Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
18 ม.ค. เวลา 10:50 • ธุรกิจ
📉 ระดับของความผิดพลาด
“คู่มืออ่านเกมชีวิต เมื่อโอกาสไม่ได้มีไว้ให้แก้ตัวซ้ำซาก”
====
เส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “โชคร้าย” กับ “นิสัย” ที่กำหนดอนาคตของคนทำงาน
ในโลกการทำงานและการใช้ชีวิต เรามักได้ยินประโยคปลอบใจที่คุ้นหูอย่าง “ผิดเป็นครู” หรือ “ความล้มเหลวคือบันไดสู่ความสำเร็จ”
ประโยคเหล่านี้ ไม่ผิด แต่ก็ ไม่ครบ
* เพราะในโลกความจริง โดยเฉพาะโลกธุรกิจและองค์กรที่ต้องแข่งกับเวลา คู่แข่ง เทคโนโลยี และความไม่แน่นอน ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดอย่าง เวลา และ ความเชื่อใจ (Trust) มีจำกัดกว่าที่เราคิดมาก
เราไม่ได้มีโควตาให้ “ลองผิด” เรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ต้องจ่ายราคาอะไรเลย?
* ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (Inevitable) แต่สิ่งที่จะตัดสินอนาคตของคนทำงาน ไม่ใช่จำนวนครั้งที่พลาด หากคือ คุณภาพของการเรียนรู้ การปรับตัว และการรับผิดชอบหลังจากนั้น
* หากเราถอดรหัสความผิดพลาดอย่างเป็นระบบ จะพบว่า การพลาดเรื่องเดิมแต่ละครั้ง สะท้อน “รากเหง้าปัญหา” (Root Cause) ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และนี่คือ 3 ระดับของความผิดพลาด ที่จะบอกได้ค่อนข้างแม่นว่า คุณกำลัง “เติบโตเป็นมืออาชีพ” หรือกำลัง “บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง” อย่างเงียบๆ
====
1️⃣ พลาดครั้งที่ 1 = “เหตุสุดวิสัย” (Unforeseen Error)
สมการ: “ความไม่รู้ + ปัจจัยภายนอก = โชคร้าย”
การผิดพลาดครั้งแรกในเรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่ ผู้จัดการ หรือแม้แต่ผู้บริหารระดับสูง
* อาจเกิดจากข้อมูลไม่ครบ สถานการณ์เปลี่ยนกะทันหัน หรือเป็นโจทย์ที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน (Unknown Unknowns)
* ในระดับนี้ องค์กรและหัวหน้างานมักให้อภัยได้ เพราะถือว่าเป็น “ค่าเล่าเรียน” (Learning Cost) ของการเติบโต
* แต่สิ่งที่องค์กรและหัวหน้ามองจริงๆ ไม่ใช่ว่า “คุณพลาดหรือไม่” หากคือ คุณรับมือกับความพลาดนั้นอย่างไร?
สิ่งที่ควรทำในระดับนี้
* ยอมรับความจริงทันที (Acceptance) โดยไม่แก้ตัว ไม่โทษบริบท
* ถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ (Post-Mortem / After Action Review)
* ตั้งคำถามให้ชัดว่า “สัญญาณอะไรที่เรามองข้ามไป?” และ “ครั้งหน้าจะป้องกันอย่างไร?”
หากทำได้ ความผิดพลาดครั้งแรกจะไม่ใช่จุดด่าง แต่จะกลายเป็น สินทรัพย์ทางปัญญา ที่ทำให้คุณเก่งขึ้นอย่างมีทิศทาง
====
2️⃣ พลาดครั้งที่ 2 (เรื่องเดิม) = “ช่องว่างของทักษะและระบบ” (Competence Gap)
สมการ: “รู้แต่ทำไม่ได้ + ระบบไม่รองรับ = ต้องพัฒนา”
เมื่อความผิดพลาดเดิมเกิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง สัญญาณเริ่มชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โชคอีกต่อไป แต่มักอยู่ที่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน
* ความสามารถ (Capability) ยังไม่แข็งพอในสถานการณ์จริง
* กระบวนการ (Process / System) ยังเปิดช่องให้ความผิดพลาดหลุดรอด
คนทำงานในระดับนี้มักพูดว่า “รู้ว่าต้องระวังนะ แต่พอถึงเวลาจริงก็ยังพลาดอีก”
* นี่คือสัญญาณเตือนระดับ สีเหลือง ที่สำคัญมาก เพราะถ้าไม่รีบจัดการ มันจะค่อยๆ เลื่อนระดับจาก “ความพลาด” ไปสู่ “นิสัย” โดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ควรทำในระดับนี้
* ทำ Gap Analysis อย่างซื่อสัตย์ ว่าขาดทักษะหรือประสบการณ์ด้านไหน
* เพิ่มการฝึกฝน หา Mentor หรือใช้ Peer Review เพื่อลด Blind Spot
* สร้าง Checklist, SOP, Dashboard หรือ Automation เพื่อ ล็อกความเสี่ยงเชิงระบบ
องค์กรที่ฉลาดจะไม่ด่วนตัดสินคนในระดับนี้ แต่จะเลือกลงทุนเพื่อ “ปิดช่องโหว่” เพราะนี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาคน
====
3️⃣ พลาดครั้งที่ 3 (เรื่องเดิม) = “ทัศนคติวิกฤต” (Attitude Failure)
สมการ: “รู้แต่ไม่ใส่ใจ + ปล่อยปละละเลย = ทางตัน”
นี่คือระดับที่อันตรายที่สุด และมักเป็นจุดตัดสินชะตาการทำงาน เมื่อคนพลาดเรื่องเดิมซ้ำเป็นครั้งที่สาม ทั้งที่
* รู้บทเรียนแล้ว
* มีเครื่องมือแล้ว
* มีระบบรองรับแล้ว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความไม่รู้ หรือความไม่เก่งอีกต่อไป แต่มันคือเรื่องของ ทัศนคติ ความรับผิดชอบ และวินัยในวิชาชีพ ลึกๆ แล้ว มันสะท้อนว่า
* งานนี้ไม่สำคัญพอในสายตาเขา
* ข้อตกลงไม่ถูกให้คุณค่า
* หรือมี Mindset แบบ “เดี๋ยวก็ผ่านไป”
ในโลกการบริหาร คนที่พลาดในระดับนี้ มักถูกตัดออกจากเส้นทางความก้าวหน้าอย่างเงียบๆ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มี Hard Skills แต่เพราะเขาขาด Soft Skill ที่สำคัญที่สุดของมืออาชีพ คือ Accountability
“ความน่าเชื่อถือ ไม่ได้พังเพราะความผิดพลาดครั้งเดียว แต่มักพังเพราะความไม่ใส่ใจที่เกิดซ้ำๆ”
====
⏳ โอกาส และความเชื่อใจ คือทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
“ชีวิตไม่ใช่เกมที่กด Continue ได้ไม่รู้จบ”
โอกาสก็เช่นกัน มันเหมือนลมที่พัดผ่านหน้าเรา ถ้าพร้อม เราคว้าได้ ถ้าไม่พร้อม มันก็ผ่านไป และสิ่งที่เปราะบางยิ่งกว่าโอกาส คือ เครดิตความน่าเชื่อถือ ที่คนอื่นมีต่อเรา
* พลาดครั้งแรก —> คนยัง เอ็นดู และอยากให้โอกาส
* พลาดครั้งสอง —>คนเริ่ม ลังเล และจับตามอง
* พลาดครั้งสาม —> คนจะ หมดศรัทธา แม้ไม่พูดออกมาตรงๆ
ดังนั้น
* จงกล้าพลาดในเรื่องใหม่ เพื่อการเรียนรู้และขยายขอบเขตตัวเอง
* แต่ อย่าอนุญาตให้ตัวเองพลาดซ้ำซากในเรื่องเดิม
เพราะนั่นไม่ใช่การเรียนรู้ แต่มันคือการย่ำอยู่กับที่ ในขณะที่โลกและมาตรฐานวิชาชีพ เดินหน้าไปไกลกว่าคุณแล้ว
#วันละเรื่องสองเรื่อง #LearningFromFailure #Professionalism #Accountability #GrowthMindset #LeadershipWisdom
วัฒนธรรมองค์กร
ผู้นำ
การเรียนรู้
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย