9 ธ.ค. 2025 เวลา 03:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

การประยุกต์แนวคิด Dhandho ในการลงทุน

แนวคิด Dhandho มาจากคำในภาษาคุชราตของอินเดีย หมายถึง "การพยายามสร้างความมั่งคั่ง" หรือ "การทำธุรกิจ" ซึ่งถูกนำมาใช้ในวงการลงทุนโดย Mohnish Pabrai นักลงทุนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Warren Buffett และ Charlie Munger แนวทางนี้ไม่ได้เน้น “ความซับซ้อน” แต่กลับตรงไปตรงมา เรียบง่าย และเน้นการปกป้องเงินต้นเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับ " การทำธุรกิจที่ความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสได้กำไรสูง"
1. ลงทุนในธุรกิจเมื่อมี Margin of Safety
หัวใจสำคัญของ Dhandho คือการซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างชัดเจน เหมือนกับการเลือกซื้อของที่มีส่วนลดสูง แม้ธุรกิจจะไม่เติบโตมากนักก็ยังปลอดภัยจากการขาดทุนรุนแรง นักลงทุนควรใช้การประเมินพื้นฐาน เช่น DDM หรือ DCF และตั้งเป้าซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าแท้จริงอย่างน้อย 30–50% เพื่อสร้างพื้นที่รองรับความเสี่ยง
2. ลงทุนในธุรกิจที่ง่ายต่อความเข้าใจ
Dhandho ไม่ได้เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนหรือเทคโนโลยีที่เข้าใจยาก แต่เลือกธุรกิจเรียบง่ายที่สามารถอธิบายได้ภายในไม่กี่นาที ธุรกิจที่ทำรายได้จากสินค้าหรือบริการที่จำเป็น มีกระแสรายรับชัดเจน เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค พลังงาน หรือสถาบันการเงินที่มีประวัติการดำเนินงานยาวนาน จะช่วยให้การวิเคราะห์แม่นยำขึ้นและลดความเสี่ยงจากการคาดการณ์ผิดพลาด
3. เน้นการลงทุนที่มี “ความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนสูง”
Pabrai ยึดหลักคิดว่า “ถ้าออกหัวผมได้เงิน ออกก้อยผลเสียเงินนิดหน่อย” นักลงทุนควรมองหาหุ้นที่ราคาตกแรงจากเหตุการณ์ชั่วคราว แต่พื้นฐานยังแข็งแรง หรือหุ้นที่ถูกเทขายในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งมำให้ downside มีจำกัด แม้จะลงทุนผิดพลาดก็ขาดทุนไม่มากนัก แต่ถ้าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ราคาจะฟื้นตัวและสร้างกำไรทบต้นมหาศาล
4. เรียนรู้จากความสำเร็จของคนอื่น
Pabrai เชื่อว่าการลงทุนไม่จำเป็นต้องคิดค้นใหม่เสมอไป แต่สามารถคัดลอกแนวทางของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จแล้วเพื่อลดความเสี่ยง นักลงทุนสามารถติดตามพอร์ตของนักลงทุนระดับโลก เช่น Warren Buffett หรือกองทุนเน้นคุณค่า( Value Fund ) และใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือกหุ้น การเดินตามรอยผู้ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วช่วยลดโอกาสความผิดพลาดได้อย่างมาก
5. ลงทุนระยะยาว อดทน และเน้นการทบต้น
เวลาเป็นเพื่อนของนักลงทุน หากธุรกิจที่เลือกเป็นธุรกิจที่มั่นคงแล้ว การซื้อขายบ่อยเกินไปจะสร้างภาระค่าใช้จ่ายและทำให้ผลตอบแทนลดลง ดังนั้นนักลงทุนควรวางพอร์ตในระยะยาว 3–5 ปีขึ้นไป และเน้นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอ การถือครองระยะยาวยังช่วยให้พลังของการทบต้นทำงานเต็มที่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง
6. ใช้ความผันผวนเป็นโอกาส
ความผันผวนในตลาดหุ้นไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้ซื้อของดีราคาถูก นักลงทุนควรเตรียมเงินสดสำรองไว้เสมอ เพื่อใช้เข้าซื้อเมื่อตลาดเกิดการ Panic หรือ Correction ยิ่งหากเห็นโอกาสที่มีแต้มต่อชัดเจน ควรกล้าลงเงินที่มากขึ้น การใช้ความผันผวนเป็นเพื่อน จะทำให้พอร์ตเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
การประยุกต์แนวคิด Dhandho Investing ในการลงทุนจริง คือการเข้าใจที่จะพลิกช่วงเวลาวิกฤต ให้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อธุรกิจที่ราคาถูกกว่ามูลค่าแท้จริง มีความเสี่ยงขาลงจำกัดแต่โอกาสทำกำไรได้สูง โดยเน้นการถือครองระยะยาวและใช้ความผันผวนของตลาดให้กลายเป็นเพื่อนของเรา
โฆษณา