ความคิดเห็นบนคำถาม

ทำไมคำว่าอโหสิ พอฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนโยนความรับผิดชอบมาที่เรา ?
14 ม.ค. เวลา 01:26 • ความคิดเห็น • 10 คำตอบ
เหมือยเป็นไพ่ใบสุดท้ายของอีกฝ่าย ถ้าเราไม่อโหสิให้บาปนะ กล้าเหรอ รู้สึกงี้จริงๆ ทำกับเราไว้เยอะจะอโห... ดูเพิ่มเติม
คำตอบ (10)
  • ก็ไม่ต้องอโหสิกรรมให้ เพราะการแค่เอ่ยวาจา มันก็ไม่มีผลเพราะคุณยังไม่สบายใจที่จะยกโทษให้
  • คำว่า “อโหสิ” ฟังดูเหมือน
    คำสวยงาม สงบ สั้นๆสูงส่ง
    แต่เหตุผลที่มันแทงใจได้แรง ไม่ใช่เพราะความหมายตรง
    หากเพราะตำแหน่งที่มันยืน...
  • ขออโหสิ ก็เหมือนๆ กันกะ ขอโทษแหล่ะค่ะ
    จะต้องยินยอมพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย ถึงจะลุล่วงกันไป
    หากถ้าไม่ยกโทษ หรืออโหสิให้ ก็เหลือแค่ผูกกรรมกันไว้ รอการเอาคืนภายหลัง แค่นั้นล่ะค่ะ...
  • อโหสิกรรม เป็นคำร้องขอจากคู่กรณีโดยตรง ผู้ร้องขอย่อมที่จะเข้าใจและเคารพการตัดสินใจจากคู่กรณี
  • ทุกอย่างมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูด แต่นั่นไม่ได้หมายถึงคำพูดไม่สำคัญ หากคำพูดดีแล้ว การกระทำดีตามหรือไม่ พูดจาส่งเดชปัดความรับผิดชอบ หรืออะไร ใช้วิจารณญานค่ะ มันอยู่ที่คุณ
  • เชื่อมั่นในคำสอนพระศาสดาเถอะ
    สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม
    แรงใดในโลกเสมอด้วยแรงกรรมไม่มี...
  • สิทธิแห่งจิต แห่งใจ
    นั่นแล้วแต่คุณในแต่ละคนคน
    ส่วนคนที่มาขออโหสินั้น
    ภายในจิตก็ต้องเป็นของแท้ด้วย...
  • เรื่องราวของการอโหสิกรรม นั้น มันมีเรื่องราว ที่ว่า การบันทึก เก็บสะสม ที่ว่าดีก็บันทึก ชั่วก็บันทึก ด้วยตาหู หรือวิญญาณทั้งหก ที่มีอารมณ์ ดูดจิต ไปยึดถือ ..มีอารมณ์นึกคิดต่างๆไหบมาเทมา สิ่งที่บันทึกอยู่ธาตุทั้งสี่นี้ สะสมกรรมอยู่ในกายที่ธาตุทั้งสี่ประกอบขึ้นมา เป็นสิ่งที่ว่า เนื...
  • อาจเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่เข้าใจการอโหสิกรรมจริงๆ จึงรู้สึกแบบนั้น
    ฝ่ายที่ขออโหสิกรรม ต้องสำนึกถึงความผิดที่ตนทำอย่างจริงใจ และพร้อมสารภาพผิด แก้ไข ชดเชยให้อีกฝ่ายหากทำได้หลังจากนั้นจึงขออโหสิกรรมต่อกัน...
  • แท้จริงแล้วการอโหสิกรรม
    เป็นไปเพื่อเราทันทีที่เรากล่าว
    คำนี้คนแรกที่จะคลายจากความรุ่มร้อน
    ก็คือเราเราไม่ได้ทำเพื่อใครแต่เพื่อรักษาใจของเรา...
    1