14 ม.ค. เวลา 02:41 • ความคิดเห็น
เรื่องราวของการอโหสิกรรม นั้น มันมีเรื่องราว ที่ว่า การบันทึก เก็บสะสม ที่ว่าดีก็บันทึก ชั่วก็บันทึก ด้วยตาหู หรือวิญญาณทั้งหก ที่มีอารมณ์ ดูดจิต ไปยึดถือ ..มีอารมณ์นึกคิดต่างๆไหบมาเทมา สิ่งที่บันทึกอยู่ธาตุทั้งสี่นี้ สะสมกรรมอยู่ในกายที่ธาตุทั้งสี่ประกอบขึ้นมา เป็นสิ่งที่ว่า เนื้อนากรรม ให้จิตได้อาศัย
เราก็มีเรื่องราว ที่ค่อยได้เรียนรู้ ในยามที่ร่างกาย เจ็บป่วย ก็อาศัย ฝืนกายที่เจ็บป่วย ที่มีสภาพที่เค้าเรียกว่า สังขารกรรม กายกรรม .สิ่งที่ได้รับรู้ เมื่อเราปฏิบัติรวบรวมสมาธิ ให้จิตเป็นหนึ่ง .ก็ปรากฏภาพ ในสิ่งที่เค้าเรีนกว่า ดินฟ้าอากาศ พระแม่พระธรณี พระแม่พระคงคา พระแม่พระเพลิง พระแม่พระพายเป็นสักขีพยาน เก็บเรื่องราวของกรรมทั้งดีชั่วมาแสดงภาพ หรือ ว่า Replay ให้เราดู ใช้กายวาจาใจ อย่างไร ..ในขณะที่มีภาพ .สังเกตจิตจะเฉยนิ่งเฉย ไม่มีอะไรปรุงแต่ง
เมื่อได้เห็นภาพที่บันทึกสะสมกรรมมา เราก็ทำบุญ ให้กับผู้ที่เร่ไปสร้างให้เกิดคำว่า เจ้ากรรมนายเวร บางทีเราก็ไปทำเค้าทุกข์ทรมานทั้งชีวิตเข่นไปทำให้เค้าเป็นขันที . ถูกตัด . .ทรมานทั้งชีวิต สูญเสียความเป็นชายชาตรี แล้วยังมีเรื่องราวไปทำร้าย ขืนใจสตรีอีก . พอไปเห็นอย่างนั้น . เราก็ค่อยได้เรื่องรู้เรื่องเจ้ากรรมนายเวร สิ่งที่เราไปทำเค้า มันก็มาเกิด .ในกายกรรมที่จิตเราอาศัยอยู่ กายกรรม.ที่เกิดขึ้น .ก็ทำให้เจ็บป่วยทุกข์ทรมาน เคยไปทำเค้า ร่างกายเค้าตรงไหน ทรมานใจเค้าที่ใด ก็จะมาเกิดขึ้นที่ตัวเราเอง
สิ่งที่เราไปทำเค้าทุกข์ทรมานแสนสาหัส หรือ ฆ่าเค้าตาย ก็ย่กที่เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม เหมือนเจ็บใจลึก . ว่าเจอะเตอกันเมื่อไหร่ เองทำข้าตาย ข้าก็จะจองเวร ทำเอ็งให้ตายเหมือนกัน เราก็มีเรื่องราวเจ้ากรรมนายเวร ทีเค้าไม่ยอมอโหสิกรรม .กว่าจะยอมอโหสิกรรม ก็ทั้งทำบุญทำทาน ปฏิบัติธรรม .ส่งบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วที่ยาก ก็เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม แต่ธาตุทั้งสี่ ยังไม่อโหสิกรรม บางเรื่องมันก็เหมือน มีดที่แทงเข้าไปในเนื้อหนัง ชักมีออกไปแล้ว . แต่กว่าแผลจะหายเป็นปกติ ก็ต้องใช้เวลา ..
แม้เรื่องราวที่เราฆ่าเป็ดไก่ เอาเนื้อน้ำเลือดน้ำหนองเค้ามากินหล่อเลี้ยงกาย . จิตที่อยู่ในสังขารกรรม เค้าก็ต้องชดใช้กรรม เราไปตัดรอนชีวิตเค้า .เค้าจองเวร รักชีวิตเค้า ที่ว่า ข้าพเจ้าอยู่ในสังขารกรรม กำลังชดใช้กรรมอยู่ ท่านมาฆ่าชีวิตเราเสียก่อน ท่านก็ต้องมีกรรม ท่านกินน้ำเลือดน้ำหนองของสีงขารกรมที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ . ท่านกินแล้ว ท่านใช้กายนั้นไปสร้างกรรม หรือ สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม
เรื่องอโหสิกรรม นั้น .มันก็เป็นเรื่องยาก ที่จะยอมกันได้ ก็ด้วย อารมณ์ทิฐิ ต่างที่เกิดขึ้นในตัวตน ไม่สามารถที่ตะคลี่คลายกรรม นั้นได้ เจ้ากรรมนายเวร ก็ไม่ยอม ธาตุทั้งสี่ก็แก้ไขไม่ได้ .เมื่อธาตุทั่งสี่แก้ไขไม่ได้ กายนี้ก็ปรุงแต่งไปตามวาระหนักเบาของกรรมที่เกิดขึ้น .เรื่องกรรม เต้ากรรมนายมันมองเห็นเสียด้วย .จะว่า มันเกิดขึ้นที่กายของจิตที่อาศัย ยึดกายนี้อยู่ .เป็นเหมือนบ้าน .ก็ต้องดูแลกันเองละกัน
ที่เค้าว่า จิตแต่ละดวงควงกรรมมาเกิดอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ .จะแก้ไข .กรรมให้เป็นอโหสิกรรม หรือไม่แกไข ก็อยู่ที่จิตดวงนั้นเอง กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา อัพพยกตาธัมมา ทำมากันเองทั้งนั้น
สิ่งที่เค้าเรียกว่า ปฏิบัติธรรมขึ้นมารวบรวมจิตให้เป็นหนึ่งได้ เราก็จะค่อยๆได้เรียนรู้ เรื่องราวอดีตที่เคย สร้างกรรมมา เคยเกิดมา เกิดตายๆ เกิดแต่ละชาติสร้างกรรมอะไรบ้าง แล้วกรรมที่ทำไว้ เคยทำไว้ ก็มาเกิดที่กายกรรม ที่จิตเราอาศัยอยู่ เราก็ต้องอาศัยกายกรรม นี้ไปจนหมดลม . แล้วยังต้องเดินทาง ไป..มีสังขารกรรมต่อไปอีก..ต่อไปเรื่อย นับชาติเกิดไม่ได้เลย นับเวลาไม่ได้เลย .ในคำว่า ทุกข์ .เกิดตายๆ อยู่ร่ำไป
มีพระที่เรานับถือ ท่านบอกว่า เมื่อเราไม่รู้ เราก็เรียนรู้ขึ้นมา .ทำให้มันรู้ขึ้นมา .ด้วยกายด้วยจิตของตนเอง.
โฆษณา