21 ม.ค. เวลา 06:12 • ธุรกิจ

แค่ ‘ใจสู้’ ไม่เคยพอ

“ทำไมคนขยันจำนวนมาก ถึงพ่ายแพ้ในสนามการทำงานจริง”
ถอดรหัส ‘ความสำเร็จ’ ที่ Passion ไม่สามารถทดแทนได้
ในโลกการทำงานยุคใหม่ เรามักถูกหล่อหลอมด้วยวาทกรรมที่ฟังดูสวยงามว่า “Passion ชนะทุกสิ่ง” หรือ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”
คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ผิด หากมองในฐานะพลังใจและแรงผลักดันช่วงเริ่มต้น แต่ปัญหาสำคัญคือ มัน ไม่ครบ  และความไม่ครบนี้เอง ที่ทำให้คนทำงานจำนวนมากติดกับดักการทำงานแบบ “ขยันจนหมดแรง แต่ไม่เคยไปถึงเส้นชัยจริงๆ”
เราจึงเห็นภาพที่เกิดซ้ำในหลายองค์กร คนเก่ง ไฟแรง รับผิดชอบงานเกินตัว นอนดึก ตื่นเช้า แบกงานแทนทีม ทุ่มเทเกินร้อย จนชีวิตส่วนตัวค่อยๆ หายไป แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางกับความตั้งใจ โปรเจกต์ล่าช้า งานสะดุด ทีมเริ่มร้าว หรือคุณภาพไม่ถึงมาตรฐานที่องค์กรคาดหวัง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ เขาพยายามพอหรือยัง? แต่คือ
เขามีสมรรถนะมากพอจะคุมความซับซ้อนของงานนั้นหรือไม่?
ในสนามการทำงานจริง โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนสูง มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และต้องตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน “ใจ” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น (Starter) แต่สิ่งที่พาไปถึงเส้นชัยได้จริง คือ “สมรรถนะ” (Competency)
หากขาดเสาหลักพื้นฐาน 3 ประการต่อไปนี้ Passion ที่มี อาจไม่ได้เร่งความสำเร็จ แต่กลับเร่งให้งานพังเร็วขึ้น และทำให้คนเก่งหมดไฟโดยไม่รู้ตัว
====
1. รู้ไม่ลึก = ตัดสินใจพลาดทั้งระบบ
กับดักความรู้แบบผิวเผิน (Deep Domain Expertise)
ในยุคที่ข้อมูลหาง่าย ความรู้จำนวนมากอยู่แค่ปลายนิ้ว หลายคนเผลอเชื่อว่า “รู้กว้าง” ก็เพียงพอสำหรับการคุมงานใหญ่ แต่ความจริงในสนามจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“งานที่มีความเฉพาะทางสูง ต้องการ ความเข้าใจเชิงลึก ไม่ใช่เพียงภาพรวมสวยๆ หรือศัพท์เทคนิคที่พูดได้คล่องปาก”
ผู้นำหรือผู้จัดการที่ไม่เข้าใจเนื้องานจริง มักจะ
* ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง
* ตัดสินใจผิดในจุดวิกฤต
* และค่อยๆ สูญเสียความเชื่อถือจากคนหน้างาน
การบริหารงานซับซ้อนด้วยสามัญสำนึก หรือข้อมูลผิวเผินจากอินเทอร์เน็ต อาจพอใช้ได้ในงานเล็ก แต่ในงานระดับองค์กร นี่คือความเสี่ยงที่มีต้นทุนสูงกว่าที่หลายคนคิด
คุณไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าผู้เชี่ยวชาญทุกคน แต่คุณต้อง “รู้ลึกพอจะมองออก” ว่าโครงสร้างตรงไหนกำลังเปราะ จุดใดกำลังเสี่ยง และการตัดสินใจใดอาจนำไปสู่ความเสียหายในระยะยาว
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ "วันนี้เรารู้จริงพอจะตัดสินใจหรือยัง หรือแค่รู้พอจะอธิบายให้ดูดีในที่ประชุม"
====
2. เก่งคิด แต่คุมเกมไม่เป็น = งานไม่เคยจบ
ช่องว่างระหว่างความรู้กับการลงมือทำ (Execution Gap)
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเก่งเชิงทฤษฎีจำนวนมาก จะล้มเหลวเมื่อต้องคุมงานจริง เพราะ “ความรู้” กับ “การบริหารจัดการ” เป็นคนละทักษะโดยสิ้นเชิง
การทำงานให้สำเร็จ ไม่ได้ต้องการคนฉลาดที่สุดในห้องประชุม แต่ต้องการคนที่ทำหน้าที่เป็น วาทยกรของระบบ ได้ดี นั่นหมายถึง
* วางคนให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่เอาคนเก่งไปแก้ปัญหาผิดจุด
* ออกแบบโครงสร้างงานที่ไม่สร้างคอขวด และไม่ผลักภาระไปให้คนเดิมซ้ำๆ
* ติดตามงานเป็น เข้าใจจังหวะว่าเมื่อใดควรปล่อยให้ทีมทำงาน และเมื่อใดต้องเข้าไปช่วยตัดสินใจ
หลายโปรเจกต์ไม่ได้ล้มเหลวเพราะไอเดียไม่ดี แต่ล้มเหลวเพราะไม่มีใครคุมภาพรวม ไม่มีใครกล้าตัดสินใจ และไม่มีใครรับผิดชอบจังหวะสำคัญของงาน
“ความขยันที่ไม่มีระบบ จะเปลี่ยนงานง่ายให้ยุ่งยาก และเปลี่ยนทีมที่มีศักยภาพให้กลายเป็นทีมที่สับสนและหมดแรงไปพร้อมกัน”
====
3. เก่งคนเดียว = แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
กับดักการทำงานแบบลำพัง (Stakeholder Management)
นี่คือจุดอ่อนคลาสสิกของคนทำงานสาย Technical และ Perfectionist ที่เชื่อว่า “ขอแค่ทำงานให้ดีที่สุด เดี๋ยวผลงานจะพิสูจน์ตัวเอง”
"แต่โลกการทำงานจริงไม่เคยเรียบง่ายเช่นนั้น"
งานใหญ่ไม่เคยสำเร็จด้วยคนคนเดียว ความสำเร็จผูกโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบด้าน ตั้งแต่หัวหน้า ทีมงาน หน่วยงานข้างเคียง ลูกค้า ไปจนถึงผู้ที่ถือกุญแจงบประมาณและทรัพยากร
* เก่งแค่ไหน ถ้าทีมไม่ร่วมมือ งานก็ไม่เดิน
* ไอเดียดีเพียงใด ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน งานก็ไม่มีวันเกิด
ทักษะในการสื่อสาร การเจรจา และการสร้างพันธมิตร ไม่ใช่การเมืองในที่ทำงาน แต่คือ ความฉลาดเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยให้ผลงานมีพื้นที่เติบโต
คำถามที่ควรถามตัวเองคือ วันนี้คุณกำลัง “ดันงานอยู่คนเดียว” หรือกำลังสร้างแรงส่งจากคนรอบตัวให้พาเรือทั้งลำไปพร้อมกัน
====
Passion มีไว้เพื่อเริ่ม แต่สมรรถนะมีไว้เพื่อจบ
การทำงานหนักเป็นคุณสมบัติที่น่าชื่นชม แต่ในโลกการทำงานที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี การทำงานอย่างชาญฉลาดคือเงื่อนไขของความอยู่รอด
หากวันนี้คุณรู้สึกว่างานมัน “ยุ่ง ยาก และเยอะ” เกินเหตุ อาจไม่ใช่เพราะคุณไม่เก่งพอ แต่เพราะคุณกำลังแบกงานที่ต้องใช้สมรรถนะมากกว่าความพยายามล้วนๆ
ลองหยุดแล้วถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า
* เรารู้ลึกพอหรือยัง?
* เราคุมเกมเป็นหรือไม่?
* และเรามีคนพร้อมเดินไปด้วยกันจริงหรือเปล่า?
เพราะในสนามการทำงานจริง Passion ช่วยให้คุณออกตัวได้เร็ว แต่ Competency เท่านั้น ที่ทำให้คุณเข้าเส้นชัยได้อย่างยั่งยืน และคำถามสุดท้ายที่อยากทิ้งไว้ให้ผู้อ่านทุกคนคือ
“งานที่คุณทุ่มเทสุดแรงในวันนี้ กำลังพาคุณไปข้างหน้า… หรือแค่ทำให้คุณเหนื่อยขึ้นทุกปี”
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#SuccessMindset
#LeadershipDevelopment
#WorkSmartNotHard
#CompetencyOverPassion
โฆษณา