27 ธ.ค. 2025 เวลา 03:30 • ประวัติศาสตร์
โลกนี้มีแต่กรรม ..ด้วยจิตที่เกิดมา ..กรรมนำมาเกิด .ต่างสถานที่ต่างๆ บ้างก็มีกายเป็นมนุษย์ บ้างมีกายเป็นสัตว์ .แต่จิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ บ้างก็ติดนิสัยเยี่ยงเดรัจฉาน นิสัยสันดานสัตว์นรกเปรตอสุรกาย...เรื่องราวที่ยกกายยกจิตให้พ้นนิสัยสันดานที่ติดมา .ทำไม่ได้เลย .
กายนี้ เกิดมาให้จิตอาศัย มันเกิดได้ก็ดับได้ เป็นเรื่องปกติ เกิดตายๆ จิต.มาเกิดตายๆ ไม่รู้จักว่ากี่ภพกี่ชาติ เกิดตายๆ นับอสงไขยชาตินับไม่ได้ .ไม่รอด เกิดแล้วตาย. หรือว่า กายนี้ จะรอดความตายไปได้ จะไปหลบที่ไหน ..ถึงเวลาตาย มันก็หยุดลมหายใจตาย เมื่อมีภัย.ใหญ่ ก็ว่า ผู้ที่รอด ทุกข์ทรมาน อย่างไร จะมีกายรอดตายได้นานมั้ย .สภาพแวดล้อมเป็นพิษ .หายใจสุขสบายมั้ย .ชิวืตเป็นสุขหรือเป็นทุกข์.
.เอาแค่สถานการณ์ปัจจุบัน ชายแดน ผู้คนเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ .สิ่งที่เกิดขึ้น เพราะความวิปริตของจิต .สิ่งที่เรียกว่า ยิ่งใหญ่สร้างแต่เวรกรรม มีจิตอย่างนี้ เกิดในดินแดนไหน ก็ทะเยอทะยาน อยากเป็นใหญ่ ดีขั่วไม่รู้จักเลย เรื่องราวดีๆทำไม่ได้ ทำเป็นแต่เรื่องขั่วๆ เห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว .แล้วจิตนี้ .จะไปไหนเมื่อความเป็นไปของกายนั้นสิ้นลง .คงไม่มีโอกาสมีกายพ่อแม่เป็นมนุษย์อีกยาวนาน .นับชาติไม่ได้เลย
การที่ได้เรียนรู้จักเรื่องราว ต่างๆ เรื่องราวของผู้ที่ หนีการเกิดแก่เจ็บตาย .นำกายที่มีแต่กรรม ต้องไปหากินน้ำเลือดน้ำหนองของผู้อื่น มาเติมสะสม เอาเนื้อกรรมมาเติม
..ท่านทิ้งบ้านช่องไปอยู่ตามป่าเขา . ต้องใช้ขันติเป็นบารมี .นั่งในที่แจ้ง .อาศัยจิตที่มีกำลัง ทำกายนิ่ง .ไม่ขยับเขยื้อน เมื่อกายนิ่ง จิตนิ่ง ..ก็มีแสงเกิดขึ้นที่จิต ก็อาศัยแสงขัด .ละลายสีเวรกรรม ตัวกินเลือดกินเนื้อ ที่เป็นมลทิน ขัดจนกายนั้นเป็นแก้ว บริสุทธิ์ .. ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ .ไม่มีภาระอะไร บางพระอวค์ ก็อยู่ในสถานที่ต่างๆ ในทะเล ในภูเขา .
1
..มีเรื่องราวจิตของมนุษย์ที่ จิตของผู้ที่มีแต่กรรม ร้อนเวรกรรม นั้น ไม่สามารถ เข้าใกล้ พระอรหันตได้ เพราะกายของท่าน จิตของท่าน นั้นมีแต่แสงรัตนะ .พอกายที่มีแต่กรรม ธาตุทั้งสี่มีแต่กรรม .เมื่อต้องแสงรัตนะ .ธาตุทีประกอบกายก็สั่นสะเทือน ร้อนเวรกรรม. แผดเผาจิตที่อาศัยอยู่ในเรือนกายที่อาศัย. เพราะภายในกายนั้นมีแต่ของบูดเน่าเหม็น .ลอยขึ้นมา เป็นพิษเกิดในกายที่เป็นกรรม .ที่เค้าว่า กายกรรม.จิตอาศัยกายกรรม ก็ไม่รู้จักที่จะทำกายกรรมทำให้เป็นกายบุญ .
ในเมืองไทยก็มีหลายพระองค์ ที่ท่านก็อยู่มาตั้งแต่ สมัยต้นพุทธกาย มีองค์หนึ่ง ท่านก็เล่าให้ฟัง ว่าท่านมาอยู่ในถ้ำริมแม่น้ำ แต่น้ำไม่เข้าไปในถ้ำ ภายในถ้ำก็ เหมือนแก้ว ส่องสว่าง ไม่มืดมิด ..ก็มีคนธรรพ์ มากราบไหว้ท่าน . ในทิเบตหิมาลัย ที่ญี่ปุ่นท่านเล่า ฉันอยู่ในถ้ำภูเขาไฟ .ให้ฟัง เรื่องราวหินละลาย เรื่องราวความร้อน ที่จะทำให้ภูเขาไฟระเบิด ว่าทะลุฟ้า .แต่ก็ไม่กระทบตัวท่านหรอก . เรื่องของพระอุปคุต ท่านก็เล่าว่า ปกติฉันไม่มีภาระอะไร ก็ไม่ได้ไปไหน .ก็อยู่ในถ้ำใต้ท้องทะเล น้ำไม่เข้ามาในถ้ำ
..บางพระองค์ ก็บอกว่า ฉันอธิษฐานอยู่จนครบห้าพันปี พยุงศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามที่ท่านอธิฐานไว้ .พอเรียนรู้เรื่องราวศาสนา ได้รู้จักเรื่องราวของจิต ที่ต้องมาเกิด เรื่องราวของการมาฟังธรรม .ของหูทิพย์ตาทิพย์ การอนุโมทนา .เรื่องบุญกุศลล
. ที่ไหนมีการสอนธรรม มีพระมาสอนธรรม ..หูทิพย์ตาทิพย์ ท่านก็มาฟัง ..เพราะต้องลงมาเกิด เมื่อหมดบุญพยุงกายบุญ .ก็ลงมาเกิดอาศัยกายมนุษย์ .มาสร้างบุญกุศล ผู้ที่มาจากที่สูงๆ พอมาอาศัยกายมนุษย์ ท่านก็สร้างบุญกุศลบารมีต่อได้เลย .ส่วนมากท่านจะไปเกิดในสถานทีใกล้เมือง ปฏิบัติธรรมของท่านไม่วุ่นวายเรื่องราวของโลก วุ่นวายด้วยอารมณ์โลภโกรธหลง .ก่อให้มีเวรกรรม .ใช้ชีวิตทำมาหากินเพียงประทังสังขาร เพื่อนำกายมาสร้างบุญกุศลบารมี สะสมไปธาตุทั้งสี่.เมื่อได้กายพ่อแม่เป็นมนุษย์
เรื่องราวของพระอรหันต์ เป็นเรื่องราว บ้างก็ว่า ท่านเข้านิพพานไปแล้ว ..โน้น. จะเข้าแดนพระนิพพานได้ กายต้องเป็นแก้วบริสุทธิ์ .คือ ธาตุทั้งสี่ที่ประกอบกาย สะอาดบริสุทธิ์ หมดจดจริงๆ
เรื่องราวที่ว่า เกิดมาได้กายพ่อแม่เป็นมนุษย์ พบศาสนา .เราก็นอบน้อม สร้างบุญกุศลปฏิบัติธรรมขึ้นมา กายมันเจ็บได้ ทุกข์ทรมานได้ เราก็ฝืนปฏิบัติธรรมขึ้นมา .ด้วยความหมั่นเพียร .เราก็จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรียกว่า .ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ฝากไว้กับดินฟ้าอากาศ .นั่นก็เป็นเรื่องราวที่พระสมัยต้นพุทธกาล ท่านบอกกล่าวให้ฟัง
. เวลาท่านมาสอนท่านบอกว่า .ฟังธรรม ก็ให้ไปทบทวน แล้วปฏิบัติธรรมสร้างบุญกุศลขึ้นมา .มาฟังเพื่อรู้จำ .ก็ทิ่งๆขว้าง .ก็อย่ามากันเลย เสียเวลา ทำมาหากิน..ไปสร้างอารมณ์กรรม .ไม่ได้ประโยชน์อะไรให้แก่จิตของเอง เวลาที่เค้าให้กายมนุษย์มา..มันมีเวลาน้อย ที่มีอาการครบสามสิบสอง สามารถปฏิบัติธรรมได้ ..เมื่อแก่เจ็บ ..มันฝืนสังขารกรรมไม่ได้ ที่จะปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ จิตมันยึดกาย ห่วงกาย .พอกายเจ็บ กายทุกข์ ..จิตมันยึดทุกข์ . ไม่มีกำลัง ที่จะละฝืนสังขารกรรมได้
ไอ้ตัวว่า สังขารกรรมมันเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้เสียด้วย เหมือนที่หมอเอาเข็มมาจิ้ม เค้าบอกว่า ไม่เจ็บๆ เค้าพูดได้ เพราะเค้าไม่ได้ถูกเข็มจิ้มแทง..กลับกัน เราเอาเข็มจิ้มหมอ แล้วบอก .ก็บอกว่า ไม่เจ็บหรอกหมอ..
โฆษณา