22 ม.ค. เวลา 03:00 • การศึกษา

🚄 "มารยาทการโดยสารรถไฟในญี่ปุ่น!"

หลายคนคงเคยได้ยินว่า "รถไฟญี่ปุ่น" คือหนึ่งในที่ที่เงียบที่สุดในโลก แม้ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่คนเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก แต่ทำไมไม่มีใครบ่น หรือคุยกันสักคำ?
นั่นเพราะที่นี่มี "กฎเหล็ก" ที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นป้ายบอกชัดเจนเสมอไป แต่มันคือ Common Sense ที่คนญี่ปุ่นยึดถือกันอย่างเคร่งครัด จนกลายเป็นวัฒนธรรมการเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์
สำหรับคนไทยอย่างเรา บางอย่างเราทำที่บ้านเราคือเรื่องปกติ แต่พอไปอยู่บนรถไฟที่ญี่ปุ่น อาจจะกลายเป็น "การสร้างความเดือดร้อน" (Meiwaku) โดยที่เราไม่รู้ตัว!
วันนี้ JapanNote รวบรวม "มารยาทการขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น" สำหรับนักท่องเที่ยวไทยควรรู้ก่อนตีตั๋ว JR หรือ Subway เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่น และเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารักในสายตาเจ้าบ้านค่ะ
สิ่งที่ควรทำ (Do) และไม่ควรทำ (Don't)
1. การใช้เสียง งดใช้เสียง หรือกระซิบให้เบาที่สุด งดคุยโทรศัพท์ หรือคุยกันเสียงดังในกลุ่มเพื่อน
2. การรอคิว ต้องเข้าแถวตามเส้นที่พื้นอย่างเป็นระเบียบ ไม่แซงคิว หรือยืนขวางทางผู้โดยสารที่จะออกจากรถ
3. เบาะที่นั่ง นั่งให้พอดีที่นั่ง ไม่วางของจองที่นั่ง หรือนั่งไขว่ห้างหรือกางขากว้างจนเกินไป เพราะไปกินพื้นที่จะขวางที่ยืนหรือคนที่จะขึ้นลงรถไฟได้
4. เป้และสัมภาระ สะพายเป้ไว้ด้านหน้า หรือวางบนไว้ที่ชั้นวางด้านบน การสะพายเป้ไว้ด้านหลังอาจกระแทกผู้อื่นได้
5. การใช้โทรศัพท์ เปิด "Manner Mode" (ระบบสั่น) เสมอ ไม่เปิดเสียงเรียกเข้า หรือฟังเพลง/ดูคลิปเสียงดัง แม้จะใส่หูฟัง ก็ต้องระวังเปิดระดับเสียงไม่ให้ดังเล็ดลอดออกมา
พฤติกรรมที่ไม่ควรทำในรถไฟญี่ปุ่น
นอกจากนี้ บนรถไฟญี่ปุ่นจะมีที่นั่ง priority seat ( ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า silver seatシルバーシート) สำหรับคนชรา สตรีมีครรภ์ และ ผู้ทุพพลภาพ จะเป็นที่นั่งอยู่มุมใดมุมหนึ่งในทุกโบกี้ ยามที่รถไฟว่าง เราสามารถไปนั่งได้ แต่เมื่อมีบุคคลกลุ่มดังกล่าวขึ้นมา เราจะต้องสละที่นั่งให้
และในรถไฟญี่ปุ่น จะไม่มีการลุกที่นั่งให้กันหรือช่วยถือของ. เพราะบนเหนือที่นั่งจะมีชั้นสำหรับวางของให้อยู่แล้ว บางทีนักท่องเที่ยวคนไทยใจดี เห็นเด็กประถมตัวเล็กๆ ขึ้นมา ก็อยากจะสละที่นั่งให้ แต่กลายเป็นว่าคนญี่ปุ่นจะงง ส่วนใหญ่เด็กญี่ปุ่นเขาถูกฝึกมาให้ช่วยเหลือตนเองได้อยู่แล้ว หากท่านมีบุตรหลานไปด้วย ก็ต้องช่วยดูแลอย่าให้เด็กปีนหรือยืนบนเบาะที่นั่ง หรือส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น
หากทำได้แบบนี้ เท่ากับว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี เคารพกติกามารยาทของเจ้าของประเทศ ไปที่ไหนก็จะได้รับการต้อนรับ และสามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขค่ะ
โฆษณา