อนตวงยาไม่มาตรฐาน
⚠️ การใช้ยาสลับไปมาระหว่างพาราเซตามอล และ ไอบูโพรเฟน
❌ **ในกรณีที่เป็นไข้**
ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการใช้ยาพาราเซตามอล และไอบูโพรเฟนพร้อมกัน หรือการสลับใช้ยาทั้งสองชนิดจะช่วยลดไข้ได้ดีกว่า
(การสลับใช้ยา คือการให้พาราเซตามอลในครั้งหนึ่ง แล้วให้ไอบูโพรเฟนในครั้งต่อไป)​
การสลับยาอาจทำให้สับสน และเพิ่มความเสี่ยงในการให้ยาผิดขนาดหรือให้ยามากเกินไป
⚠️**ในกรณีที่มีอาการปวด**
การใช้ไอบูโพรเฟนและพาราเซตามอลร่วมกันหรือสลับกัน อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีกว่า
มีงานวิจัยที่แสดงว่าการสลับยาทั้งสองอาจช่วยลดปวดได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อมูลไม่มากเกี่ยวกับความปลอดภัยของการสลับยานานเกินสองสามวัน
🏥เกณฑ์การนำส่งต่อผู้ป่วย ไม่ควรให้การรักษาที่ร้านยา (ตามคำแนะนำของ คู่มือแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สำหรับร้านยาในการดูแลรักษาอาการเบื้องต้น เล่ม 3)
1. ไข้สููงในผู้สููงอายุุ > 38.3°C
2. ไข้ในเด็กอายุุน้อยกว่า 36 เดือน ที่ไม่พบอาการแสดงที่บ่งถึงตําแหน่งของการติดเชื้อ
3. ไข้สูง > 39°C
4. ไข้สูงอย่างรุนแรง > 41°C
5. ไข้หนาวสั่น
6. ไข้สููงลอย : อุณหภูมิสูงกว่าปกติตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่อุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันมีความแตกต่างกันไม่เกิน 1°C มักพบในภาวะที่มีสารก่อไข้ (เช่น แบคทีเรีย สารพิษ) อยู่ในกระแสโลหิตแทบตลอดเวลา
7. ไข้ขึ้นสููงสุุดในตอนเช้า (โดยทั่่วไปไข้มักขึ้นในช่่วงเย็นมากกว่าที่จะขึ้นในช่่วงเช้า)
8. ไข้ขึ้นเป็นช่วง ๆ หรือ ไข้ขึ้น 2 ช่วงใน 1 วัน
9. ไข้กับชีพจรไม่สัมพันธ์กัน
10.ไข้ออกผื่่น
11.ไข้สููงร่วมกับการปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดููก
🧑‍🔬เภสัชกร
ควรให้คำแนะนำเกี่ยวกับขนาดยา การใช้ยา และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
แนะนำให้ผู้ปกครองใช้ยาที่เหมาะสมกับเด็ก และใช้อุปกรณ์ตวงยาที่ให้มาพร้อมผลิตภัณฑ์
แนะนำให้อ่านฉลากยาทุกครั้ง​ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาซ้ำซ้อนหรือให้ยาเกินขนาด เนื่องจากยาลดไข้พบได้ในยาแก้แพ้ หวัด ไอ และไข้หวัดใหญ่
เภสัชกร จึงมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาลดไข้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบปฏิกิริยาระหว่างยา และข้อห้ามในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่น รวมถึงประเมินความเหมาะสมของการรักษาด้วยตนเอง และแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์เมื่อจำเป็น
😀มีปัญหา​เรื่องการใช้ยา​ เชิญปรึกษา​เภสัชกร​ประจำ​ร้านยา​
💢ข้อมูลอ้างอิง:
คู่มือแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผล สำหรับร้านยาในการดูแลรักษาอาการเบื้องต้น เล่ม 3
.
ภาพจาก
อ่านเพิ่มเติม
ไข้ (Fever)
.
BETTERCM 2025.05.19
บทความอื่น
PARACETAMOL - พาราเซตามอล - กินยาเกินขนาด
PARACETAMOL - พาราเซตามอลกับคนสูงอายุ
PARACETAMOL - พาราเซตามอล กับ โรคตับ โรคไต
PARACETAMOL - พาราเซตามอล​ ร่วมกับ​#แอลกอฮอล์
TYLENOL 8 HR
🌡️ไข้จากยา (Drug-Induced Fever)
โฆษณา