•
10 ก.ย. 2025 เวลา 11:05 • ประวัติศาสตร์

คุก..กลยุทธ์ อาจไม่ใช่จุดจบ? ทวนคมคิด ทักษิณ ตาดูดาว เท้าติดดิน

“ทักษิณ” ติดคุก “เพื่อไทย” จบแล้ว จริงหรือ… ย้อนดู หนังสือชีวประวัติ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” อ่านความคิด เส้นทางสู่อำนาจ ในวันที่ อาจต้องนับ 1 ใหม่ หรือ การหาจังหวะพลิกเกม…
ยอมรับตรงๆ ว่า ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เดาว่า คุณทักษิณ ชินวัตร เลือกที่จะไม่กลับไทย เพื่อมารับฟังคดีชั้น 14 ในช่วงวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา
เพราะสถานการณ์ทางการเมืองหลายอย่าง ไม่เอื้อ ต่อ “ตระกูลชินวัตร”
ทั้งเรื่องของลูกสาว ที่เพิ่งหลุดจากตำแหน่งนายกฯ ขณะที่ พรรครัฐบาล กลายเป็นของ “สีน้ำเงิน”
ยังไงๆ คุณทักษิณ ไม่ยอมติดคุก แน่ๆ ก็เหมือนๆ กับคุณ จตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแดนนำคนเสื้อแดง ได้พูด…
หากจะดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนในก่อนหน้านี้ ที่เคยพูดไว้ เช่น ตอนชุมนุมเสื้อแดง
“หากมีเสียงปืนนัดแรก เขาจะนำทัพลงมา…” แต่ก็ไม่มา
1
ฉะนั้น ใครๆ จึงคิดว่า ไม่มาแน่...
แต่เขาก็กลับมา... แม้จะรู้ว่า ต้องเข้าเรือนจำก็ตาม
การกลับมาครั้งก่อน เราแทบไม่เห็นนายทักษิณ​เลย ว่าเข้าเรือนจำอย่างไร แต่ครั้งนี้ ต่างออกไป คือ นั่งรถของเรือนจำ พร้อมให้นักข่าวได้ตามถ่ายด้วย
ซึ่งนี่ อาจจะเป็น “กลยุทธ์” ทางการเมืองหนึ่ง เพื่อรบคำครหาว่า “ไม่ติดคุก” จริงๆ อย่างครั้งก่อน
อาจจะคล้ายๆ การกินไก่โชว์ ในช่วงไข้หวัดนก เพื่อเรียกคะแนนนิยมกลับมาอีกครั้ง
และจากสถานการณ์การเมืองของคุณทักษิณ ในวันนี้ ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ “อัตชีวประวัติของทักษิณ ชินวัตร” ก็คือ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” เพื่อขุดค้น วิธีการคิด หาทัศนคติ ลึกๆ ที่เอามาใช้ในเกมแห่งอำนาจ
ประโยคแรกของหนังสือ “จำไว้นะลูก ถ้าฐานะยังไม่ดี อย่าเล่นการเมือง เพราะเล่นการเมืองต้องเสียสละมาก ดูอย่างพ่อสิ ต้องเสียทั้งเงิน เวลา และยังเดือดร้อนครอบครัวอีก”
1
ทักษิณ เล่าในหนังสือว่า เขาได้ยินคำนี้จากแม่ของเขา ในช่วงปี 2513 เพราะเห็นตัวอย่างจากพ่อ คือ นายเลิศ​ ชินวัตร ส.ส.เชียงใหม่ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2512
นอกจากมุม โก้เก๋ ของการเป็นนักการเมืองแล้ว ยังมีมุมอื่นๆ ที่เค้าไม่เคยรู้
ตอนนั้น ทักษิณ อายุ 20 ปี ยังไม่ประสีประสาทางการเมือง และยังเรียนอยู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ...
เค้าเองก็ติดตามพ่อ ไปทุกหนทุกแห่งในการทำงานทางการเมือง ทั้งงานบุญ งานศพ งานราษฎร์ งานหลวง
แล้วก็รู้ว่า นอกจากต้องเสียสละแล้ว ยังต้องควักเนื้อของตัวเองด้วย
เงินของตัวเอง
“บางทีเงินไม่พอ ต้องแอบกลับบ้านมาเอาที่บ้านอีกนะลูก บางครั้งแม่ก็แอบซุกเงินไว้ ไม่งั้นจะไม่มีเงินส่งเสียลูกร่ำเรียน”
และคำเตือนครั้งที่สอง เรื่องการเล่นการเมือง ก็มาจากผู้หญิงอีกคน ที่ชื่อ “อ้อ” เมื่อ 10 ปีก่อน
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ ในปี 2544 ฉะนั้น คำเตือนหญิงอ้อ น่าจะตอนปี 2534
ตอนนั้น เป็นช่วงรัฐบาลนายชาติชาย ชุณหะวัณ ขณะนั้น คุณทักษิณ ยังเป็นนักธุรกิจอยู่
คุณทักษิณ ถามภรรยา ว่า ฐานะทางบ้านดีขึ้นบ้างแล้ว จะไปทำงานการเมืองได้ไหม...
หญิงอ้อ มีความแตกต่างจาก “แม่ของทักษิณ” ตรงที่เธอเป็นคนที่มีการศึกษาสูง ถือเป็นนักธุรกิจที่บริหารงานได้เยี่ยมยอด
แต่สิ่งที่เหมือนกัน ระหว่าง “หญิงอ้อ” กับ “แม่ทักษิณ” คือ เป็นคนสมถะ เอาใจใส่ครอบสวครัว ไม่สนใจการเมือง
แต่เมื่อรู้ว่าความปรารถนา ของ “คู่ชีวิต” นั้น ต้องการสิ่งใด ก็พร้อมให้การสนับสนุน
ทักษิณ ได้คำตอบจากการพูดคุยกับ แม่ และ เมีย ที่เป็นห่วงเรื่องความพร้อมนั้น
ไม่ใช่แค่พร้อมทางด้านฐานะอย่างเดียว แต่ต้องพร้อมในเรื่องของ แรงบันดาลใจ ความคิด ความมุ่งมั่น เป้าหมาย และจุดยืนทางการเมือง และจะไม่เป็น “ภาระทางการเมือง”
ทักษิณ เล่าในหนังสือหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องราวการต่อสู้ของพ่อ และได้รับแรงบันดาลใจมาหลายอย่าง
แต่จุดเปลี่ยนอย่างหนึ่ง คือ ช่วงเป็นนักเรียนนายร้อย คือ
1.ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
2.ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้
3.ตายเสียดีกว่าละทิ้งหน้าที่ “ทางไปสู่เกียติศักดิ์ จักประดับดอกไม้หอมหวนชวนจิตไซ้ร์ ไป่มี”
ซึ่งเป็นปรัชญา ที่เขายึดถือ และเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่จากชีวิตนักเรียนเตรียมทหารกับนักเรียนนายร้อยตำรวจ...
“มึง…ไม่มีชื่อเล่นหรือวะ”
พอเข้าเรียนเตรียมทหารเพื่อนก็ถาม
“ไม่มี…มีแต่ชื่อทักษิณนี่แหละ”
“มันยาว เรียกยากนะ”
“ก็หาชื่อให้มันใหม่สิวะ”
อีกคนออกความเห็น
“มันมาจากเหนือ ผิวก็ขาว เรียกว่า “แม้ว” แล้วกัน เหมือนพวกแม้วชาวเขาไงละ”
ว่าแล้วทุกคนก็ลงมติเอกฉันท์
นับแต่นั้นมา “ทักษิณ” จึงถูกเพื่อนเรียกว่า “แม้ว”
ทักษิณ บอกว่า เขาได้เรียนรู้จักระเบียบวินัย และความเท่าเทียม จากโรงเรียนเตรียมทหาร ไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนจะถูกปรับให้เท่ากัน ทั้งร่างกาย ด้วยการฝึกอย่างหนัก และจิตใจ ในการอดทน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ว่าจะไปทางไหนดี
เค้าหันกลับไปมองรากเหง้าคนครอบครัว ก็เต็มไปด้วยทหาร....
ทหารอากาศ เป็นอะไรที่ดึงดูดมาก เพราะเพิ่งมีการตั้งกองบินหมาดๆ แต่ ญาติคนหนึ่งได้เลือกไปแล้ว
ครั้นจะไปทหารเรือ ก็ดันว่ายน้ำไม่เก่ง
สุดท้ายจึงตัดสินใจเลือกตำรวจ...
ทักษิณ เล่าย้อนถึงการเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเอง ได้พูดคุยกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในสมัยตอนเป็น นายกฯ และเล่าว่า
“บิ๊กจิ๋ว” ขอให้ “ทักษิณ” รับตำแหน่งรองนายกฯ ในการปรับ ครม. ครั้งสุดท้าย โดยยกความจำเป็นของชาติเป็นเหตุผล เค้าจึงยากที่จะปฏิเสธ เพราะนึกถึงสมัยตอนเรียนเตรียมทหาร และนายร้อยตำรวจว่า คือ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้, ตายเสียดีกว่าอยู่อย่างผู้แพ้ และ ตายเสียดีกว่าละทิ้งหน้าที่
** ติดตามอ่านบทความส่วนที่เหลือ จากบทความฉบับเต็ม ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้ **
#ทักษิณชินวัตร #ตาดูดาวเท้าติดดิน #ทักษิณติดคุก #ทักษิณเข้าเรือนจำ #เรือนจำคลองเปรม #หนังสือตาดูดาวเท้าติดดิน #ชีวิตทักษิณ #ข่าวการเมือง #กลยุทธ์ทักษิณ #ระบอบทักษิณ #เพื่อไทย #ไทยรักไทย #อ่านความคิดชินวัตร #แพทองธารชินวัตร #ยิ่งลักษณ์ชินวัตร #หญิงอ้อ #สำนักข่าวทรัสต์นิวส์
โฆษณา