26 ธ.ค. 2025 เวลา 10:40 • ข่าวรอบโลก

ถ้าอยากให้โลกฟัง คุณก็ต้องฟังโลก…

เห็นอะไรจากภาพหัวโพสต์ไหมครับ ??
การที่อิสราเอลที่แสนจะเส้นใหญ่ยังโดนรุมประนามแบบนี้
มันทำให้ผมคิดว่า เราควรย้อนมามองตัวเองบ้าง
เพราะไทยมักโวยวายว่า โลกไม่ค่อยฟังเรา
และชอบไปเชื่อกัมพูชามากกว่า
ซึ่งมันดูเหมือนมีคนจำนวนมาก ไม่เข้าใจบริบท
ของไทยเราเอง ในความเป็นชาติใหญ่กว่า
แล้วใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง จึงมองว่าไม่มีใครฟังเรา
แต่เชื่อเถอะ ด้วยความที่ไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุน
จากทั่วโลก ทุกขั้วอำนาจมีในไทยหมด
พวกเขาย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร หน่วยข่าวกรองพวกเขา
เหนือกว่าเรามากทั้งนั้น บางที เขารู้มากกว่าที่เรารู้เสียอีก
ซึ่งเราก็เห็นมาตลอด ในหลายเรื่อง ที่มันเป็นแบบนั้น
และเตือนเรามา ก่อนที่เราจะรู้ตัวอีก
…แต่ทำไมคนไทยถึงชอบบอกว่า ไม่มีใครฟังเรา….
บางทีก็ต้องยอมรับ ว่าพฤติกรรมของภาครัฐเราเอง
รวมถึงสื่อไทยเองนั้น ก็เป็นปัญหามาก ที่ทำให้ไทย
ดูมีสถานะเป็นผู้รุกราน มากกว่าการปัองกันตัว
ล่าสุด โฆษกทหารพระเอกหนัง และนายอินฟลูติดหนวดเจ้าเก่า
ก็ดูจะออกมาทำให้เสียเรื่องอีกแล้ว
และไอ้แบบนี้ เราจะให้คนภายนอก เขามองเราอย่างที่
เราต้องการได้อย่างไร
การใช้ท่าทีว่า ไม่ของมึงก็ของกู ของท่านโฆษกนั้น
แม้จะได้ใจชาวไทย แต่ในอีกทาง มันทำให้โลกมองไทยได้ว่า
เราไม่เคารพกฏเกณฑ์ระหว่างประเทศ
เพราะเราก็ปฏิเสธไม่ได้
ว่านอกจากเอาพื้นที่ที่เป็นของเราคืนจริงๆแล้ว
เรายังปฏิบัติการในพื้นที่ทับซ้อน แถมล้ำเข้าไปทิ้งระเบิด
และยกพลเข้าไปในดินแดนของกัมพูชาจริงๆอีกด้วย
ลองคิดดูสิ ถ้าเราใช้สายตาคนนอกมองเข้ามา เราจะคิดยังไง ?
หรือการที่นายหน้าหนวด ไปเลาะอาร์มแขนของทหารเขมร
มาโชว์ แล้วทำหน้าสะใจ แบบนี้มันไม่ต่างกับฆาตกรโรคจิต
ที่เข้าสู่สงครามเพื่อล่าค่าหัวเลย
มันอาจจริง ที่มีการเลาะอาร์ม เอาของจากศพในสมรภูมิอื่น
แต่เราต้องเข้าใจว่ามันเป็นอะไรที่ต่างไป เช่น ในยูเครน
ทหารยูเครน รัสเซีย ก็ทำบ้าง แต่นั่นคือสงครามเต็มรูปแบบ
ในขณะที่ของเรามันไม่ใช่ และไม่มีความจำเป็น ต้องทำสงครามข่าวสาร ในลักษณะนั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่ายูเครนจะไม่
โดนตำหนิเลยเช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้
แน่นอน ไทยคือประเทศใหญ่กว่ามาก คนนอกมองเข้ามา
เขาก็ต้องคิดว่าเราโหดเป็นธรรมดา ความซวยมันจึงตกกับเรา
ที่ไม่สามารถสื่อสารกับโลก ให้เข้าใจเราได้เท่าที่ต้องการ
…นี่ยังดีนะ ว่าต่างชาติเขาไม่รู้ว่านายหนวดนี่เป็นพลเรือน
ไม่งั้นจะยิ่งดูแย่ไปกันใหญ่ ในลักษณะของการยั่วยุ
ให้พลเรือนใช้กำลัง หรืออาจมองไปถึงว่าไทยติดอาวุธให้พบเรือน ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย….
สื่อไทยเองก็มีส่วนเช่นกัน….
การเผยแพร่ความสำเร็จของปฏิบัติการของไทยเรา
โดยเฉพาะเครื่องบินรบนั้น ให้ภาพที่ค่อนข้างรุนแรง
จนดูเกินกว่าเหตุ สำหรับปฏิบัติการที่อ้างว่าป้องกันตัว
จากฝ่ายที่เหนือกว่ามาก
ถ้าเราเป็นคนนอก เราย่อมตั้งคำถาม หรือเกิดความรู้สึก
เหมือนกับที่เรามองอิสราเอลถล่มกาซ่า ในลักษณะของการ
โบยศพ อัดลงไปบนซากที่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ว่าเกินกว่าเหตุ
กัมพูชา ในภาพจำของคนทั้งโลก ก็ไม่ต่างอะไรกับกาซ่า
ที่ดูน่าสงสาร จนคนมองข้ามอะไรในนั้นไปหมด
โทนที่เกิดขึ้นในความรู้สึกของชาวโลก มันจึงไม่ต่างกันนัก
กับสองกรณีนี้ ที่ยกมา
…ถ้าโลก แม้แต่ที่ไม่ใช่มุสลิม ยังเห็นใจกาซ่า…
…มันก็ไม่แปลกอะไร ที่พวกเขาจะเห็นใจกัมพูชาด้วยเช่นกัน…
ท่าทีของฝ่ายไทยเอง จึงควรระมัดระวังมากกว่านี้
ทั้งจากทางกองทัพเองและสารพัดสื่อ
เพราะในความเป็นจริง สื่อนอก เขาก็ซื้อภาพจากสื่อไทย
เองนั่นแหละ เอาไปเผยแพร่ต่อ กับคนทั่วโลก
ไม่ใช่ว่าเขามาถ่ายเอง แล้วจงใจนำเสนอไปทางใดทางหนึ่ง
ไม่เชื่อไปดูได้เลย ทุกสำนัก มักอ้างอิงที่มาแหล่งข่าว
จากฝ่ายไทยนี่แหละเป็นหลัก เพราะมีมากกว่าทางโน้นเยอะ
แล้วภาพข่าวในสื่อไทยจำนวนมาก ก็เป็นข่าวแจก
จากทางกองทัพเอง เพื่อแสดงผลสำเร็จของปฏิบัติการ
การนำเสนอว่าทหารเขมรตายหลายพัน หรือเป็นหมื่น
เพื่อเชิดชูผลงานกองทัพของสื่อไทยเอง ก็ถูกนำไปอ้างอิง
ซึ่งนี่แหละสำคัญมาก ที่ทำให้คนทั่วโลกมองว่าไทย
ชักจะเป็นผู้รุกรานที่แย่ไปแล้ว จะฆ่าอะไรนักหนา ทำนองนั้น
คือ จะจริงไหม ต่างชาติที่อ่านข่าว เขาไม่รู้ด้วยหรอก
แต่เมื่อข่าวที่มีการอ้างอิงจากไทย มันว่างั้น เขาก็เข้าใจตามนั้น
ว่าเราโซโล่ไปแล้วเป็นหมื่น ซึ่งเยอะมากนะครับ ให้เป็นทหาร
ทั้งหมดก็เถอะ แบบนี้ ใครๆก็สงสารแหละ
หรือ อย่างการแชร์ภาพคนวิ่งหนีจากการที่เครื่องบิน
ทิ้งระเบิดตึกที่ทางเราแชร์กันเองให้ว่อน อันนี้ก็มีปัญหา
เพราะมันชัดเจนว่า เป็นพลเรือนที่วิ่งหนี
แม้นั่นอาจเป็นพวกแก็งค์สแกมเมอร์ก็ตาม แต่เราก็ยืนยันไม่ได้
มันเป็นการพูดของเราฝ่ายเดียว
กับคนในหลายชาติที่เป็นเหยื่อสแกมเมอร์
แน่นอน ว่าเขาเข้าใจ และเห็นไปทางเดียวกับเรา
แต่เมื่อชาติส่วนมาก เขาไม่ใช่เหยื่อ มุมมองมันก็ต่างออกไป
…ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้นี่แหละ ทำให้รัฐบาลไทย เริ่มเสียเปรียบ
ในสายตาชาวโลก และอาจเป็นเวทีโลกด้วย….
ถ้าเรามองที่ความขัดแย้งทั่วโลก เราจะพบว่า
ชาติเล็ก มักถูกปกป้องมากกว่าเสมอ แม้ว่าเหตุผล
หรือสาเหตุจริงๆ บางทีก็เป็นชาติเล็กที่ก่อขึ้น
กรณีของกาซ่า กับอิสราเอล เป็นอะไรที่ชัดเจนที่สุด
คนมองข้ามการมีอยู่ของฮามาสไป เพราะดูแต่การปฏิบัติการ
ที่รุนแรงมากของอิสราเอล และความหัวแข็งของผู้นำเป็นหลัก
อิสราเอล อาจได้รับการสนับสนุนในช่วงแรกก็จริง
ด้วยเหตุผลจากการถูกสังหารหมู่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็เริ่มถูกมองว่าเกินกว่าเหตุ
และถูกรุมประนาม แม้แต่จากคนที่สนับสนุนตอนเริ่มในที่สุด
ไทยเองก็กำลังอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับอิสราเอล
และยิ่งเวลาทอดออกไป ไทยยิ่งถล่มเท่าไหร่ก็ยิ่งดูแย่
ยิ่งถ้าสื่อไทย ภาครัฐไทย มีท่าทีแบบนี้ด้วย ก็ยิ่งไปกันใหญ่
…มัน่าจะถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ทางสื่อ และกองทัพไทยเอง
จะเล่นอะไรแบบนี้ให้น้อยลง เพื่อให้ดีขึ้นในสายตาชาวโลก…
…หรือจะให้ดี มันก็ควรจบได้แล้วหรือเปล่า?…
…จะหวังว่ากัมพูชาจะไม่สวนมาเลยสักนัด แล้วค่อยหยุด
มันเป็นไปไม่ได้ครับ ดูกาซ่าสิ ราบขนาดนั้น ยังมีสวนเลย…
…จะให้ไม่มีสวนเลย ก็คือมันตายกันหมด ไม่ก็ยอมแพ้แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งในทางปฏิบัติ มันเป็นไปไม่ได้ ….
สุดท้าย มันจะต้องขึ้นโต๊ะเจรจา และเราอาจถูกลากไปเชือด
ในเวทีสหประชาชาติได้
ทุกความขัดแย้ง ต้องจบแบบนั้น ไม่มีทางปฏิเสธได้
ยูเครน-รัสเซีย ที่รุนแรงที่สุด ก็กำลังอยูระหว่างขั้นตอนนี้
กาซ่า-อิสราเอล ก็เจรจากันมาหลายรอบ จนถึงปัจจุบัน
เมื่อระดับมหาอำนาจ ยังต้องจบที่คุย
มันจึงเป็นไปไม่ได้ ที่ไทยจะรักษาจุดยืน ยึดแล้วยึดเลย
ไปตลอดได้ อย่างที่โฆษกกองทัพว่า
ซึ่งถ้าไม่คุยทวิภาคี สุดท้ายไทยจะถูกลากไปเวที
ที่เสียเปรียบกว่า ซึ่งก็คือสหประชาชาติ
สหประชาชาตินั้น มีชาติเล็กมากกว่าชาติใหญ่
เมื่อมีประเด็นลักษณะนี้ ก็จะเป็นชาติเล็กเสมอ ที่รับประโยชน์
ชาติเล็กๆเหล่านี้ ไม่ได้มองเรื่องเหตุผล ถูกผิดมากนัก
แต่การสงวนสิทธิถึงการไม่ยอมรับการรุกรานด้วยกำลัง
คือสิ่งที่พวกเขาต้องทำ
ไม่งั้น หากถูกรุกรานจริงๆ พวกเขาจะเสียสิทธิ์ในเวทีเรื่องนี้ไป
พูดง่าย คือพวกเขาโหวตเพื่อตัวเอง ไม่ใช่มองถูกผิด
ก็เหมือนกับที่กัมพูชา เคยโหวตประนามรัสเซียนั่นเอง
สามารถบอกได้เลยว่า ถ้าเรื่องเป็นระดับที่ประชุมใหญ่
ของสหประชาชาติเมื่อไหร่ ไทยนี่แหละจะเสียเปรียบมาก
ซึ่งกัมพูชา ก็รู้ และพยายามขยายเรื่องราวให้ไปถึงจุดนั้น
ไทยจึงต้องระวังท่าทีมากกว่านี้
เพราะไม่งั้น ไอ้ที่ทำอยู่ เสียงบประมาณมากมายไปแล้ว
มันจะเสียเปล่าในการเจรจาระดับโลกได้….
ดูสิขนาดอิสราเอลเส้นใหญ่งั้น ยังไม่รอด ไทยล่ะ จะรอดได้ไง
…ก็ควรจะระวังมากกว่านี้บ้าง ในการเสนออะไรออกมา…
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือจีน และสหรัฐ
ที่ดูเหมือนในทางลับ จะไฟเขียวให้ไทยถล่มกัมพูชาทั้งคู่
ปากอาจห้ามทั้งคู่เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก
จีนยังคงไม่ได้ว่าอะไรไทย การสนับสนุนต่างๆ
เช่นเรื่องอาวุธจีนเอง พวกเขาก็ไม่ได้กดดันเรา
สหรัฐก็เช่นกัน รายนี้จะชัดกว่า พวกเขาไม่ได้ปิดกั้น
ปฏิบัติการทางทหาร ทั้งที่ทำได้ในหลายส่วน
บางที มันอาจเป็นเรื่องที่สองมหาอำนาจไฟเขียว
และหนุนไทยเงียบๆเบื้องหลัง เพื่อปราบอาชญากรรมจริงๆ
อยู่ก็ได้ เพียงแต่ฉากหน้า พวกเขาคงประกาศสนับสนุนไม่ได้
ผมไม่ได้มโนนะครับ ลองคิดดูกันก็ได้
วันก่อน หลิวจงอี้ มือปราบสแกมเมอร์จีน มาพูดที่กองทัพบก
ก็ชี้หน้ารัฐบาลกัมพูชาเลย ว่าเกี่ยวข้องกับแก็งค์พวกนี้
ฝั่งสหรัฐ แม้ทรัมป์จะกวนบาทา แต่วันก่อนเขาก็บอกเองว่า
ทั้งสองฝ่าย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทั้งที่ยังซัดกันหนักๆอยู่
ซึ่งนั่นตีความได้ว่า ทรัมป์ไม่ได้ห้ามเรา ที่ปฏิบัติการหนักกว่า
และกำลังได้เปรียบมาก ในสมรภูมิ
…ถ้าดูตามนี้ พวกเขาอาจพูดเอาหล่อทางการทูตว่าให้หยุด
แต่จริงๆแล้ว กำลังไฟเขียวให้ไทยเดินหน้าอยู่ ใช่หรือไม่ ?….
เพราะอย่าลืมนะ ว่าตัวเลขผู้เสียหาย ทั้งสหรัฐและจีนสูงที่สุด
แต่เพราะไม่สะดวกจะลงมือเท้าเอง กัมพูชาเล็กเกินไป
การยืมมือไทย จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
และดูว่าไทยก็ตอบสนองด้วย เราถล่มตึกพวกนี้เป็นหลัก
หลังจากทำในส่วนยึดจุดยุทธศาสตร์ชายแดนหมดแล้ว
ผมเชื่อนะ ถ้าจีน และสหรัฐไม่ไฟเขียวทั้งคู่
ไทยจะไม่กล้ามีท่าที และปฏิบัติการเข้าไปถึงดินแดน
ส่วนลึกของเขมรแบบนี้ ที่ล่าสุด ถล่มไปถึงพระตะบองแล้ว
มีความเป็นไปได้สูงครับ ที่แม้โลกส่วนมาก ไม่เข้าใจไทย
แต่มหาอำนาจใหญ่จริงๆไฟเขียวอยู่เบื้องหลัง
และใช้ไทยปฏิบัติการแทนในการปราบอาชญากรรมพวกนี้
…ไม่งั้นมีเร้อ นายกเสี่ยหนูจะมั่นขนาดนี้….
…ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เราก็อาจไม่ต้องแคร์เรื่องสหประชาชาติมากสักเท่าไหร่หรอก….
…ที่ต้องแคร์ อาจเป็นในแง่ภาพลักษณ์ความดุดัน
ที่ลบภาพสยามเมืองยิ้มของนักท่องเที่ยวเสียมากกว่า…
แต่ก็นะ….
….ถ้าพวกพี่จะใช้ผมปราบสแกมเมอร์แทนจริงๆ…
…พวกพี่ก็ช่วยผมจ่ายบ้างดิค้าบ พวกพี่รวยจะตาย…
1
…แค่นี้เอง ขนหน้าแข้งพวกพี่ไม่ร่วงหรอก เนอะ 😁….
โฆษณา