Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
10 ม.ค. เวลา 02:42 • ไลฟ์สไตล์
เมื่อ “ความดี” ไม่ใช่ใบผ่านทาง…แต่คือ “คลื่นความถี่” ที่ต้องจูนให้ตรงกัน
ในโลกของการทำงานและความสัมพันธ์ เรามักถูกสอนให้ประเมินผู้คนผ่านสองกรอบใหญ่ คือ ความเก่ง (Competency) และ ความดี (Morality) ราวกับว่าหากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งครบถ้วน ความสัมพันธ์นั้นจะสามารถเดินต่อไปได้อย่างราบรื่นโดยอัตโนมัติ
องค์กรจำนวนมากจึงออกแบบระบบคัดเลือกคนจากเรซูเม่ ผลงาน หรือคุณค่าทางศีลธรรมที่ประกาศชัดเจน ขณะที่ในชีวิตส่วนตัว เราก็มักปลอบใจตัวเองว่า “อย่างน้อยเขาก็เป็นคนดี” หรือ “เขาเก่ง งานออกมาดี” น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการร่วมทาง
แต่ประสบการณ์จริงของคนทำงานจำนวนไม่น้อยกลับบอกเราตรงกันข้าม เราสามารถเจอคนที่ “ดีมาก” หรือ “เก่งมาก” ได้พร้อมกัน และถึงอย่างนั้น การทำงานร่วมกันกลับเต็มไปด้วยความอึดอัด เหนื่อยล้า และการสื่อสารที่ไม่เคยลงล็อก ต่อให้ตั้งใจดีแค่ไหน ผลลัพธ์ก็ยังออกมาไม่สวยงาม
“นี่ไม่ใช่เรื่องของถูกหรือผิด และไม่ใช่คำตัดสินเชิงศีลธรรม หากแต่เป็นเรื่องของ คลื่นความถี่ชีวิตที่ไม่ตรงกัน”
====
“คลื่นไม่ตรงกัน” = ต้นทุนที่ชีวิตมองไม่เห็น
นักจิตวิทยาการสื่อสารอธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่านแนวคิดเรื่อง Cognitive Friction หรือแรงเสียดทานทางความคิด เมื่อมนุษย์ที่มีกรอบคิด (Mindset) จังหวะชีวิต (Pace) และวิธีตีความโลก (Interpretation Framework) ต่างกันมาก ต้องทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกัน ต้นทุนแฝงจะเริ่มสะสมอย่างเงียบๆ โดยไม่ปรากฏใน KPI หรือรายงานใดๆ
สัญญาณเตือนของ “คลื่นไม่ตรง” มักมาในรูปแบบที่คุ้นเคย เช่น
* “คุยแล้วยังไงก็ไม่คลิ๊ก” หรือ “ใช้คำศัพท์เดียวกัน แต่เข้าใจความหมายคนละระดับ” - คนหนึ่งมองเชิงกลยุทธ์ แต่อีกคนยึดเชิงปฏิบัติการ ทำให้การสนทนาวนซ้ำโดยไม่ไปไหน
* “ต้นทุนการสื่อสารสูงผิดปกติ” - เรื่องที่ควรจบในไม่กี่นาที ต้องอธิบายยืดยาวตั้งแต่ฐานความคิด วิธีตัดสินใจ ไปจนถึงเหตุผลเบื้องหลัง
* “พลังงานชีวิตรั่วไหล” - ทุกการประชุมหรือการสนทนาไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจ แต่กลับดูดพลัง จนรู้สึกเหมือนแบตเตอรี่เสื่อมลงเรื่อยๆ
เมื่อค่าใช้จ่ายในการสื่อสารสูงกว่าผลลัพธ์ที่ได้ ความสัมพันธ์นั้นย่อม “ขาดทุน” ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางงาน ทีมงาน หรือชีวิตส่วนตัว และที่สำคัญ ต้นทุนนี้มักไม่ถูกพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่มีใครอยากยอมรับว่า “เราเข้ากันไม่ได้”
====
“กับดักของการฝืนจูน?” เมื่อการปรับตัวกลายเป็นการบั่นทอนตัวเอง
สังคมการทำงานสมัยใหม่ยกย่องคำว่า Adaptability หรือความสามารถในการปรับตัว ซึ่งในตัวมันเองไม่ใช่เรื่องผิด ตรงกันข้าม ความยืดหยุ่นคือทักษะสำคัญของการอยู่รอด
แต่เส้นแบ่งที่อันตรายคือช่วงเวลาที่การปรับตัวกลายเป็นการ Over-adjusting หรือการฝืนจูนตัวเองอย่างต่อเนื่องจนหลุดจากตัวตนเดิม
“หากคุณต้องเขย่งตัวตลอดเวลาเพื่อให้สูงเท่าเขา หรือต้องย่อตัวจนปวดหลังเพื่อให้คุยกับใครบางคนรู้เรื่อง นั่นไม่ใช่การเติบโต แต่คือการฝืนระบบในระยะยาว”
ในทางวิศวกรรม เมื่อป้อนคลื่นที่ไม่สอดคล้องเข้าไปในระบบ ระบบจะสูญเสียพลังงานและเกิดความร้อนสะสม ในชีวิตจริง ผลลัพธ์ของ Dissonance คือภาวะหมดไฟที่มาแบบเงียบๆ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน เพราะสมองลึกๆ ของเรารับรู้แล้วว่า “พื้นที่นี้ไม่ใช่ของเรา” ต่อให้เหตุผลเชิงตรรกะบอกว่าเราควรอยู่ต่อก็ตาม
====
“The Real Deal คือใคร?” คำตอบไม่ใช่คนอื่น แต่คือ “ตัวคุณเอง”
บทเรียนสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่การตัดสินว่าใครควรไปหรือควรอยู่ แต่คือการหันกลับมามองที่สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ 100% นั่นคือ “ตัวเราเอง”
ในวันที่สัญญาณรอบตัวรบกวน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การพยายามปรับคนอื่น แต่คือความชัดเจนของเครื่องส่งสัญญาณภายในของเราเอง
* “สวมหมวกให้ถูกใบ” = เข้าใจบทบาท จุดแข็ง และข้อจำกัดของตนเองอย่างซื่อสัตย์ ไม่พยายามเป็นในสิ่งที่สภาพแวดล้อมนั้นต้องการเพียงอย่างเดียว
* “นั่งเก้าอี้ให้ถูกตัว” = เลือกสภาพแวดล้อมที่คลื่นของเราสามารถ Resonate หรือสั่นพ้องและขยายพลังได้ ไม่ใช่ถูกดูดกลืน
การพึ่งพาตัวเองในความหมายนี้ ไม่ใช่การตัดขาดจากผู้คน แต่คือการยืนได้ด้วยตัวเอง มีหลักภายในที่มั่นคง และเลือกความสัมพันธ์อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่ด้วยความคาดหวังเชิงศีลธรรมลอยๆ
เราไม่ได้เลือกคนเพราะเขา “ดี” หรือ “ไม่ดี” แต่เพราะเขา ลงล็อกกับภาพชีวิต จังหวะการตัดสินใจ และพลังงานที่เราอยากรักษาไว้
====
So,…
* อย่าเสียเวลากับการโทษตัวเอง หรือโทษอีกฝ่าย เมื่อจูนกันไม่ติด บางครั้งมันอาจเป็นเพียงเรื่องของคลื่นที่เดินคนละระนาบ โดยที่ไม่มีใครผิดเลย
* หน้าที่ของคุณไม่ใช่การเป็นเสาสัญญาณที่รับได้ทุกคลื่น แต่คือการเป็นสถานีที่ส่งสัญญาณชัด แข็งแรง และซื่อสัตย์กับตัวเองที่สุด
* และเมื่อสัญญาณของคุณชัดเจนพอ คนที่มีคลื่นความถี่เดียวกัน จะค่อย ๆ ปรับจูนเข้ามาเอง
#วันละเรื่องสองเรื่อง #LifeFrequency #SelfReliance #TheRealDeal #RelationshipDynamics #CognitiveFriction
วัฒนธรรมองค์กร
การทำงาน
ทักษะการทำงานยุคใหม่
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย