Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
5 ม.ค. เวลา 18:00 • การเมือง
คืนสุรินทร์ให้คนไทย
"ชาติของเรา เป็นไทยอยู่ได้
จนถึงตัวเราคนหนึ่งนี้
ก็เพราะบรรพบุรุษของเรา
เอาเลือด! เอาเนื้อ! เอาชีวิต!
และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้!
เราต้องรักษาชาติ! เราต้องบำรุงชาติ!
เราต้องสละชีพเพื่อชาติ!”
"ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อ
ชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ
ผไทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ
แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทย
ทวีมีชัยชโย"
นอกจาก F-16 แล้ว Gripen ยังมีโอกาสโจมตีต่อเป้าหมายในสงคราม 20 วันเมื่อเดือนที่แล้ว
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อเสียงเพลงชาติดังขึ้นหลังจบคำปฏิญาณ ความเป็นไทยได้รูปธรรมในขณะที่ธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาบนเนิน 350 ที่นี่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในสงครามที่ผ่านมา ซึ่งแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อและความกล้าหาญ บัดนี้ที่นี่และที่อื่นๆในจังหวัดสุรินทร์เป็นที่ทหารไทยสามารถประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการแล้ว เรื่องราวของความสำเร็จนี้เป็นมาอย่างไร จะน่าติดตามมากน้อยเพียงใด ไปติดตามกันนะฮะ
พ.ศ.2568 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ถือหนึ่งในเป็นจุดที่มีการปะทะอย่างดุเดือดและยืดเยื้อ เนื่องจากมีการรุกล้ำอธิปไตยมานานนับสิบปี กองทัพไทยได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อผลักดันกองกำลังต่างชาติออกจากพื้นที่สำคัญ เช่น ปราสาทตาควาย เนิน 350 ปราสาทคนา และช่องระยี เพื่อมอบพื้นที่ทำกินและอธิปไตยคืนให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ชาวสุรินทร์และชาวไทยทั้งประเทศ
ไปดูกันที่แรกสมรภูมิปราสาทตาควาย ในอดีตเมื่อหลายพันปีล่วงมาแล้วปราสาทตาควายในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์เคยเป็นโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ แต่ทว่าที่นี่ได้กลายเป็นสมรภูมินองเลือดท่ามกลางไฟสงครามครั้งใหม่เนื่องจากทหารกัมพูชาแฝงตัวเข้ามาใช้ตัวปราสาทเป็นบังเกอร์และตั้งฐานที่มั่นทางทหาร
ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักสากลในการใช้โบราณสถานเพื่อการสู้รบ ดังนั้นเมื่อเทียบกับกองทัพไทยแล้ว จะพบว่ากองทัพไทยรู้จักว่าที่ใดควรสถาปนาเป็นที่ตั้งทางทหาร ที่ใดไม่ควรสถาปนาเป็นที่ตั้งทางทหาร เรื่องนี้ทหารไทยเรารู้ดี
ในการโจมตีข้าศึกที่เนิน 350 เครื่องบินโจมตี AT-6TH ก็ได้มีโอกาสร่วมรบกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ในการสนับสนุนทหารบกด้วยเช่นกัน
เมื่อมีการดัดแปลงพื้นที่ให้เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยของฝ่ายกัมพูชา ข้าศึกได้วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เช่น PMN-2 ไว้รอบตัวปราสาทอย่างหนาแน่น ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะจากการเหยียบระเบิดขณะเข้าเคลียร์พื้น
"เอ่อจ่า มันเสียขาไปแล้ว" ทหารกัมพูชาระดับผู้หมวดพูด "นายครับ พวกเสียมมันติดกับดักเราแล้ว ต่อไปท่านฮุน เซน ท่านฮุน มาเน็ต จะต้องชื่นชมเราแน่ๆ" ทหารกัมพูชายศร้อยโทคนเดิมพูดต่อ "เอามันให้เละไปเลย เห็นแล้วสะใจจริงๆ" จากนั้นก็หัวเราะแล้วจิบเหล้าต่อ ในพื้นที่ทางทหารที่ปราสาทตาควาย
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "บู้มมมมมมมม!" "หมอบบบบบๆ!" ทหารไทยนายหนึ่งตะโกนให้ทำหารชาติเดียวกันหมอบหลบระเบิดที่ยิงมาตกพื้นที่การปะทะ "ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" หลังหมอบไปแล้วเสียงปืน M16 ก็ดังลั่นท่ามกลางควันจากการบิงปะทะอันดุเดือด
ควันดำๆบนเนินอันเป็นที่ตั้งของปราสาทตาควายมองเห็นได้ไกลหมู่บ้านที่ประชาชนเคยอยู่มาก่อน แต่กลับกลายเป็นหมู่บ้านร้างเพราะสงครามได้ปะทุขึ้น และแล้วในวันที่ 15 ธันวาคมพ.ศ.2568 ทหารไทยสามารถบุกยึดปราสาทตาควายคืนมาได้สำเร็จ และทำการปักธงชาติไทยเหนือตัวปราสาทเพื่อประกาศเอกราชเหนือพื้นที่ดังกล่าว
"ผบ.เด็จ" พลตรี เสด็จ อาคะจักร หนึ่งในวีรบุรุษผู้พิชิตเนิน 350
เมื่อยึดปราสาทตาควายเนิน 350 เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่อยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย มีลักษณะเป็น "จุดสูงข่ม" ซึ่งทหารฝ่ายใดที่ครอบครองพื้นที่นี้จะสามารถตรวจการณ์และควบคุมความเคลื่อนไหวรอบปราสาทได้ทั้งหมด การต่อสู้อันเด็ดเดี่ยวของทหารไทยนั้นต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายกัมพูชาที่ขุดคูเรตและสร้างบังเกอร์คอนกรีตเสริมเหล็กอย่างแน่นหนา
"ปังๆๆๆๆๆๆๆ!" "วี๊ดดดดดดดด บึ้มมมมมมมม!" "ปังงงงงงงง! ปังงงงงงง!" เสียงกระสุนเสียงระเบิดที่ดังขึ้นทำให้ผืนป่าอันเงียบสงบกลายเป็นป่าที่ชุลมุนกว่าเดิม จะมีใครรู้หรือไม่ว่าทหารไทยที่เป็นทั้งสามี เป็นลูกชาย เป็นหลานชาย เป็นน้องชาย เป็นพี่ชาย เป็นพ่อ หรือจะเป็นอะไรต่ออะไรต่างก็ต้องจับปืนเข้าต่อสู้
แต่ใครจะไปคิดว่าท่ามกลางเสียงปืนเสียงระเบิดในสมรภูมินี้มีการสูญเสียครั้งสำคัญ คือ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคนหรือจ่าเริงและ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือพลทหารวุ้น ซึ่งพลทหารนายนี้ได้พลีชีพขณะพยายามบุกเข้าตีข้าศึก ในขณะที่จ่าเริงก็นำธงชาติไทยที่นำมาทำเป็นผ้าคลุมราวกับซูเปอร์แมนพยายามยิงต่อสู้ระหว่างที่จะไปปักธงไตรรงค์บนยอดเนิน สุดท้ายท่านก็ได้เสียชีวิตในสนามรบจนกลายเป็นหนึ่งในวีรกรรมที่ควรสดุดี
จนกระทั่งในวันที่ 20 ธันวาคมปีเดียวกัน กองทัพบกไทยได้ร้องขอการสนับสนุนทางอากาศจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยมาทิ้งระเบิดใส่ถนนเพื่อปิดการส่งกำลังบำรุงและยิงปืนใหญ่ตัดเส้นทางขึ้นมาเติมกำลังพลจนในที่สุดจึงสามารถยึดเนิน 350 ได้เบ็ดเสร็จ
"ฟ้าววววววววววว!" "บู้มมมมมมมมมม!" เสียงเครื่องบิน F-16 บินผ่านสุรินทร์หลังเสร็จภารกิจที่เนิน 350
F-16 กองทัพอากาศไทย
พื้นที่ต่อมาคือที่ช่องระยีในอำเภอกาบเชิง เป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการรุกล้ำพื้นที่ลึกเข้ามาถึง 500 เมตร โดยกัมพูชาใช้วิธีตีเนียนให้ชาวบ้านเข้ามาปลูกมะม่วงและทุเรียนเป็นสวนบังหน้าฐานทหารมานานกว่า 10 ปี
ในยามเย็นของวันหนึ่งทหารไทยได้เดินลาดตระเวนเข้ามาด้วยกำลังที่ไม่ใหญ่มากนักในพื้นที่สวนแห่งนี้ "พี่ นี่มันสวนมะม่วงชัดๆ" พลทหารนายหนึ่งของฝั่งไทยพูด "พวกเอ็งระวังไว้ นี่มันไม่ใช่สวนชาวบ้าน มันอาจเป็นฐานที่มั่นทางทหารก็ได้" นายทหารยศจ่าสิบเอกฝั่งไทยเตือนให้ระมัดระวัง "พี่ว่าเราไม่ควรจะประมาท ถ้าประมาทเราตาย!" เสียงจ่าพูดจบไม่ทันไรก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา
"แฟ้ดดดด!" "แฟ้ดดดด!" "แฟ้ดดดด!" "ตู้มๆๆๆๆๆๆ!" เสียงจรวด BM-21 ของกัมพูชา
ในขณะที่ทหารไทยกำลังทำหน้าที่อย่างสมเกียรติพื้นที่นี้ถูกถล่มด้วยจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชากว่า 100 ลูก แต่ทหารไทยได้เปิดปฏิบัติการสวนกลับด้วยกำลังทหารและใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มฐานทหารที่ซ่อนอยู่ในสวนมะม่วงจนฝุ่นตลบ
"ปังงงงงงงงงงง!" เสียงปืน M16 ดังสะเทือนป่าทำให้ทหารไทยมีขวัญกำลังใจขึ้นมา สไนเปอร์พรางตัวเข้ากับพื้นที่สวนเเล้วยิงออกไป "ปังงงงงงงง!" ส่วนทหารปืนใหญ่ไทยก็ได้เตรียมการยิงตอบโต้ตามคำสั่งหน่วยเหนือ "เตรียมยิง!" ทหารไทยนายหนึ่งสั่งจากนั้นลูกน้องขานตามแล้วยิวออกไปเสียงดัง "ตู้มมมมมมมม!"
นี่ไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง นี่คือเสียงแห่งการทวงคืนดินแดนต่างหากจากฝีมือทหารไทย จนกระทั่งวันที่ 29 ธันวาคม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 ได้ทำพิธีเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาที่ช่องระยี เพื่อสถาปนาพื้นที่ความมั่นคงให้กลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง
ธงชาติไทยบนปราสาทคนา
ในพื้นที่สุรินทร์ยังมีศึกรถถังที่ไม่ได้มีแค่ในหนัง มันได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ในการสู้รบครั้งนี้ โลกต้องจับตามองการดวลกันระหว่างรถถังรุ่นคลาสสิกจากยุคสงครามเย็น มวยคู่เอกเป็นการปะทะกันระหว่าง M48A5 ของกองทัพบกไทยกับ T-55 ของกองทัพบกกัมพูชา แม้จะเป็นรถถังยุคเดียวกัน แต่ไทยมีชัยชนะอย่างขาดลอย 4 ต่อ 0
เมื่อเทียบกันแล้วพบว่ารถถัง M48A5 ของกองทัพบกไทยผ่านการอัปเกรดระบบควบคุมการยิงแบบดิจิทัล มีเครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์และกล้องตรวจจับความร้อน ทำให้เห็นก่อน ยิงก่อน และแม่นยำกว่า แม้ในระยะ 2 กิโลเมตร
ณ ชัยภูมินี้ทหารม้าไทยใช้ยุทธวิธี Hull Down โดยจอดรถถังอยู่บนเนินสูง พรางตัวมิดชิดและโผล่มาเฉพาะป้อมปืน ทำให้รถถังฝ่ายกัมพูชาหาเป้าหมายได้ยากและถูกยิงทำลายจนไฟลุกท่วม
ในสงครามครั้งนี้ที่จังหวัดสุรินทร์มีสมรภูมิสำคัญที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้คือการทวงคืนปราสาทคนาหรือปราสาทหนองคนา แล้วแต่จะเรียก ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเก่าแก่ที่ไทยค้นพบมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2544 แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กองกำลังกัมพูชาได้รุกล้ำเข้ามาสร้างฐานที่มั่นและบังเกอร์อย่างหนาแน่น
2
"ตู้มมมมมมมมมม!" เสียงระเบิดจากการเก็บกู้ก่อนทหารไทยจะบุกปราสาทคนา "ไปเร็ว! วิ่ง!" ทหารผู้หมวดหนุ่มอนาคตไกลนายหนึ่งพึ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้ไม่กี่ปีออกคำสั่งให้ทหารทุกนายพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "วี้ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "บึ้มมมมมมมมม!" ทั้งเสียงปืนและเสียงระเบิดจากทหารทั้ง 2 ฝ่าย ต่างยิงกันจนไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มยิง "ยิงต่อไป อย่าหยุด! อย่าหยุด!'' ผู้หมวดนายนี้สั่งไปยิงไป จนในที่สุดมีลูกระเบิดที่ทหารกัมพูชาขว้างมา จึงกระโดดหลบเข้าหาที่กำบัง "ตู้มมมมมมมมมมมมม!" เสียงระเบิดดังกึกก้องจนหูเขาอื้อ เเต่เขายังมีแรงลุกขึ้นจับปืนประจำกายแล้วสู้ต่อไปจนกว่าสงครามจะจบ
บังเกอร์ทหารกัมพูชาบนเนิน 350
วันที่ 27 ธันวาคมพ.ศ.2568 กองทัพภาคที่ 2 ประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้เบ็ดเสร็จในวันที่ 27 ธันวาคมพ.ศ.2568 ซึ่งเป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงตรง
ในปฏิบัติการครั้งนี้ทหารไทยได้เดินหน้าทำลายสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำอธิปไตยรวมถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการสร้างรั้วลวดหนามปิดเส้นทางบันไดไม้ 1,181 ขั้นที่ฝ่ายกัมพูชาสร้างขึ้นจากฝั่งของตนเพื่อใช้ในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์และเสริมกำลังพลเข้าสู่ฐานที่มั่นบนยอดเขา เมื่อมีการทำรั้วทหารข้าศึกจึงขึ้นมาไม่ได้
1
เบื้องหลังชัยชนะครั้งนี้แลกมาด้วยหยาดเลือดและชีวิตของวีรบุรุษทหารกล้า เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้เสียสละ กองทัพได้สถาปนาชื่อจุดปฏิบัติการแห่งนี้ว่า "ฐานปฏิบัติการเทิดศักดิ์" ตามชื่อของ พลทหาร เทิดศักดิ์ ศรีราชัย ทหารสังกัด ร.23 พัน.3 ที่ได้พลีชีพในสมรภูมิแห่งนี้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมปีเดียวกันขณะปฏิบัติหน้าที่ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งทางครอบครัวของพลทหารเทิดศักดิ์ต่างรู้สึกภาคภูมิใจในการเสียสละอย่างมีเกียรติในครั้งนี้
1
จากการเข้าเคลียร์พื้นที่หลังการยึดคืน ทหารไทยได้รื้อถอนบ้านพักและฐานทหารของฝ่ายกัมพูชา ณ พื้นที่ปราสาทคนา ซึ่งพบหลักฐานสำคัญเป็นชุดชั้นในสตรีและข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ควรมีในสนามรบ นี่จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่าฝ่ายกัมพูชาได้พาครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ภายในฐานทหาร เพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์ ในช่วงการสู้รบ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรมและกฎหมายสงคราม นอกจากนี้ยังมีการตรวจยึดอาวุธและทำลายระบบกระเช้าลอยฟ้าที่ใช้ส่งเสบียงไปยังเนินเขารอบข้างอีกด้วย
เนิน 350 ที่มีเสริมถนนคอนกรีตโดยทหารไทย
ภายหลังการยึดคืนพื้นที่สำเร็จท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางขึ้นไปยังปราสาทคนาเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหาร โดยเบื้องต้นได้มีการนำโบราณวัตถุสำคัญจำนวน 9 ชิ้น เช่น ชิ้นส่วนหน้าบันและเสาประดับ ไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความดีใจและขอบคุณทหารที่รักษาคำสัญญาในการทวงคืนที่ดินอธิปไตยที่ถูกรุกล้ำมานานหลายสิบปีให้กลับคืนสู่ความครอบครองของคนไทยอีกครั้ง
หลังการยึดคืนพื้นที่ของทหารไทยเป็นผลสำเร็จ ชาวบ้านเริ่มทยอยกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยเดิม แม้จะยังมีความหวาดระแวงว่าอาจมีการปะทะรอบที่ 3 ตามมาแต่ภาพการปักธงชาติไทยในทุกสมรภูมิคือเครื่องยืนยันอธิปไตย กองทัพไทยยังคงตึงกำลัง EOD ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อเคลียร์วัตถุระเบิดที่ตกค้างในไร่นา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำเกษตรกรรมบนแผ่นดินเกิดได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
สมรภูมินี้เปรียบเสมือนการน้ำดีมาขับไล่น้ำเสีย เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำดีไว้ใช้ทำประโยชน์ เปรียบได้กับทหารไทยที่ไม่ได้ใช้เพียงกำลังเข้าหักหาญ แต่ใช้ทั้งชัยภูมิที่เหนือกว่าและเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า เพื่อปิดเกมและทวงคืนแผ่นดินที่เป็นของตนเองกลับคืนมาอย่างเบ็ดเสร็จ
ธงไตรรงค์ที่พร้อมโบกสะบัดที่ช่องระยี
สำหรับเนื้อหาที่นำเสนอในวันนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด บทความสร้างขึ้นจากเรื่องจริงเพื่อเชิดชูวีรกรรมของทหารกล้าทุกนายที่เสียสละจนสามารถปกป้องและยึดคืนพื้นที่จังหวัดสุรินทร์กลับมาได้อีกครั้ง ผู้เขียนเชื่อว่าบทความนี้จะเป็นเรื่องเล่าที่ควรค่าแก่การจดจำได้ไม่มากก็น้อย สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
นาวาอากาศตรี ศรัณย์ เศวตศิลา
Tanapol Arunwong
Suphachip Nata
Thai Burmar Railway ทางรถไฟสายมรณะ
Yotsawat Ngamsangsa
Thai Military News
อส.แฟนเพจ
ไทยรัฐทีวี
นที กลับศรี
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
กัมพูชา
สงคราม
การเมือง
บันทึก
1
4
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย