แผนแบบ Top-Down ที่เอาไว้กดทับท้องถิ่น

ประเทศไทยคือประเทศแห่ง “แผน”
มีแผนระดับชาติ
แผนระดับจังหวัด
แผนยุทธศาสตร์
แผนบูรณาการ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
แผนด้านทรัพยากร
แผนของกระทรวงนั้น แผนของกรมนี้
แล้วแผนของคนแนวป่าล่ะ?
อยู่ตรงไหนในบรรดาเอกสาร 10 ชั้นนั้น?
ชาวบ้านอยากจัดการช้าง
แต่ถูกถามว่า “อยู่ในแผนยุทธศาสตร์จังหวัดหรือยัง?”
อบต. อยากเขียนโครงการเฝ้าช้าง
ถูกเบรกว่า “ยังไม่อยู่ในแผนระดับกลุ่มอำเภอ”
NGOs จะร่วมสนับสนุนก็โดนห้าม เพราะ “ยังไม่ผ่านบูรณาการ”
ฟังดูดี แต่จริง ๆ คืออำนาจส่วนกลางมาซ้อนความคิดท้องถิ่นแล้วจับมันล็อกไว้
ทุกอย่างต้องขึ้นกับแผนราชการ
แต่แผนราชการไม่เคยลงมาดูว่า
ชาวบ้านนอนเวรยังไง
ช้างเดินข้ามทางไหน
ไร่ไหนโดนเหยียบบ่อยที่สุด
หรือป่าตรงไหนถูกปิดเส้นทางน้ำจนช้างต้องเลือกเดินอ้อมมาเหยียบหัวชาวบ้าน
แผนพัฒนาแบบนี้ ไม่ได้พัฒนาอะไร
มันแค่ “ซ้อน” กันไปเรื่อย ๆ จนท้องถิ่นหายใจไม่ออก
เหมือนผ้าห่มหลายผืนที่ทับหัวชาวบ้าน
และทุกคนก็กลัวที่จะดึงออก เพราะมันคือคำสั่งจากบนลงล่าง (Top-Down)
ข้อเสนอจากหมู่บ้านที่ไม่เคยอยู่ในแผนของใคร
1. ปรับระบบแผนราชการจาก “ข้างบนลงล่าง” เป็น “ข้างล่างขึ้นบน” แบบมีผลผูกพันจริง ไม่ใช่แค่เชิงสัญลักษณ์
2. ยกเลิกการบังคับใช้แผนรวมแบบ “ลูกรวมพ่อ” ที่ทับท้องถิ่นตายทั้งเป็น
3. จัดตั้งกลไก “แผนร่วมจัดการพื้นที่ช้างกับคน” โดยให้ชุมชนเขียนแผนหลัก แล้วรัฐมาเสริม ไม่ใช่ควบคุม
4. ออกแบบพื้นที่ pilot ที่ใช้แผนท้องถิ่นเป็นธงนำ และวัดผลจากความพึงพอใจของคนในพื้นที่ ไม่ใช่คะแนน KPI จากกรม
ประเทศนี้มีแผนมากมาย
แต่ถ้าทุกแผนสร้างจากคนที่ไม่เคยเจอช้าง
มันก็แค่แผนของความไม่เข้าใจ
ที่ใช้ทับถมความพยายามของคนท้องถิ่น...ที่หายใจเอากลิ่นช้างเข้าปอดทุกวัน
โฆษณา