9 ม.ค. เวลา 02:47 • ข่าวรอบโลก

🇹🇭🇺🇸🇨🇳 พันธมิตร "เสือกระดาษ"? เมื่อหมากกระดานใหม่ปี 2026 บีบให้ไทยต้องเลือกข้าง

หากย้อนดูหน้าประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ คือหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย เริ่มต้นจากสนธิสัญญาปี 1833 และแน่นแฟ้นถึงขีดสุดในฐานะฐานกำลังหลักสมัยสงครามเย็น (Manila Pact 1954) จนไทยได้รับสถานะ Major Non-NATO Ally ในปี 2003
แต่ในวันนี้ รายงานล่าสุดจาก Defense News กำลังชี้ให้เห็นว่า "กระดูกสันหลัง" ของพันธมิตรนี้กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก
จนนักวิเคราะห์บางกลุ่มในรายงานระบุว่าเสี่ยงกลายเป็นเพียง "Paper Tiger" (เสือกระดาษ) ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Patrick M. Cronin มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันคือบททดสอบสำคัญของหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาในเอเชีย
1. จุดเริ่มต้นของรอยร้าว: จากรัฐประหาร 2014 ถึงอิทธิพลมังกร
ความร้าวฉานเริ่มชัดเจนหลังการรัฐประหารปี 2014 เมื่อสหรัฐฯ เลือกตัดความช่วยเหลือทางทหารเพื่อกดดันไทย ทำให้รัฐบาลไทยหันไปเปิดประตูรับปักกิ่งอย่างเต็มตัว
อาวุธจากจีน: ในช่วงปี 2016-2022 จีนขายอาวุธให้ไทยมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านดอลลาร์ (มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 2 เท่า) ตั้งแต่รถถัง ระบบเรดาร์ ไปจนถึงโครงการเรือดำน้ำ
กรณี F-35: การปฏิเสธขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ไทยในปี 2023 ถูกวิเคราะห์โดย Emma Chanlett-Avery ว่าเป็นสัญญาณความไม่ไว้ใจเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะความกังวลว่าไทยอาจไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าถึงฐานทัพในยามเกิดความขัดแย้งในภูมิภาค
2. วิกฤตเชิงยุทธศาสตร์: "อู่ตะเภา" และทางเลือกที่ลดลง
Zach Cooper จาก AEI ย้ำว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะเสียสิทธิการเข้าถึงฐานทัพอากาศ "อู่ตะเภา" ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อการเคลื่อนทัพระหว่างตะวันออกกลางและเอเชีย หากไทยเอนหาจีนมากเกินไป สหรัฐฯ อาจต้องปรับยุทธศาสตร์ไปทุ่มเทให้กับกลุ่มเกาะในแนวป้องกันแรก (First Island Chain) อย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์แทน
3. หมากแก้เกมปี 2026: สหรัฐฯ ในฐานะ "คนกลางด้านความมั่นคง"
แม้จะมีความกังวลเรื่องสถานะพันธมิตร แต่ Patrick M. Cronin ได้ชี้ให้เห็นมุมมองสำคัญว่าสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทที่จีนยังไม่สามารถทำได้ โดยระบุถึงเหตุการณ์สำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้น
1
การเจรจาหยุดยิง: เมื่อ 27 ธันวาคม 2025 สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเป็นคนกลางหยุดยิง (Ceasefire) ในวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่ง ดร. Cronin เน้นย้ำว่า "นี่คือผลงานที่สหรัฐฯ เป็นผู้ประสานงาน ไม่ใช่ปักกิ่ง" ซึ่งพิสูจน์ว่าบารมีทางการทูตของสหรัฐฯ ยังคงมีผลจริงต่อเสถียรภาพในพื้นที่
1
4. ภารกิจของ "Michael DeSombre" และการเลือกตั้งไทย
จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่ ดร. Cronin ระบุไว้คือการเดินทางมาไทยของ Michael DeSombre ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) โดยเขามองว่า "ด้วยสถานการณ์ที่มีการเลือกตั้งของไทยรออยู่ข้างหน้า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Michael DeSombre
กำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ" การมาเยือนของอดีตทูตที่รู้จักกลไกอำนาจของไทยดีที่สุดในช่วงเวลานี้ จึงถูกมองว่าเป็นจังหวะสำคัญในการติดตามทิศทางยุทธศาสตร์ของไทย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026
⚖️ สรุปเชิงยุทธศาสตร์: ปี 2026 คือปีที่ไทยต้องตัดสินใจ ท่ามกลางรายงานที่ระบุถึงความเปราะบางของพันธมิตรจนถูกเรียกว่า "เสือกระดาษ" แต่การแก้เกมของสหรัฐฯ ผ่านบทบาทคนกลางหยุดยิงและการส่งตัวแทนระดับสูงมาเยือน แสดงให้เห็นว่าอเมริกายังคงให้ความสำคัญกับไทยอย่างยิ่ง อยู่ที่ว่าหลังการเลือกตั้งกุมภาพันธ์นี้ รัฐบาลใหม่ของไทยจะรักษาสมดุลอำนาจระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อ้างอิงและเรียบเรียงจาก:
แหล่งข่าวหลัก: "Thailand’s tilt toward China tests treaty alliance with US" โดย Defense News (5 ม.ค. 2026)
บทวิเคราะห์: ข้อมูลจากบัญชี X ของ Dr. Patrick M. Cronin (Hudson Institute), Emma Chanlett-Avery (Asia Society), Zach Cooper (AEI)
ข้อมูลสนับสนุน: สถิติจาก Lowy Institute และรายงาน IISS (2024)
โฆษณา