คู่มือทำแผนงบฯ ที่ไม่รู้ว่าช้างอยู่ตรงไหน

ลองนึกภาพผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มือใหม่
ได้รับคู่มือวางแผนงบประมาณประจำปีหนา 300 หน้า
เปิดหน้าแรกเจอคำว่า “การพัฒนาเชิงบูรณาการ”
เลื่อนไปอีกหน่อยเจอ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”
เปิดต่อไป...มีรายการกิจกรรมที่แนะนำ เช่น
ปรับปรุงถนนลาดยาง
ก่อสร้างท่อระบายน้ำ
จัดซื้อโต๊ะเรียน
ติดไฟฟ้าส่องสว่าง
จัดอบรมอาชีพแปรรูปอาหาร
แต่ไม่มีคำว่า “ช้าง” เลยแม้แต่ตัวเดียว
ไม่มี “ระบบเฝ้าระวัง”
ไม่มี “แนวกันชนชุมชน”
ไม่มี “ฟื้นฟูพื้นที่หากิน”
ไม่มี “เวรยามเฝ้าป่า”
ไม่มี “คนเฝ้าช้าง”
คู่มือทำแผนงบฯ คือสมุดพิมพ์เขียวแห่งการทำเป็นไม่เห็น
มันออกแบบให้ทุก อปท. ในประเทศเดินเป็นแถว
ใครเสนออะไรแปลกนอกกรอบระบบจะเจอคำว่า
“ไม่อยู่ในกรอบงบประมาณมาตรฐาน”
“ไม่มีแบบฟอร์มรองรับ”
“ต้องเสนอผ่านหน่วยงานหลัก”
“ไม่อยู่ในภารกิจถ่ายโอน”
แล้วช้างล่ะ?
มันไม่เข้าแถว มันไม่รู้ระเบียบ
มันเดินตามหาน้ำ เดินข้ามไร่
เดินชนระบบงบประมาณที่ไม่รู้จักมันเลย
และชาวบ้านก็ต้องยืนเฝ้ามัน…
โดยไม่มีบรรทัดไหนในคู่มือพูดถึงเขาเลย
อปท. จะเขียนงบป้องกันช้าง ต้องอาศัยความกล้ามากกว่าคู่มือ
ต้องดัดแปลงช่องงบ
เขียนกลบ ๆ ว่า “กิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม” แต่จริง ๆ คือ “ซื้อโดรนเทอร์มอล”
ต้องใช้คำราชการให้คลุมพอจะเบิกจ่ายได้ เช่น
“กิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศชุมชนเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”
แท้จริงคือ พื้นที่ให้อาหารช้างแบบ Soft Release
“จัดอบรมการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ”
แท้จริงคือ เวิร์กช็อปการวางเวรยามเฝ้าช้างตอนกลางคืน
ข้อเสนอจากคนที่เคยเขียนแผนกลางไฟไหม้
1. ต้องรื้อคู่มือทำแผนงบให้ “ปัญหาเฉพาะถิ่น” มีที่ยืนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่แนบท้าย
2. ใส่ “งบจัดการสัตว์ป่า” เป็นหนึ่งในหมวดหลักเท่ากับโครงสร้างพื้นฐาน
3. เปิดเวทีให้ อปท. และชุมชนเสนอกิจกรรมต้นแบบแบบไม่ต้อง “หลบคำ” ในเอกสาร
4. รัฐต้องยอมรับว่า “การจัดการความขัดแย้งคน–ช้าง” คือภารกิจระดับประเทศ ไม่ใช่แค่ของหมู่บ้านเล็ก ๆ
ประเทศที่ให้คู่มือหนากว่าเงิน
และให้แบบฟอร์มมากกว่าการฟัง
จะไม่มีวันแก้ปัญหาที่มันเดินออกจากป่าและย่ำลงมาในสวนจริง ๆ
โฆษณา