21 ม.ค. เวลา 05:37 • หนังสือ

#21 9️⃣การเปลี่ยนแปลงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง

บทที่ 1️⃣4️⃣ และตอนนี้ คำถามที่จะเปลี่ยนชีวิต (2) : อะไรกำลังถูกรับรู้❓
💟 ผู้แปล : คุณ♾️อุดม
. . .
. . .
. . .
ถ้าคุณพร้อมที่จะดำเนินต่อ ให้เลื่อนลงไปที่...
WHAT’S BEING WITNESSED❓
#อะไรกำลังถูกรับรู้❓
ตอนนี้เรามาสร้างบทสนทนากันเถอะ ดีไหม?
มาดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณในวันนี้ของชีวิตคุณกัน (เราใช้ตัวอย่าง “สมมติ” แน่นอน เพราะผมไม่สามารถคุยกับคุณโดยตรงตอนนี้ได้... แต่ผมสามารถทำได้ถ้าคุณและผมอยู่ในการประชุมทางไกลแบบกลุ่มตามกำหนดเวลาปกติของเรา...)
ดังนั้นเรามาดูตัวอย่าง “สมมติ” นี้กัน... แต่ในวิธีใหม่ของเรา: เรามาจำกัดการเผชิญหน้ากับช่วงเวลานี้เพียงแค่สิ่งที่ถูกรับรู้ แทนที่จะเป็นความรู้สึกที่มีต่อมัน ถ้าคุณอยู่ในเวิร์กช็อปกับผม ผมจะพูดว่า “บอกผมสิ เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
และคุณอาจตอบว่า: “คู่ของฉันเพิ่งทิ้งฉันไป ฉันถูกทอดทิ้ง ฉันโดดเดี่ยวอีกครั้ง”
และผมอาจจะพูดว่า “ผมเข้าใจว่าคู่ของคุณเพิ่งจากไป นี่คือสิ่งที่คุณได้รับรู้ นี่คือความเป็นจริงที่สังเกตได้ แต่คุณถูก ‘ทอดทิ้ง’ จริงหรือ? คุณ ‘โดดเดี่ยว’ จริงหรือ? นี่คือสิ่งที่คุณได้รับรู้ หรือนี่คือสิ่งที่คุณได้ #ซ้อนทับ ลงไปบนสิ่งที่คุณได้รับรู้...?”
และคุณอาจตอบว่า “ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงอะไร ฉันไม่ได้ ‘ซ้อนทับ’ อะไรทั้งนั้น ฉันถูกทอดทิ้ง นั่นคือข้อเท็จจริง ฉันโดดเดี่ยวอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่เป็นจริง!”
และนี่คือวิธีที่บทสนทนาอาจจะดำเนินต่อไปจากตรงนั้น...
“จริงเหรอ? คำว่า ‘ถูกทอดทิ้ง’ มีความหมายอะไรสำหรับคุณ?”
“มันหมายถึงการถูกปฏิเสธ ถูกทิ้ง ถูกละทิ้ง คุณคิดว่ามันหมายถึงอะไรล่ะ?”
“โดยใคร?”
“อะไรนะ?”
“ถูกปฏิเสธ ถูกทิ้ง ถูกละทิ้ง... โดยใคร?”
“โดยคนที่คุณรัก! โดยคู่ชีวิตของคุณ! โดยคนที่คุณคิดว่าจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต”
 
“นั่น, คุณสร้างความหมายใหม่ให้กับคำนี้ #ในจินตนาการของคุณเอง นะ”
“คุณกำลังพูดถึงอะไร?”
“ในความเป็นจริง คำว่า ‘ถูกทอดทิ้ง’ มีความหมายตรงตัวคือ: ถูกปฏิเสธ ถูกทิ้ง ถูกละทิ้ง... โดยทุกคน มันหมายถึงการ ‘กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง’ นั่นคือความเป็นจริงที่คุณสังเกตเห็นหรือเปล่า? นั่นคือสิ่งที่คุณเห็นในสถานการณ์ของคุณตอนนี้จริงๆหรือ?”
“คุณกำลังเล่นคำอยู่นะ คุณแค่กำลังเล่นคำเพื่อจะเน้นย้ำประเด็นของคุณ”
“ไม่ใช่ #คุณต่างหาก ที่กำลังเล่นคำ #คุณ กำลังเล่นคำเพื่อจะสื่อสารกับ #ตัวเอง คุณกำลังบอกอะไรบางอย่างกับตัวเองโดยใช้คำที่คุณใส่อารมณ์ลงไปแทนที่จะมองตามความเป็นจริง”
“โอ้ย ฉันไม่เข้าใจแล้ว”
“ไม่ใช่ #คุณต่างหาก ที่กำลังทำให้ตัวเองหลงทาง #คุณ กำลังทำให้ตัวเองหลงไปกับ #ตัวตนในจินตนาการ แต่ไม่ต้องรู้สึกแย่นะ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แค่พยายามเปิดใจที่จะเปลี่ยนประสบการณ์นี้ถ้าคุณทำได้ คุณเต็มใจที่จะเปลี่ยนประสบการณ์นี้ไหม?”
“ก็คงจะเต็มใจนะ”
“คงจะเต็มใจงั้นเหรอ?”
“โอเค โอเค ฉันเต็มใจ ฉันเต็มใจที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ของฉัน”
“ดี ตอนนี้บอกผมหน่อยว่าคุณเห็นอะไรเกี่ยวกับชีวิตของคุณในวันนี้ คุณถูกทอดทิ้งจริงๆงั้นหรือ?”
“คู่ชีวิตของฉันทิ้งฉันไป ใช่”
“ดี แล้วใครทิ้งคุณอีก?”
[เงียบ]
“ขอโทษนะ คุณไม่ได้ยินคำถามของผมเหรอ?”
“ฉันได้ยินคำถามคุณ”
“ดี แล้วใครทิ้งคุณอีกล่ะ?”
“ไม่มีใครอีกแล้ว”
“ไม่มีใครอีกแล้วเหรอ?”
“ไม่มี”
“งั้นคุณก็ไม่ได้ถูก ‘ทอดทิ้ง’ จริงๆสินะ — คือไม่ได้ถูกทิ้งโดยสิ้นเชิง ถูกทิ้งอย่างสมบูรณ์ ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวจริงๆ คุณแค่ถูกทิ้งโดยคนๆเดียว”
“ใช่ แต่แค่นั้นก็มากพอแล้ว”
“มากพอที่จะรู้สึกเศร้า แน่นอน แต่มากพอที่จะรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งโดยสิ้นเชิงเลยเหรอ?”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึก ฉันเปลี่ยนความรู้สึกตัวเองไม่ได้”
“เปลี่ยนได้สิ ถ้าคุณอยากเปลี่ยน คุณไม่ #จำเป็น ต้องเปลี่ยน แต่คุณเปลี่ยนได้ถ้าคุณต้องการ การมีประสบการณ์แบบนี้ทำให้คุณรู้สึกดีไหม? คุณมีความสุขไหม?”
“แน่นอนว่าไม่! คุณก็เห็นว่าฉันไม่มีความสุข”
“งั้นถ้าคุณไม่มีความสุข #ทำไมคุณถึงยังให้ประสบการณ์แบบนี้กับตัวเองอยู่ล่ะ❓”
“ฉันไม่ได้ให้อะไรกับตัวเองทั้งนั้น นี่คือ #สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น”
“ได้ งั้นผมขอถามคุณแบบนี้แล้วกัน คุณอยู่คนเดียวจริงๆหรือเปล่า?”
[เงียบ]
“ไม่ได้อยู่คนเดียวในความหมายที่คุณพูดถึง”
“แล้วมีความหมายอื่นอีกยังไงล่ะ? คำว่า ‘อยู่คนเดียว’ หมายถึงอะไร?”
“ฉันหมายถึงว่าฉันไม่มีคู่ชีวิตแล้ว”
“ผมรู้ แต่คุณอยู่คนเดียวจริงๆหรือเปล่า? อะไรคือสิ่งที่คุณเห็น? คุณเห็นอะไร? คุณเห็นคนอื่นๆในชีวิตคุณไหม?”
“แน่นอน”
“คนที่ห่วงใยคุณล่ะ?”
“บางคนก็ห่วงฉันนะ ฉันคิดว่า”
“คุณคิดว่า?”
“โอเค โอเค บางคนก็ห่วงฉัน พับผ่า (อะไรกันนักหนา) . . . ”
“งั้นคุณก็ไม่ได้ถูก ‘ทอดทิ้ง’ คุณไม่ได้ ‘อยู่คนเดียว’ ใช่ไหม?”
“คุณแค่พยายามทำให้ฉันคิดผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณแค่พยายามทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น คุณไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย คุณแค่พยายามทำให้ฉันมองเห็นทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เพื่อที่จะพิสูจน์ประเด็นของคุณ แทนที่จะฟังความรู้สึกของฉัน”
“จริงๆแล้ว ผม #กำลัง ฟังความรู้สึกของคุณอยู่นะ และคุณพูดถูก ผมหวังว่าจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ผมไม่ได้ทำมันด้วยการโกหกคุณ ผมไม่ได้ทำด้วยการบอกอะไรที่ไม่เป็นความจริง ที่จริงผมกำลังพยายามทำมันด้วยการบอกสิ่งที่ #เป็น ความจริง
ผมกำลังพยายามให้คุณเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของความคิดเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้ ผมกำลังเชิญชวนให้คุณยกระดับจากความจริงในจินตนาการของคุณไปสู่ความจริงที่ปรากฏ เพื่อที่คุณจะได้เคลื่อนจากความเป็นจริงที่บิดเบือนไปสู่ความเป็นจริงที่สังเกตเห็นได้ ผมกำลังเสนอโอกาสให้คุณมองสิ่งต่างๆ จากมุมมองที่แตกต่างออกไป
เป็นที่ชัดเจนสำหรับคุณว่าคุณไม่ได้ถูกทอดทิ้งและคุณไม่ได้ ‘กลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง’ มันก็ชัดเจนเช่นกันว่าคู่ชีวิตของคุณไม่ได้อยู่กับคุณอีกต่อไป คุณได้ #ผสมข้อมูลสองอย่างนี้เข้าด้วยกันและทำให้มันกลายเป็นเรื่องเดียวกัน คุณเห็นอย่างนั้นไหม?”
(อย่างลังเล) “ใช่”
 
“โอเค ดี งั้นเรามาเริ่มจากตรงนี้กัน ตอนนี้เรากำลังอยู่บนเส้นทางแล้ว…”
(และบทสนทนาก็ดำเนินต่อไป แต่เราจะไม่ต่อ ณ ที่นี้)
นี่เป็นบทสนทนาที่ทรงพลัง ถึงแม้ว่าผมจะแต่งมันขึ้นมาก็ตาม แต่ในแง่หนึ่ง ผมไม่ได้แต่งมันขึ้นมาจริงๆ คุณเห็นไหม ผมเองก็เคยผ่านประสบการณ์ “จินตนาการ” ที่ผมใช้ในบทสนทนานี้ ผมไม่ได้แค่จำบทสนทนาที่ผมเคยมีกับคนอื่นๆในการปลีกวิเวกหรือในเวิร์คช็อป ผมกำลังจำ #บทสนทนาภายในจิตใจของตัวผมเอง
เมื่อตอนที่ผมมีประสบการณ์ถูกทอดทิ้งโดยภรรยา (ผมกลับบ้านตอนกลางวันและพบว่าทุกอย่างหายไป . . . บ้านว่างเปล่า ไม่มีเฟอร์นิเจอร์และของส่วนตัวทั้งหมดของภรรยาผม) ผมก็มีความคิดเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด ผมคิดว่า . . .
❝ ผมถูกทอดทิ้ง . . . ผมกลับมาอยู่คนเดียวอีกแล้ว . . . มันแย่มาก . . . ผมถูกทำร้าย . . . ผมอยู่โดยไม่มีเธอไม่ได้ . . . ผมจะไม่มีความสุขอีกแล้ว . . . มันไม่ยุติธรรมที่มันจบลงแบบนี้ . . . ผมเจ็บปวดและจะไม่มีวันให้อภัยเธอ . . . ❞
ความคิดเหล่านี้ทั้งหมดได้ผ่านการทดสอบของกาลเวลามาแล้ว มันดูเหมือนจะเป็นความจริงมากตอนที่ผมมีความคิดเหล่านั้น มันสะท้อนความจริงที่อยู่ลึกที่สุดในใจผม แต่ไม่นานนักผมก็เห็นว่า #ผมกำลังใช้ชีวิตอยู่กับความจริงในจินตนาการ ไม่ใช่ความจริงที่ปรากฏ เมื่อเวลาผ่านไป มันก็ปรากฏชัดกับผมว่า ทุกๆประโยคเหล่านั้น #เป็นเรื่องไม่จริง
#ทุกประโยคเลย
แล้วนั่นบอกอะไรคุณเกี่ยวกับความคิดที่คุณกำลังมีอยู่ตอนนี้เกี่ยวกับสถานการณ์ของคุณ?
I am simply dreaming a way
to love Everyone within arm’s reach.
ข้าเพียงฝันถึงวิธี
ที่จะรักทุกคนในระยะเอื้อมมือ
 
I have help:
you, come toward me
with an aching in your eyes,
and a sadness leftover in your smiles.
ข้ามีผู้ช่วย:
เจ้า เดินเข้ามาหาข้า
ด้วยความปวดร้าวในดวงตา
และความเศร้าที่หลงเหลือในรอยยิ้ม.
 
In this new dream I am dreaming for me
I include all of you.
ในความฝันใหม่ที่ข้ากำลังฝันเพื่อตัวข้า
ข้ารวม #พวกเจ้าทุกคน ไว้ด้วย.
Do you want to know what my love is?
It is your love.
And all of us
Puppies
curling into
เจ้าอยากรู้ไหมว่าความรัก #ของข้า คืออะไร?
มันคือความรัก #ของเจ้า
และพวกเราทั้งหมด
เหล่าลูกสุนัข
ขดตัวเข้าหากัน
 
one
warm
heap.
#เป็น
#กอง
#อบอุ่น.
—‘Puppies’ © 2006 Em Claire
—‘ลูกสุนัข’ © 2006 เอ็ม แคลร์
โฆษณา