8 ธ.ค. 2025 เวลา 06:18 • สุขภาพ

EP.2 เมื่อหัวใจของลูกร้องไห้เงียบ ๆ : โลกที่เหลือแค่พ่อกับลูกสาว

## วันที่ผมได้พบคุณพ่อนพ – โลกทั้งใบที่เหลืออยู่สองคน
“สวัสดีครับหมอ ผมมาปรึกษาเรื่องลูกสาวครับ”
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องตรวจที่ถูกเปิดออกช้า ๆ
ชายวัยสี่สิบกว่าร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตเรียบง่าย
ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มบาง ๆ ในมือ
เขายกมือไหว้ด้วยท่าทีสุภาพ
สายตานิ่งแต่ซ่อนอะไรบางอย่างที่สั่นอยู่ลึก ๆ
เขาชื่อ “นพ”
พ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่วันนี้ตัดสินใจเดินเข้ามาหาหมอ…เพียงลำพัง
ผมเชิญเขานั่งลง เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามผมถูกจับจองโดยคุณนพ
แต่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ยังว่างอยู่
เก้าอี้ตัวนั้น ผมรู้ดีว่า วันหนึ่งควรจะมีเด็กผู้หญิงวัย 15 มานั่ง
เด็กคนหนึ่งที่ชื่อ “อลิส”
แต่วันนี้ ยังไม่ใช่วันของเธอ
วันนี้ เป็นวันของ “หัวใจของคนเป็นพ่อ” ก่อน
ครั้งแรกที่เราได้พบกัน มีเพียงคุณพ่อนพที่เข้ามาขอความช่วยเหลือแทนลูกสาว เก้าอี้ของอลิสยังว่างอยู่ แต่ชื่อของเธออยู่ในทุกคำที่พ่อเล่า
“ลูกสาวอายุเท่าไหร่ครับ” ผมเริ่มต้นด้วยคำถามง่ายที่สุด
“สิบห้าครับ…ชื่ออลิส”
ทันทีที่เอ่ยชื่อ “อลิส” แววตาของเขาก็เปลี่ยน
จากสายตาของผู้ใหญ่ที่แบกภาระทั้งบ้าน
กลายเป็นสายตาของพ่อคนหนึ่ง ที่กำลังพูดถึง “โลกทั้งใบ” ของตัวเอง
ผมตั้งใจชัดเจนว่า วันนี้จะให้เป็นพื้นที่ของคุณนพ
พื้นที่ที่เขาได้เล่า ได้รับฟังตัวเอง
โดยไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะได้ยินทุกคำที่ออกมาจากปากเขาหรือไม่
เพราะบางความกลัว บางความรู้สึกผิดของพ่อ
จำเป็นต้องได้ถูก “พูดออกมา” ในพื้นที่ของผู้ใหญ่ด้วยกันก่อน
จึงจะมีแรงกลับไปเป็นที่พิงให้ลูกได้อย่างมั่นคง
---
### ห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือวิทยาศาสตร์ แต่เงียบราวกับไม่มีใครอยู่
“อลิสเป็นเด็กเรียนเก่งมากครับหมอ…”
เขาเริ่มต้นไม่ใช่จากปัญหา แต่จาก “ความภูมิใจ”
“เขาชอบวิทยาศาสตร์มากตั้งแต่เด็ก
โตมาก็อ่านเอง หาคลิปดูเอง ทำการทดลองเอง
ตอนนี้ก็เตรียมตัวสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ด้วยตัวเอง
ในห้องเขามีแต่หนังสือวิทยาศาสตร์ หนังสือเตรียมสอบ เต็มไปหมดเลยครับ”
ระหว่างที่เล่า เรื่องราวของลูกทำให้มุมปากเขายิ้มขึ้นนิดหนึ่ง
แต่ในแววตานั้น มีทั้งแสงของความภาคภูมิใจ
และเงาของความกังวลที่ปิดไม่มิด
เขาอธิบายภาพห้องของอลิสให้ผมฟัง
ผมเห็นตามไปกับคำพูดของเขา
ชั้นหนังสือเรียงชิดผนัง แน่นไปด้วยตำราคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
หนังสือเตรียมสอบ
บนโต๊ะมีสมุดแบบฝึกหัดเปิดค้างอยู่ ปากกาไฮไลต์และโพสต์อิทหลากสีวางเกลื่อน
ผนังบางส่วนเต็มไปด้วยโน้ต สูตร และสมการที่เขียนติดไว้
แต่ในห้องนั้น…กลับไม่มีรูปถ่ายคู่เพื่อน
ไม่มีโปสเตอร์ศิลปิน ไม่มีเครื่องดนตรี ไม่มีสิ่งที่บอกว่า “นี่คือห้องเด็กสาววัย 15”
มีเพียงความเงียบ และเสียงเปิดปิดหน้ากระดาษ
“เขาแทบไม่คุยกับใครเลยครับหมอ
ที่โรงเรียนก็อยู่แต่กับหนังสือ ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิท
เลิกเรียนก็รีบกลับบ้าน เข้าห้อง
แล้วก็อ่านหนังสือ ทำโจทย์ไปเรื่อย ๆ
ไม่เล่นกีฬา ไม่ออกไปไหน ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลย”
เขาหัวเราะนิดหนึ่ง แบบขม ๆ
“เพื่อนผมบางคนยังบอกเลยว่า โชคดีจะตาย ลูกไม่เกเร ไม่เที่ยว ไม่ออกไปไหน
แต่ช่วงหลัง ๆ ผมเริ่มไม่แน่ใจว่า…นี่มัน ‘โชคดี’ จริงไหม
เพราะผมเห็นว่าโลกของเขามันเล็กลงเรื่อย ๆ
เหลือแค่หนังสือ กับตัวเลข กับสมการที่เขาควบคุมได้เท่านั้นเอง”
ห้องของอลิสเต็มไปด้วยหนังสือวิทยาศาสตร์และโจทย์เตรียมสอบ แต่ขาดเสียงหัวเราะ รูปถ่ายกับเพื่อน และการใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป
ผมนิ่งฟัง ปล่อยให้ภาพในหัวของเขาไหลออกมา
เพราะในทุกคำบรรยายเกี่ยวกับอลิส
มี “หัวใจของพ่อ” ซ่อนอยู่เสมอ
---
### ความฝันเข้าเตรียมอุดมฯ ที่ไม่ได้มาจากพ่อ
หลังจากฟังเรื่องห้อง เรื่องหนังสือ เรื่องการเก็บตัว
ผมถามเขาตรง ๆ
“เป้าหมายเข้าเตรียมอุดมฯ นี่…ใครอยากได้มากกว่ากันครับ ระหว่างคุณพ่อกับอลิส?”
เขาส่ายหัวทันที โดยไม่ต้องคิด
“ไม่ใช่ผมเลยครับหมอ
ผมไม่ได้ฝันอยากให้ลูกต้องเข้าเตรียมอุดมฯ หรือเป็นหมอ
ผมแค่อยากให้เขาเป็นเด็กที่มีความสุข
ทำในสิ่งที่เขาอยากทำจริง ๆ
ไม่ต้องเก่งที่สุด ไม่ต้องเหนือใคร
แค่มีความสุขในแบบของเขาเองก็พอแล้ว”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“จริง ๆ ผมเครียดกับเรื่องเตรียมอุดมฯ นี้ด้วยซ้ำ
ผมกลัวว่า ถ้าเขาสอบไม่ได้ เขาจะโทษตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว
ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยคิดเลยว่าลูกต้องพิสูจน์อะไรให้ผมดู”
เขาสูดหายใจเข้าอีกครั้ง
“แต่ถ้าเขาสอบได้…ผมก็กลัว
กลัวเขาต้องไปอยู่ในที่ที่ทุกคนเก่งมาก แข่งกันอ่าน แข่งกันเครียด
กลัวว่าด้วยสภาพใจของเขาตอนนี้ ที่ก็เปราะบางอยู่แล้ว
จะรับแรงกดดันตรงนั้นไม่ไหว
โลกการเรียนของเขาอาจจะไปได้
แต่โลกในใจเขาจะไปด้วยได้รึเปล่า…ผมไม่แน่ใจเลยครับหมอ”
เขาสบตาผมอย่างจริงจัง
“ทั้งหมดนี่…เป็นความต้องการของอลิสเอง
เขาบอกว่าอยากเข้าเตรียมอุดมฯ อยากเป็นหมอ อยากพิสูจน์ตัวเอง
ผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ข้างหลังความอยากนี้ มีอะไรวางอยู่
เขาอยากทำเพื่อตัวเองจริง ๆ
หรืออยากหนีจากอะไรบางอย่าง…ผมมองไม่ทะลุแล้วครับ”
ตรงนี้เอง ที่เราเริ่มจับเค้าลางได้ว่า
“ความฝันเข้าเตรียมอุดมฯ” ของอลิส
อาจไม่ได้เป็นแค่เป้าหมายด้านการเรียน
แต่อาจเป็นวิธีหนึ่งที่เธอใช้ “พิสูจน์คุณค่าของตัวเอง”
อะไรอยู่เบื้องหลังความคิดนี้อย่างแท้จริง
เรายังไม่รู้
แต่เรารู้แล้วว่า นี่ไม่ใช่ความฝันที่ถูกยัดเยียดให้เธอ
และก็ไม่ใช่ความฝันที่ทำให้พ่อสบายใจเลยเช่นกัน
---
### มือที่ล้างไม่หยุด หลังยุคโควิด-19
ผมถามต่ออย่างนุ่มนวล
“แล้วอะไรที่ทำให้คุณพ่อรู้สึกว่า ถึงเวลาต้องมาปรึกษาแล้วครับ?”
คำถามนี้มักดึงเอา “ภาพเหตุการณ์ชัด ๆ” ขึ้นมาเสมอ
และในดวงตาของคุณนพ ผมเห็นภาพนั้นสะท้อนอยู่
“ตั้งแต่โควิดครับหมอ…
ลูกผมกลัวเชื้อโรคมาก ล้างมือถี่มาก
ตอนนั้นผมก็เข้าใจนะครับ ใคร ๆ ก็กลัว
ผมเองก็ล้างบ่อยเหมือนกัน พกเจลตลอด
เลยไม่เคยว่าเขาเลย คิดว่าเดี๋ยวก็ผ่านไป”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
“แต่พอโควิดซาลง คนอื่นกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
แต่ของอลิส…มันไม่กลับมาแบบเดิม
เขายังคงล้างมือเหมือนโลกยังมีโควิดระบาดตลอดเวลา”
เขาเริ่มเล่าอย่างละเอียด
“ก่อนเข้าห้องน้ำล้าง หลังออกมาก็ล้าง
ก่อนกินข้าวล้าง หลังแตะช้อนแตะจานก็ล้าง
แตะโต๊ะ แตะลูกบิดประตู แตะเก้าอี้ ก็ต้องฉีดแอลกอฮอล์
บางทีนั่งดูทีวีอยู่ดี ๆ ก็ลุกไปล้างมือเฉย ๆ
วันหนึ่ง…ผมลองนับดูเล่น ๆ เกินห้าสิบครั้งครับหมอ”
มือของเขาที่วางอยู่บนตัก กำเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อยตอนพูดประโยคนี้
“มือเขาแดง แห้ง แตก
ผมเห็นแล้วยังเจ็บแทน
ผมลองบอกว่า ‘พอแล้วลูก ไม่ต้องล้างแล้ว สะอาดแล้ว’
ทุกครั้งที่พูดแบบนั้น เขาจะเริ่มหายใจเร็ว เหงื่อออก
น้ำตาคลอ แล้วบอกแต่ว่า ‘หนูกลัว หนูทำไม่ได้ หนูรู้สึกสกปรก’”
มือที่พยายามล้างสิ่งสกปรกออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความกลัวลึก ๆ ในใจ กลับไม่เคยถูกล้างออกไปพร้อมกันเลย
“ตอนนั้นผมก็เลยพาเขาไปหาจิตแพทย์ครับ
ได้ยา กลับมาทาน
ช่วงแรกดีขึ้นชัดเลย ล้างมือน้อยลง ดูผ่อนคลายขึ้น หัวโล่งขึ้น
ผมก็โล่งใจ คิดว่า…น่าจะดีขึ้นแล้ว”
เขาสูดหายใจลึกอีกครั้ง
เหมือนกำลังจะพูดคำที่หนักที่สุดสำหรับตัวเอง
“แล้ว…ผมก็เป็นคนบอกให้เขาหยุดยาเองครับหมอ”
เขาพูดชัดทุกคำ แต่เสียงเบามาก
“ผมกลัวเขาติดยา
กลัวเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วย
กลัวว่าคนอื่นจะมองลูกผมไม่เหมือนเดิม
ผมเลยลองบอกว่า ‘เราลองหยุดกันดูไหมลูก ถ้าไม่ดีค่อยกลับไปหาหมอใหม่ก็ได้’
ซึ่งตอนนั้นหมอเจ้าของไข้ก็ยังไม่ได้สั่งหยุดนะครับ ผมคิดเองหมดเลย”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย
“แล้วมันก็เป็นอย่างที่หมอบางคนเตือนครับ
อาการกลับมาแรงกว่าเดิม
ล้างมือหนักกว่าเดิม กลัวกว่าเดิม เครียดกว่าเดิม
สุดท้ายผมต้องพาเขากลับไปหาหมอ ให้กลับมากินยาโดสเดิม
ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นคนซ้ำเติมลูกด้วยความไม่รู้ของตัวเอง”
หลายครั้ง การตัดสินใจผิดพลาดของพ่อแม่ เกิดจากความรัก ที่ขาดเพียงข้อมูลและคนช่วยคิดร่วมกัน
ในห้องตรวจ เงียบลงชั่วครู่
ความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความกลัว และความรักที่แน่นจนพูดไม่ออก
---
### ความรักที่มีทั้งความห่วงลึก และความกลัวซ่อนอยู่
ผมถามเขาอย่างเบาเสียง
“ตอนนี้ คุณพ่อกลัวอะไรมากที่สุด…เกี่ยวกับอลิสครับ?”
เขานั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วค่อย ๆ เอ่ยออกมาทีละประโยค
“ผมกลัวว่า…เขาจะไม่มีความสุขในวัยเด็กของเขาเอง
กลัวว่าเขาจะโตไปโดยไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบเด็กผู้หญิงวัย 15 จริง ๆ”
“ผมกลัวว่า ถ้าเขาสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ไม่ได้
เขาจะโทษตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ
ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยต้องการให้เขาพิสูจน์อะไรให้ผมดูเลย”
“แล้วถ้าเขาสอบได้…ผมก็กลัว
กลัวว่าเข้าไปแล้ว เขาจะเจอแต่การแข่งขัน เจอแต่เด็กเก่ง ๆ
กลัวว่าเขาจะกดดันตัวเองหนักกว่าเดิม
แล้วหัวใจเขาจะพังลงตรงนั้น”
เขาหยุด ก่อนพูดประโยคสุดท้ายที่เบามาก แต่ดังมากในหัวผม
“แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือ…ผมจะทำอะไรผิดอีก
ด้วยความหวังดีนี่แหละ แล้วทำให้เขาแย่ลงกว่าเดิม”
ผมนั่งฟังเงียบ ๆ
ชัดเจนมากว่าหัวใจของคุณนพ ก็ร้องไห้เงียบ ๆ มานานไม่น้อยไปกว่าหัวใจของอลิส
“ที่คุณพ่อเล่าเมื่อกี้…
ผมไม่ได้ได้ยินคำว่า ‘พ่อที่โง่’ หรือ ‘พ่อที่ทำลูกพัง’ เลยนะครับ”
ผมเลือกจะสะท้อนกลับไปช้า ๆ
“ผมได้ยินแต่คำว่า ‘พ่อที่รักลูกมาก’
รักจนอยากให้ลูกไม่ต้องกินยา
รักจนอยากให้ลูกไม่รู้สึกว่าตัวเองป่วย
รักจนกลัวว่าทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของลูก…จะทำให้ลูกเจ็บ”
“สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เราแก้ไม่ได้ครับ
แต่สิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้…เราเลือกได้
และการที่วันนี้คุณพ่อมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว
ในสายตาผม นี่คือก้าวแรกที่กล้าหาญมากแล้ว”
ผมอธิบายให้เขาฟังว่า
หลังจากนี้ ผมอยากให้มี “สองการคุย” ที่แยกจากกันชัดเจน:
1. การคุยกับคุณพ่อนพ – วันนี้
ให้เขาได้เล่ามุมของเขาให้หมด
ให้ทั้งสิ่งที่เห็น สิ่งที่กลัว สิ่งที่รู้สึกผิด
2. การคุยกับอลิส – นัดหน้า
ให้ผมได้ฟังโลกข้างในของอลิสโดยไม่มีพ่อนั่งอยู่ข้าง ๆ
ให้เธอได้พูดถึงวิทยาศาสตร์ ความฝันเตรียมอุดมฯ ความกลัวสกปรก
โดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้พ่อเสียใจ
“เมื่อเราฟังทั้งสองฝั่งชัด ๆ แล้ว
เราค่อยคิดต่อด้วยกัน ว่าจะจัดการเรื่องยา เรื่องพฤติกรรม เรื่องความฝันเข้าเตรียมอุดมฯ
และเรื่องหัวใจของทั้งคู่…อย่างไรดี”
เขาพยักหน้าเบา ๆ
เหมือนได้วางก้อนหินหนัก ๆ ลงจากอกชั่วคราว
“ขอบคุณหมอมากครับ อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่า…
ผมไม่ได้ต้องสู้คนเดียวแล้ว”
เขาลุกขึ้น เดินออกจากห้องตรวจ
และไปแจ้งนัดครั้งถัดไปที่หน้าห้อง
ชื่อในใบนัดครั้งหน้า…คือชื่อของ “อลิส”
---
### จากโลกของพ่อ…สู่โลกของลูก
บทนี้ เราอยู่ใน “โลกของคุณนพ”
โลกของผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องเป็นทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทั้งคนหาเงิน ทั้งที่พิงให้ลูก
และวันนี้ เขายอมรับอย่างซื่อตรงว่า ตัวเองก็เจ็บ และกลัว ไม่ต่างจากลูก
ในบทถัดไป
เราจะเปิดประตูเข้าไปสู่ “โลกของอลิส”
โลกของเด็กหญิงวัย 15 ปี
ที่หลบอยู่หลังหนังสือวิทยาศาสตร์
เอาความฝันเข้าเตรียมอุดมฯ มาตั้งเป็นเป้าหมาย
ใช้การล้างมือซ้ำ ๆ เป็นเกราะป้องกัน
และอาจมีเสียงร้องไห้เงียบ ๆ บางอย่าง
ที่เธอเองก็ยังไม่รู้วิธีอธิบายออกมาเป็นคำ
การเยียวยาหัวใจดวงหนึ่ง
เริ่มจากการกล้า “ฟัง” เสียงของมัน
แม้ในวันที่เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยินเลยก็ตาม
และในนัดหน้าของผม…จะเป็นการฟังเสียงของอลิสบ้าง
ในห้องที่มีเพียงเธอกับหมอ
โดยที่พ่อนพจะรออยู่ข้างนอก
พร้อมจะเป็นที่พิงให้ลูก
หลังจากที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้จะ “ฟังตัวเอง” คนละช่วงเวลาก่อน
---
โฆษณา