เมื่อวาน เวลา 05:54 • ความคิดเห็น
คำว่า “อโหสิ” ฟังดูเหมือน
คำสวยงาม สงบ สั้นๆสูงส่ง
แต่เหตุผลที่มันแทงใจได้แรง ไม่ใช่เพราะความหมายตรง
หากเพราะตำแหน่งที่มันยืน
อยู่ในความสัมพันธ์นั่นแหละ
“อโหสิ” แปลว่า ยกโทษให้
แต่การยกโทษให้ต้องตั้งอยู่
บนสมมติฐานหนึ่งก่อนเสมอ
คือมันมีความผิดเกิดขึ้นแล้ว
นั่นคือเหตุผลที่คนฟังรู้สึก
เหมือนโดนโยนความรับผิด
แม้ตนเองจะยังไม่ยอมรับว่า
“ผิด” หรืออาจไม่ผิดเลย
มุมคิดที่ต่างและลึกคือ
“อโหสิ” ไม่ได้ลบความผิด
แต่มันตรึงความผิดไว้แล้ว
เดินจากไปอย่างสงบ
ผู้พูดอยู่ในสถานะของ “ผู้ให้อภัย”
ซึ่งโดยโครงสร้างทางอำนาจ
สูงกว่าผู้ถูกให้อภัยทันที
แม้จะไม่ได้ตั้งใจเหนือกว่า
อีกชั้นหนึ่งที่น่าคิดพิศวง
คือคำนี้มักถูกใช้ตอนที่บท
สนทนาไปต่อไม่ได้แล้ว
มันไม่ใช่สะพานแต่เป็น
พิธีปิดฉากอย่างสุภาพ
เรียบร้อยไม่เปิดพื้นที่
ให้โต้แย้ง
สำหรับคนฟังความรู้สึกจึง
ไม่ใช่ “โล่งใจ”แต่คือ
ฉันถูกตัดสินเสร็จเรียบร้อย
แล้วโดยไม่มีสิทธิ์อธิบาย
ดังนั้น “อโหสิ” จึงไม่เจ็บเพราะ
มันแรงแต่มันเจ็บเพราะมัน
จบทุกอย่างอย่างฝ่ายเดียว
และในความสัมพันธ์การถูก
ปิดบทสนทนาอย่างสงบ
บางทีรุนแรงกว่าการทะเลาะ
เสียอีกครับ
โฆษณา