Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Ideation by Pansak Pramokchon
•
ติดตาม
23 ส.ค. 2025 เวลา 05:30 • หนังสือ
#รบเถิดอรชุน
न हि कश्चित्स्वयं कर्ता सुखदुःखयोः
कृतानि कर्मजानाति फलं प्राप्नोत्युत्तमम्
Na hi kaścit svayaṃ kartā sukhaduḥkhayoḥ
Kṛtāni karmajānāti phalaṃ prāpnotyuttamam
นะ หิ กศฺจิตฺ สฺวยํ กรฺตา สุขทุกฺขโยหฺ
กฺฤตานิ กรฺมชานาติ ผลํ ปฺราปฺโนตฺยุตฺตมมฺ
“แท้จริงแล้ว ไม่มีผู้ใดเป็นกระทำสุขหรือทุกข์ด้วยตนเองโดยตรง
กรรมนั้นซึ่งได้กระทำไว้ ย่อมให้ผลตามที่ควร”
หากพิจารณาตามตัวอักษรแล้ว โศลกบทนี้มีความหมายว่า "โดยความเป็นจริงแล้ว ไม่มีผู้ใดสร้างสุขและทุกข์ด้วยตนเอง [อย่างแท้จริง]" สุขหรือทุกข์ที่เกิดขึ้นกับบุคคลใดๆ ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นโดยเจตนาของบุคคลนั้นๆ ในชั่วขณะนั้นเสมอไป — หากสุขหรือทุกข์ เป็นผลของกรรมเก่า บุคคลย่อมได้รับผลของกรรมที่ตนได้กระทำไว้แล้วเท่านั้น — ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยโชคหรือพระเจ้า
โศลกบทนี้เป็นบทที่ 6 จาก ศานติปรฺวะ (ศานติบรรพ-Shanti Parva) อันเป็นบรรพที่ 12 ของมหากาพย์ "#มหาภารตะ" และเป็นส่วนที่เน้นคำสอนทางปรัชญาและจริยธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในบริบทของการปกครองและหน้าที่ของกษัตริย์ โศลกนี้กล่าวถึงแก่นแท้ของ "กฎแห่งกรรม" และบทบาทของมนุษย์ในฐานะผู้กระทำและผู้รับผลแห่งการกระทำนั้น
เมื่อแบ่งโศลกนี้ ออกเป็น 2 บาท โดยบาทต้นที่เขียนไว้ว่า
न हि कश्चित्स्वयं कर्ता सुखदुःखयोः
Na hi kaścit svayaṃ kartā sukhaduḥkhayoḥ
นะ หิ กศฺจิตฺ สฺวยํ กรฺตา สุขทุกฺขโยหฺ
เป็นวจนะอันลึกซึ้งที่ท้าทายการตีความอย่างผิวเผินต่อแนวคิดเรื่อง "เจตจำนงเสรี" หรือ "การควบคุมชะตาชีวิต" ของมนุษย์
ผู้รจนา "มหาภารตะ" มิได้ปฏิเสธว่า มนุษย์มีเจตจำนงในการเลือกที่จะกระทำ แต่ชี้ให้เห็นผ่านโศลกบทนี้ว่า "สุขและทุกข์" ที่บุคคลกำลังประสบอยู่นั้น อาจไม่ได้เกิดจากการกระทำในปัจจุบันเพียงประการเดียว ทั้งอาจไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจอย่างสมบูรณ์แบบของตนในชั่วขณะนั้น
นั่นหมายความว่า ผลของกรรมในอดีต ไม่ว่า สุขหรือทุกข์ที่กำลังประสบในปัจจุบัน ล้วนเป็นผลมาจากกรรมที่เราได้กระทำไว้ในอดีต ไม่ว่าจะในชาตินี้หรือชาติก่อนก็ตาม
ดังนั้น แม้เราจะพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่หากกรรมเก่าที่แสดงผลยังไม่หมดสิ้นและมีพลานุภาพมากพอ มันก็จะส่งผลกระทบเป็นความสุขหรือทุกข์ของเราได้
ชีวิตล้วนเต็มไปด้วยปัจจัยภายนอกที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมได้ เช่น ภัยธรรมชาติ การกระทำของผู้อื่น หรือ เหตุการณ์อันไม่คาดฝัน ที่ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสุขหรือทุกข์ของมนุษย์ทั้งสิ้น ในบางแง่มุม มนุษย์อาจเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่กรรมในอดีตใช้แสดงผลลัพธ์ออกมาเท่านั้น
หากนั่น..หาได้หมายความว่า มนุษย์ไม่มีอิสระในการเลือกที่จะกระทำ แต่ผลลัพท์ที่จะได้รับนั้น เป็นไปตามกฎแห่งกรรมที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่กว่าเจตจำนงส่วนบุคคล เช่นนั้นแล้ว โศลกที่เขียนไว้ว่า "ไม่มีผู้ใดเป็นผู้สร้างสุขและทุกข์ด้วยตนเอง" จึงมีความหมายว่า ไม่มีผู้ใดจะกำหนดสุขและทุกข์ของตนได้โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะยังมีอิทธิพลของกรรมเก่าและปัจจัยภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
บาทที่ 2
कृतानि कर्मजानाति फलं प्राप्नोत्युत्तमम्
Kṛtāni karmajānāti phalaṃ prāpnotyuttamam
กฺฤตานิ กรฺมชานาติ ผลํ ปฺราปฺโนตฺยุตฺตมมฺ
"การกระทำที่สำเร็จแล้วย่อมรู้กรรม [ย่อมเป็นกรรม] ย่อมได้รับผลลัพธ์อันเหมาะสมที่สุด"
บาทนี้ ยืนยันถึงความแน่นอนของกฎแห่งกรรมและความยุติธรรมของมัน ด้วยเหตุที่กรรมย่อมให้ผลเสมอ "สิ่งที่กระทำไปแล้วย่อมรู้กรรม" มีความหมายว่า ทุกการกระทำที่สำเร็จลงแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว ล้วนกลับกลายเป็น "กรรม" ที่มีพลังในการให้ผลโดยตัวมันเอง และกรรมนั้นมิได้สูญหายไป หากยังดำรงอยู่เพื่อรอเวลาที่จะส่งผลต่อผู้กระทำเสมอ
อย่างไรก็ตาม วลี "ย่อมได้รับผลลัพธ์อันเหมาะสมที่สุด" (uttamam) มิได้มีความหมายว่า "ดีที่สุด" ในแง่บวกเสมอไป แต่หมายถึง "เหมาะสม" หรือ "ที่สุด" ตามธรรมชาติของกรรมนั้นๆ กล่าวคือ หากเป็นกรรมดี ผลที่ได้รับก็จะเป็นความสุข หากเป็นกรรมชั่ว ผลที่ได้รับก็จะเป็นความทุกข์ ความยุติธรรมอันยิ่งใหญ่ของกรรมคือ การให้ผลที่สอดคล้องกับการกระทำอย่างแม่นยำไม่ว่าจะในทางบวกหรือลบ
เมื่อเชื่อมโยงทั้ง 2 บาทเข้าด้วยกันแล้ว จะได้ความหมายว่า มนุษย์มิได้สร้างสุขและทุกข์ด้วยตนเองในปัจจุบันโดยสมบูรณ์ เพราะสุขและทุกข์เหล่านั้นล้วนเป็นผลพวงอันซับซ้อนของกรรมในอดีตและปัจจัยต่างๆ ที่มิอาจควบคุมได้ แต่ในเวลาเดียวกัน การกระทำของเราในปัจจุบันก็สำคัญยิ่ง เพราะทุกการกระทำที่สำเร็จลงแล้ว จะกลับกลายเป็น "กรรม" ที่แน่นอนว่า จะให้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมในอนาคต
ดังนั้น โศลกบทนี้จึงเป็นคำสอนสำคัญที่เตือนให้เรารำลึกไว้เสมอว่า แม้เราไม่อาจควบคุมผลลัพธ์แบบฉับพลันได้ในทันทีที่กระทำ หรือ ผลของกรรมเก่าที่ทรงพลานุภาพกว่ากำลังให้ผลอยู่ แต่เรายังมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกการกระทำในปัจจุบัน เพราะการกระทำเหล่านั้นจะกำหนดสุขและทุกข์ของเราในอนาคต
กฎแห่งกรรมนั้นเที่ยงตรงและยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าเราจะเข้าใจมันหรือไม่ก็ตาม
โศลกบทนี้สอดรับเนื้อหาในคัมภีร์ "ศรีมัท #ภควัทคีตา" บทที่ 2 โศลกที่ 47 (อ่านโพสต์ที่แล้ว) ที่สาธยายไว้ว่า
कर्मण्येवाधिकारस्ते मा फलेषु कदाचन
मा कर्मफलहेतुर्भूर्
มาฺ กมฺรฺผลเหตฺภูรฺมา
กรฺมณฺเยฺวาธิกรฺสฺเต มาฺ ผลฺเลสุ กทาจฺน
เธอมีสิทธิ์ควบคุมการกระทำของเธอเท่านั้น — แต่หามีสิทธิ์ควบคุมผลลัพธ์ของการกระทำนั้นไม่ จึงมิพึงสร้างแรงจูงใจที่จะกระทำโดยหวังในผลลัพท์เป็นสำคัญ
...
แลที่สุดแล้ว สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม..เสมอมา
कर्मणा वर्तते लोक
กมฺมุนา วตฺตติ โลโก
.
ประวัติศาสตร์
blockdit
ความรู้รอบตัว
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ภควัทคีตา—มหาภารตะยุทธ
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย