ว่าด้วยชาติกำเนิด

บันทึกไว้ใน "สุนทริกสูตร" ความว่า สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา ในโกศลชนบท สมัยนั้น สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ บูชาไฟอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสุนทริกา วันหนึ่ง เมื่อบูชาไฟเสร็จแล้วเขาลุกขึ้นจากอาสนะ เหลียวดูทิศทั้ง 4 โดยรอบ คิดว่า ใครหนอควรบริโภคข้าวอันเหลือจากการบูชานี้
สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงคลุมพระเศียร ประทับนั่งที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่ง จึงถือข้าวที่เหลือจากการบูชาไฟด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังที่ประทับ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปิดพระเศียรเพราะเสียงเท้าของสุนทริกภารทวาชพราหมณ์
สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กล่าวว่า นี้พระสมณะโล้น แล้วประสงค์จะกลับแต่ได้มีความคิดขึ้นว่า พราหมณ์บางพวกในโลกนี้เป็นผู้โล้นบ้างก็มี ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปหาพระสมณะผู้โล้นนั้นแล้วถามถึงชาติกำเนิด จึงเข้าไปหาพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วถามว่า ท่านมีชาติกำเนิดอะไร
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "ท่านอย่าถามถึงชาติกำเนิด แต่จงถามถึงความประพฤติเถิด ไฟย่อมเกิดจากไม้ บุคคลแม้เกิดในตระกูลต่ำเป็นมุนี (เป็นนักปราชญ์ได้) มีความเพียร เป็นผู้รู้ทั่วถึงเหตุ ห้ามโทษเสียด้วยหิริ ฝึกตนแล้วด้วยสัจจะ ประกอบด้วยการปราบปราม ถึงที่สุดแห่งเวท มีพรหมจรรย์อันอยู่จบแล้ว ผู้ใดมียัญอันน้อมเข้าไปแล้ว บูชาพราหมณ์ผู้นั้น ผู้นั้นชื่อว่าย่อมบูชาพระทักขิไณยบุคคล"
สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า "การบูชานี้ของข้าพระองค์เป็นอันบูชาดีแล้ว เซ่นสรวงดีแล้วเป็นแน่ เพราะข้าพระองค์ได้พบผู้ถึงเวทเช่นนั้น และเพราะข้าพระองค์ไม่พบบุคคลเช่นพระองค์ ชนอื่นจึงบริโภคข้าวอันเหลือจากการบูชา" สุนทริกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า ท่านพระโคดมผู้เจริญ เชิญบริโภคเถิด
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "เราไม่บริโภคโภชนะที่ได้เพราะการขับกล่อม (การสวดแบบพราหมณ์) ดูก่อนพราหมณ์ นั่นไม่ใช่ธรรมของผู้พิจารณาอยู่ ... อนึ่ง ท่านจงบำรุงพระขีณาสพทั้งสิ้น ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ผู้มีความคะนองอันสงบแล้วด้วยสิ่งอื่น คือ ข้าวน้ำ (ที่หุงไว้กินแบบคนทั่วไป) เพราะว่าการบำรุงนั้นย่อมเป็นเขตของผู้มุ่งบุญ"
สุนทริกภารทวาชพราหมณ์จึงนำข้าวนั้นไปทิ้ง ต่อมาออกบวชกับพระพุทธเจ้า ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
* พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย เล่ม 25 หน้า 221-226

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา