23 ก.ค. เวลา 10:14 • สุขภาพ
ถนน ประดิษฐ์มนูธรรม

รู้จักอาการแพนิค และ วิธีรับมือเวลากำเริบแบบเวอร์ชั่นเร่งด่วน

มีคนถามเราว่า “ทำไมไม่บู๊เหมือนเดิม?”, “ชาวร็อคคนนั้นไปไหนละ?”, “นิ่งไปนะ…” ฯลฯ
จะบอกว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลิ้งค์นี้อธิบายของอาการที่เราเป็นได้ครบ ทุกข้อเลย !!! และ ใช่ค่ะ!! เราเป็น “Panic Attack“ และ ”Panic disorder” แบบผสมด้วย (คือผสมอาการอื่นเช่น Depress, วิตกกังวล ฯลฯ)
อธิบาย :: เรามีเชื้อ วิตกกังวล เป็นเบสอยู่ มันก็แตกไปได้เยอะแยะมาก และของเราจะแสดงอาการชัดๆเวลาเจอเรื่องเครียดหนักๆ แบบคิดไม่ตก
บางทีก็ไมเกรนร่วม ถ้าเข้าลูปไมเกรน คือยาวเป็นหลายๆอาทิตย์ มาเป็นเวลา มันทรมานแบบอธิบายให้ใครที่ไม่เคยเป็นให้เข้าใจไม่ได้จริงๆ
เป็นตอนไหน?:: บางวันก็เป็น บางวันก็ไม่เป็น (เหมือนคนแกล้งเป็นอ่ะ) เราก็เข้าใจถ้าใครจะคิดแบบนี้นะ จะบอกว่าเราสู้กับมันมาหลายปีมาก แรกๆช่วงที่เราไม่เข้าใจ ประสิทธิภาพการทำงานก็ลดลง
แบบไม่นิ่งเลย บางวันดีเว่อร์ ม่วนๆ จอยๆ เดือดจัด ได้หมด บางวัน ช๊อต ลืมเนื้อ ไม่มีสมาธิ นอยด์แดก เสียเซลฟ์ ใดๆ
ช่วงเข้าใจอาการ :: พอเริ่มจับจุดได้ เราก็เลี่ยงทุกสถานการณ์ที่อาจจะทำให้อาการมันกำเริบ เพราะพอจะจับได้ว่าอะไรมันทำให้เป็น เช่น “ร้านที่ไฟสว่างๆ, ร้านที่มอนิเตอร์ไมค์เราดังเว่อร์, ลูกค้าแอคๆ ฯลฯ” และอีกหลายๆปัจจัย ซึ่งบางทีอาจจะไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมาเลยก็ได้ (อยู่ๆแม่งจะเป็นก็เป็นขึ้นมา 😣)
ตอบคำถาม. ทำไมงานน้อย?? ::
ที่งานเราน้อย เพราะเราไม่กล้ารับงาน
บางครั้งก็กลัวเวทีขึ้นมา มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ใช้เวลาทบทวน และอยู่กับตัวเอง พี่ๆบางคนเข้าใจ ว่าเราอาจจะเป็นงี๊นะ ก็ขอบคุณพี่ๆมากๆ ที่ยังชวนหนูไปร้อง ไปเล่นด้วย ขอโทษที่เพื่อนๆบางคนชวนไปแทนแล้วเราบอกชน ไม่ว่าง ติด ใดๆ (บางครั้งก็โกหก ขอโทษนะเตง😭) คือบางเวลาที่ไม่พร้อม มันคือไม่พร้อมเจอของแปลก สถานที่ใหม่ๆ คนไม่รู้จัก ฯลฯ
ปัจจุบัน:: อาการที่เป็น มันก็ยังเป็นอยู่ แต่อยู่ในเลเวลที่เราเอาอยู่ คือควบคุมได้ คอนโทรลได้ ใช้ชีวิตธรรมดาได้ ทำงานได้ “”จ้างได้นะคะ!!!!“”
** น้อยครั้งมากที่เราจะเอาไม่อยู่ แบบ Over controlจริงๆ คือ ถ้ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจะรู้สึกแย่ รู้สึกผิด รู้สึกเป็นภาระ Low self-esteem จะกลายเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย พูดเบา กลัวไปหมดเหมือนทุกอย่างแม่งจะถล่มเราขึ้นมาเลย และจะพูดคำว่า “ขอโทษ” บ่อยมากจนน่ารำคาญ (เกลียดร่างนี้มาก พจมานเหรออิด่กทง🤬) แต่จะรู้ตัวไว ก็แค่หาคนมาแทน ถ้าหาไม่ทัน ก็ สู้ต่อไป😅 แค่นั้น
โพสนี้เพื่อ? :: ให้คนที่มีอาการ แต่ไม่เคยได้สังเกตุตัวเองว่าเป็นอะไร ได้เข้าใจ และ ไม่โดดเดี่ยวค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้ทั้งนั้น หากสมองคุณจัดการกับความเครียดได้ไม่ดีพอ “แพนิค” ก็อาจจะมาเยือนคุณได้เสมอ เหมือนฝันร้ายกับอาชีพอย่างพวกเรามากๆ เชื่อเถอะไม่มีใครอยากเป็นหรอก
และ เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนที่ไม่เข้าใจอาการแบบนี้ ได้รู้จัก และ เปิดใจ เรียนรู้ความต่างของมนุษย์
บางคนอาจเป็น Social disorder คือกลัวการเข้าสังคม
เวลาคุณชวนเค้าคุย ก็จะรู้สึกแปลกๆ ไม่เชื่อมต่อ อึดอัด แปลว่าเขาไม่อยากคุยกับคุณเหรอ? ก็อาจไม่ใช่ (ยกเว้นคุณจะเป็นคนน่ารังเกียจขนาดที่ไม่มีใครอยากคุยด้วย หรือคุยทีไรยืมตังกูตลอด นั่นก็อีกเรื่องนึง)
เค้าอาจจะกลัวการตัดสิน ซึ่งเราก็อาจจะต้องเรียนรู้ ศึกษาพฤติกรรมของเขาต่อไป คนเราเติบโตมาไม่เหมือนกัน บางครั้งครอบครัวไม่ได้หล่อหลอมเค้ามาหรอก บางคนก็มรดกทางพ่อแม่ ส่งมาให้ พ่อแม่เป็น เราก็เป็น มันสืบทอดทางพันธุกรรมได้นะอาการทางประสาทเนี่ย หรือบางคนอาจจะมี Trauma (เราทุกคนมีกันอยู่แล้วล่ะ อาจจะแค่ไม่เคยสังเกตุ)
รอบหน้าจะมาเขียนเรื่อง “Self-Sabotage”คนที่ชอบกดปุ่มทำลายตัวเอง และ ”Self esteem” ระดับความนับถือตนเอง พอใจในตนเอง
ถ้าใครชอบอ่านบทความเกี่ยวกับภายในจิตใจของตัวเอง ฝากติดตามด้วยนะคะ 🥹 จะมาเขียนเป็น Blog ให้อ่านกัน ….. หรือทำเพจดีน้า… เป็นกลจ.ให้เค้าด้วยน้าาาา
ป.ล. คนเป็น“แพนิค” ไม่อันตรายเท่า คน“Toxic”นะคะ
ชะนีพันธุ์ดุ
โฆษณา