พระธรรมวินัย

ในสมัยพระปุสสพุทธเจ้า มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าพระเจ้าวิชิตาวี ทรงปกครองนครอรินทมะ วันหนึ่ง ทรงฟังธรรมจากพระปุสสพุทธเจ้า แล้วเลื่อมใสในพระพุทธองค์ จึงถวายมหาทานแล้วทรงสละราชสมบัติ บวชเป็นพระภิกษุอยู่ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์ทรงเรียนพระไตรปิฎก คือ พระสูตร พระวินัย และนวังคสัตถุศาสน์ (คำสอนของพระพุทธเจ้า) เทศน์สอนธรรมแก่มหาชน และนั่งสมาธิจนได้ฌาน เมื่อมรณภาพแล้วจึงได้ไปพรหมโลก พระปุสสพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ พระภิกษุวิชิตาวีจะได้ตรัสรู้เป็นพระสมณโคดมพุทธเจ้า ในอีก 92 กัปนับจากกัปนั้น
คำอธิบาย และแหล่งอ้างอิง
1. แม้เราไม่ได้เจอพระพุทธเจ้าแต่การได้กราบไหว้ ทำความสะอาด และบูชาสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ เช่น เจดีย์ ต้นโพธิ์ เชิงตะกอน พระบรมสารีริกธาตุ ฯลฯ ก็ได้บุญมาก มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกว่า "ผู้ใดบูชาพระพุทธเจ้าผู้ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี บูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้าแม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน" และที่สำคัญหากได้นำคำสอนของพระพุทธองค์มาปฏิบัติก็ยิ่งมีอานิสงส์มาก
2. กัป เป็นหน่วยเวลาชนิดหนึ่งซึ่งนานมาก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ 100,000 ปี เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวหนึ่งโยชน์ (16 กิโลเมตร) กว้างหนึ่งโยชน์ สูงหนึ่งโยชน์ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด บุรุษหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้นถึงความสิ้นไป เพราะความพยายามนี้ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป กัปนานอย่างนี้"
3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 73 หน้า 578 - 587, เล่ม 71 หน้า 405, เล่ม 26 หน้า 515-516

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา