Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฟุ้งไปเรื่อย
•
ติดตาม
29 พ.ย. 2025 เวลา 10:37 • หนังสือ
กลั่นอรรถ กรองอักษร (4)
เจาะชั้นอารมณ์เพื่อรู้จักตัวเองไปกับ ‘ปลดล็อก “อารมณ์” กับหมอเวช’ ของ นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล
‘โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า’ เชื่อว่าคนไทยทุกคนต้องเคยได้ยินสำนวนนี้ บางทีก็มีพ่วงท้ายมาด้วยว่า ‘ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้าไม่โง่’
สำนวนนี้สอนให้เราเป็นคนเยือกเย็นมีสติ อย่าปล่อยให้อารมณ์ลบเข้ามาแผ้วพานจิตใจ รู้สึกโกรธเมื่อไรจะต้องนับหนึ่งถึงสิบเพื่อสะกดอารมณ์โกรธไว้ไม่ให้มันแผลงฤทธิ์ แต่คนเราไม่ควรโกรธและไม่ให้ความโกรธกล้ำกรายเข้ามาในจิตใจจริงหรือ
ตอบได้เลยว่ายาก เพราะอารมณ์โกรธเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกโดนคุกคามหรือล้ำเส้น ในอดีตอารมณ์โกรธเป็นสัญญาณให้มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์เลือกว่าจะสู้หรือหนี จนดำรงเผ่าพันธุ์มาได้ถึงทุกวันนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเรามา เรียกได้ว่าเกิดเป็นคนย่อมต้องโกรธเป็น
แต่ในโลกปัจจุบันที่สังคมมนุษย์มีวิวัฒนาการจากวิถีชีวิตแบบหาของป่าล่าสัตว์มาไกลลิบ ปัจจัยก่อเกิดอารมณ์ของเราก็ซับซ้อนขึ้นด้วยเช่นกัน ทำไมเมื่อเจอเหตุการณ์เดียวกัน คนสองคนถึงมีปฏิกิริยาทางอารมณ์แตกต่าง นั่นเป็นเพราะสิ่งที่กำหนดอารมณ์ไม่ใช่ตัวเหตุการณ์ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาของเรา ทำให้คนแต่ละคนตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไป
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้ปล่อยวาง แต่ชวนเรามาหยุดพิจารณาและทบทวนอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ โดยไม่ตัดสินว่าอารมณ์นั้นควรหรือไม่ควรเกิด ชี้ให้เราใช้เวลาอยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยไม่รังเกียจว่าความรู้สึกดังกล่าวถือเป็น ‘อกุศลจิต’ หรือไม่ แล้วใคร่ครวญว่าเราตีความสิ่งที่เกิดขึ้นว่าอย่างไร เพราะอะไรเราถึงเกิดอารมณ์นั้น
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเจอเหตุการณ์บางอย่าง ความโกรธจะแล่นเข้ามาในใจเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่หากเราหยุดคิดและทบทวนตัวเองตามที่กล่าวมา เราอาจพบว่าภายใต้ความโกรธมีอารมณ์อื่นแอบซ่อนอยู่ เป็นอารมณ์ที่เรามองข้าม อาจมาจากปมในอดีตที่เราพยายามฝังกลบเอาไว้ ซึ่งชั้นอารมณ์ที่ว่านี้อาจมีมากกว่าหนึ่ง
การฝึกทบทวนทำความเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เรามองเห็นอารมณ์ที่ลึกขึ้น และการมองเห็นอารมณ์ที่แอบซ่อนอยู่ข้างใต้จะช่วยพาเราลงไปสัมผัสชั้นประสบการณ์ในอดีตที่เราอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำ นำไปสู่ความเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริงว่าตัวตนเราทุกวันนี้หล่อหลอมขึ้นจากอะไร และเมื่อเราเข้าใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็จะง่ายขึ้น
หนังสือเล่มนี้มีความยาว 216 หน้า เนื้อหาแบ่งออกเป็นสามพาร์ต
พาร์ตแรก อธิบายกลไกสมอง ธรรมชาติของอารมณ์ การทำความเข้าใจอารมณ์ ความเครียด และปมค้างใจ คุณหมอชี้ให้เห็นว่ามนุษย์เราเกิดอารมณ์ได้เป็นปกติ อารมณ์ไม่เท่ากับความคิด และความคิดของเราอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป เราจึงจำเป็นต้องทบทวนอารมณ์และการตีความที่มีต่อเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบให้เป็นนิสัย ที่สำคัญคือเมื่อเกิดอารมณ์ขึ้นแล้ว เราต้องไม่ทำตามอารมณ์นั้น เช่นถ้าถูกขับรถปาดหน้าแล้วโมโห ก็อย่าไปปาดหน้าเขากลับ จะเกิดอันตรายเปล่าๆ (ว่าไปการนับหนึ่งถึงสิบเมื่อโกรธจึงเป็นกุศโลบายที่ดี)
นอกจากนี้ยังอธิบายความเชื่อมโยงของความเครียดกับสภาวะอารมณ์ต่างๆ และปัจจัยที่ปัญหาทางอารมณ์นำไปสู่โรคทางจิตเวช
พาร์ตที่สอง อธิบายเรื่องวิธีจัดการอารมณ์ โดยเฉพาะอารมณ์ลบทั้งหลายที่ต้องมีวิธีจัดการอย่างสร้างสรรค์ เพราะทักษะทางอารมณ์เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมี
ทักษะการจัดการอารมณ์ที่ดีมาจากพื้นฐานทางชีวภาพที่ดี นั่นคือเราต้องกินอาหารที่ดี พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายพอสมควร นอกจากนั้นเรายังต้องผ่อนคลายเป็นและมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ คุณหมอแนะนำตั้งแต่การกินอาหาร การจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน การออกกำลังกาย ไปจนถึงเทคนิคการหายใจเพื่อผ่อนคลายและสร้างสมาธิ
การมีสติรู้ตัวจะช่วยให้เราตระหนักว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไรในขณะนั้น เมื่อเราสังเกตเห็นอารมณ์ เปิดใจยอมรับมัน และเรียกชื่ออารมณ์นั้นได้ถูกต้อง เราก็จะจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ในพาร์ตนี้คุณหมอยังบอกเทคนิคจัดการณ์อารมณ์ลบต่างๆ อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะอารมณ์โกรธ อารมณ์กลัว อารมณ์วิตกกังวล หรืออารมณ์เศร้า
พาร์ตสุดท้ายเป็นเคล็ดลับการสร้างความสุขและเติมพลังบวก คุณหมอพาไปดูวิธีสร้างความสุขและความมั่นคงทางใจ แม้ต้องก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนและไม่มีวัตถุเป็นตัวชี้วัด ให้เราก้าวพ้นกับดักความสุข และหาความสงบสบายใจเล็กๆ น้อยๆ ได้ในทุกวันของชีวิต
หนังสือเล่มนี้หนาแค่สองร้อยกว่าหน้า ตอนแรกคิดว่าคงใช้เวลาอ่านสองวันจบ แต่เอาเข้าจริงใช้เวลาถึงสองอาทิตย์ เพราะมีภารกิจนั่นนี่เข้ามาแทรก และเนื้อหาหนังสือค่อนข้างอัดแน่น หลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าคุณหมอประเวชผู้เขียนหนังสือเป็นเจ้าของช่อง ‘ปลดล็อกกับหมอเวช’ ที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต โดยเน้นการเรียนรู้อารมณ์และการเข้าใจตัวเอง จนถึงตอนนี้คุณหมอทำเนื้อหาให้ความรู้มาแล้วกว่าสี่ร้อยตอน
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้คือข้อใหญ่ใจความของสิ่งที่คุณหมอพยายามถ่ายทอดตลอดหลายปีที่ผ่านมา วันนี้นอกจากมารีวิวหนังสือเลยอยากมาเชิญชวนให้ทุกคนไปฟังช่องคุณหมอด้วย เพราะแต่ละ EP คุณหมอจะชูหัวข้อแตกต่างออกไป และวิเคราะห์เคสที่ผู้ฟังส่งเข้ามา ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ละเอียดขึ้น (หลายอย่างเป็นสิ่งที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่ทำยากจัง ต้องคอยกลับไปฟังให้คุณหมอสะกิด ^^’) หาฟังได้ทั้งทาง Youtube, Spotify, Facebook, Podcast ใครไม่เคยฟังลองไล่ดูตามหัวข้อก็ได้ เชื่อว่าจะต้องเจอหัวข้อที่โดนใจอย่างแน่นอน
ตัวเราติดตามคุณหมอมาหลายปี แต่เหมือนเป็นนักเรียนหลังห้อง นอกจากจะไม่ตั้งใจเรียนยังไม่ตั้งใจทำการบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นตอนใกล้พังก็ได้คุณหมอช่วยดึงกลับมาได้หลายครั้ง จนทุกวันนี้พอจะมีความมั่นคงทางอารมณ์ขึ้นบ้าง แม้ยังตุปัดตุเป๋อยู่บนเส้นทางเรียนรู้อันยาวไกลต่อไป แต่ก็ดีใจที่มองเห็นเป้าหมายการเรียนรู้นี้แล้ว 😊
หนังสือ
การเรียนรู้
สุขภาพจิต
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย