27 ก.ค. เวลา 10:30 • ประวัติศาสตร์

🇰🇭 กัมพูชา EP5 : เอกราช–รัชสมัยพระนโรดม สีหนุ (1953–1970)

"อิสรภาพที่ได้มา...แต่ยังหาทางอยู่รอดไม่ได้"
🕊️ บทนำ
หลังสิ้นสุดยุคอาณานิคมฝรั่งเศสในปี 1953 กัมพูชาได้เอกราชโดยไม่ต้องใช้อาวุธ
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ ทรงใช้การทูตระหว่างประเทศผลักดันจนฝรั่งเศสยอมถอนตัว แต่ความยากของประเทศเพิ่งเริ่มต้น — เมื่อกัมพูชาต้องเอาตัวรอดท่ามกลางแรงปะทะของสงครามเย็น
📅 1953: ได้เอกราชจากฝรั่งเศส
9 พฤศจิกายน 1953: ฝรั่งเศสคืนอธิปไตยเต็มรูปแบบแก่กัมพูชา พระนโรดม สีหนุ ทรงเรียกการเจรจาครั้งนี้ว่า "Royal Crusade for Independence" ฝรั่งเศสยังคงอิทธิพลบางด้าน เช่น การทหารและเศรษฐกิจ ในระยะเปลี่ยนผ่าน
🏛️ 1955: ทรงสละราชบัลลังก์เพื่อเล่นการเมือง
พระองค์ทรงสละราชสมบัติให้พระราชบิดา (พระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต) ก่อตั้งพรรค "สังคมนิยมประชาชน" (Sangkum Reastr Niyum) ทรงชนะเลือกตั้งและปกครองในฐานะ เจ้าชายสีหนุ ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ
ระบบรัฐสภาไม่มีฝ่ายค้านที่มีพลัง → กลายเป็นระบบการเมืองแบบรวมศูนย์
📈 การบริหารประเทศ
ส่งเสริมการศึกษา สาธารณสุข และวัฒนธรรม
จำกัดเสรีภาพสื่อ และควบคุมการแสดงออกทางการเมือง
พยายามรักษาความเป็นกลางในสงครามเย็น แต่สัมพันธ์แนบแน่นกับจีนและเวียดนามเหนือมากขึ้น
🌏 บทบาทระหว่างประเทศ
เจ้าชายสีหนุเป็นผู้นำหลักของแนวคิดไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement) แต่กัมพูชาถูกเวียดกงใช้เป็นทางลับเข้าสู่เวียดนามใต้ → สหรัฐฯ และไทยมองว่ากัมพูชากำลังกลายเป็นพันธมิตรฝ่ายคอมมิวนิสต์
💥 ปลายทศวรรษ 1960s: ความตึงเครียดสะสม
เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว / ราคาข้าวตกต่ำ / คอร์รัปชันในระบบราชการ กลุ่มต่อต้านเริ่มเคลื่อนไหวใต้ดิน ทั้งฝ่ายขวา–ฝ่ายซ้าย พระราชอำนาจยังคงอยู่ แต่ศรัทธาเริ่มสั่นคลอน
⚔️ 1970: รัฐประหาร
เดือนมีนาคม 1970: ขณะเจ้าชายสีหนุเสด็จเยือนต่างประเทศ พลเอกลอน นอล ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจและตั้งสาธารณรัฐเขมร เจ้าชายสีหนุถูกปลดจากทุกตำแหน่ง → ต่อมาเข้าร่วมกับฝ่ายเขมรแดงในจีน
📌 สรุป EP5
กัมพูชาได้เอกราชโดยไม่ต้องรบ แต่ไม่สามารถรักษาเสถียรภาพภายในได้ การรวมอำนาจไว้ที่เจ้าชายสีหนุช่วยประคองประเทศช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านแรงปะทะของสงครามเย็น ความขัดแย้งภายใน และแรงแทรกจากภายนอก
EP6: เขมรแดง – สงครามกลางเมือง (1975–1991)
ศึกที่ไม่มีผู้ชนะ และไม่มีใครลืม

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา