4 ก.พ. เวลา 07:43 • หนังสือ

#14 RomHW — บทที่ 4️⃣ เทคโนโลยีของเรา : แหล่งพลังงานและที่อยู่อาศัย

▪️ผู้แปล : คุณ♾️อุดม
✴️ บทที่ 4️⃣ เทคโนโลยีของเรา ✴️
🔆#EnergySources — #แหล่งพลังงาน🔆
We choose to remain, as you say, relatively close to nature in our daily living. That being said, we also avail ourselves of advanced forms of technology, these are created and utilized in ways that are only symbiotic and synergistic to our planet and all of its life. Although one of our main physical power sources is light itself, we did in our ancient times make use of less advanced technology that relied mainly on forms of harnessing electromagnetism.
We did not have the phase of our own technology that made use of any natural resources which were non-sustainable, or non-renewable. In this regard we had some of the advantages of the technology of those that came before us, our so-called ancestors that had their roots in star systems other than our own.
เราเลือกที่จะอยู่—อย่างที่คุณพูด—ค่อนข้างใกล้ชิดกับธรรมชาติในชีวิตประจำวันของเรา อย่างไรก็ตาม เราก็ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นและนำมาใช้ในรูปแบบที่เป็นไปในทางที่ เกื้อกูลและเสริมสร้าง (symbiotic and synergistic) ต่อโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกของเราเท่านั้น แม้ว่าแหล่งพลังงานทางกายภาพหลักของเราอย่างหนึ่งคือ แสง เอง
แต่ในสมัยโบราณของเรา เราเคยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าน้อยกว่า ซึ่งอาศัยการควบคุม พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นหลัก ในช่วงของการพัฒนาทางเทคโนโลยีของเรา เราไม่มีระยะหรือช่วงเวลาหรือยุค* (*แบบยุคหิน ยุคทองแดง ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อะไรแบบนั้นเป็นต้น) ที่ต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติใดๆที่ ไม่ยั่งยืน หรือ ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในแง่นี้ เราได้เปรียบจากเทคโนโลยีของผู้ที่มาก่อนเรา—ที่เรียกได้ว่าคือบรรพบุรุษของเราที่มีรากฐานอยู่ในระบบดาวอื่นที่ไม่ใช่ระบบของเรา★
★ผมได้ข้อมูลเรื่องนี้มาจากเว็บไซต์👇
(ผมถูกซิงโครผ่านความฝัน แล้วไปค้นหาผ่านกูเกิลจนเจอ)
ซึ่งก็ยืนยันได้แล้วว่ามนุษย์และเกรย์คือบรรพบุรุษของพวกเขา และผมคัดเนื้อหาออกมานิดหน่อยแล้วแปลมาให้อ่านกันครับ
👽 อารยธรรมเอสแสสซานี่: เผ่าพันธุ์ลูกผสมรุ่นที่สาม
ชาวเอสแสสซานี่ (Essassani) คืออารยธรรมมนุษย์ลูกผสมที่ถือกำเนิดจากโครงการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ซับซ้อน โครงการนี้ได้รับการจัดทำขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่ก้าวหน้า โดยได้ผสม DNA ของมนุษย์ เข้ากับสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เกรย์ (Grey Beings)
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ เยียวยาความเสื่อมโทรมทางพันธุกรรม ของเผ่าพันธุ์เกรย์ ขณะเดียวกันก็เป็นการแนะนำให้มนุษย์ได้รู้จักกับ ความถี่การสั่นสะเทือน (vibrational frequencies) ใหม่ๆ เพื่อปูทางให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ก้าวข้ามขีดจำกัดและพัฒนาไปสู่ จิตสำนึกหลากมิติ (multidimensional consciousness)
ในฐานะ “เผ่าพันธุ์ลูกผสมรุ่นที่สาม” ชาวเอสแสสซานี่เป็นตัวแทนของความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่าง ความลึกซึ้งทางอารมณ์ของมนุษย์ และ การมุ่งเน้นทางสติปัญญาของเผ่าพันธุ์เกรย์* (*ฉะนั้น ข้อได้เปรียบจากเทคโนโลยีของผู้ที่มาก่อนเรา ที่เอลันพูดไว้ข้างบนก็น่าจะมาจากทางเกรย์มากกว่า)
การสร้างสรรค์ของพวกเขาได้รับการชี้นำโดยอารยธรรมขั้นสูงอื่น ๆ รวมถึง ชาวพลีเอเดี้ยน (Pleiadians) และ ชาวซีเรียน (Sirians) เพื่อให้มั่นใจว่าชาวเอสซาซานีจะสามารถประสานมิติทางกายภาพ อารมณ์ และจิตวิญญาณของการดำรงอยู่เข้าด้วยกันได้
ความพยายามร่วมกันนี้ยังก่อให้เกิดอารยธรรมลูกผสมที่แตกต่างกันถึง 5 เผ่าพันธุ์ ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์เป็นตัวแทนของคุณสมบัติทางวิวัฒนาการที่ไม่ซ้ำกัน ในบรรดาเผ่าพันธุ์เหล่านั้น ชาวเอสแสสซานี่ทำหน้าที่เป็น ผู้ให้คำปรึกษา (mentors) เพื่อนำทางมนุษยชาติไปสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไป
ส่วนเรื่อง hybrid being ทั้ง 5 สายพันธุ์ ท่านใดที่สนใจก็ตามเข้าไปฟังกันได้ที่ลิงค์ YouTube นี้ครับ 👇
ส่วนเรื่อง โครงการผสมข้ามสายพันธุ์ที่ซับซ้อน ที่ถูกกล่าวถึงข้างบนผมก็ได้มาจากเว็บไซต์เดิมเช่นกัน โดยโครงการนี้ถูกดูแลโดยเผ่าพันธุ์ที่มีชื่อว่า Mantis ที่แปลว่าตั๊กแตนนั่นแหละครับ (รูปตัวอย่างในคอมเม้นท์) และเราจะหยุดเนื้อหาแวดล้อมไว้เท่านี้ก่อน ไว้ในโอกาสต่อๆไป ถ้ามีจังหวะ (ตามการซิงโคร) ผมจะแปลเนื้อหาแวดล้อมเหล่านี้ที่อยู่ในเว็บไซต์แล้วเอาไปโพสต์ในเพจให้อ่านกันอีกทีครับ
{ผู้แปล}
Earlier on in our societal dev elopment we utilized small electromagnetic conveyance mechanisms to power what you would recognize as small transportation vehicles for the purposes of distributing goods and services. We also utilized an underground conveyance system that would deliver water, allow for the disposal of waste, and from time to time also accommodate the movement of goods and supplies.
The movement of goods and services in our past were also achieved by an underground electromagnetic shunting system. Another way that goods were distributed were upon floating platforms, a type of traveling marketplace if you will, that could be accessed by smaller aerial craft in the past, and more recently, by more modern smaller variations of our scoutcraft.
ในช่วงต้นของการพัฒนาสังคมของเรา เราได้ใช้กลไกการขนส่งด้วย แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่คุณน่าจะรู้จักในชื่อยานพาหนะขนาดเล็กสำหรับการขนส่งสินค้าและบริการ เรายังใช้ ระบบขนส่งใต้ดิน ที่ใช้ส่งน้ำ เพื่อกำจัดของเสีย และในบางครั้งก็รองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าและเสบียงด้วย
การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการในอดีตของเรายังทำได้ด้วย ระบบสับเปลี่ยนแม่เหล็กไฟฟ้าใต้ดิน อีกวิธีหนึ่งในการกระจายสินค้าคือใช้ แท่นลอยน้ำ ซึ่งเป็นตลาดเคลื่อนที่ หากคุณต้องการเรียกเช่นนั้น—ที่สามารถเข้าถึงได้ด้วยยานบินขนาดเล็กในอดีต และเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยยานลาดตระเวนขนาดเล็กรูปแบบที่ทันสมัยกว่า
Because we are a hybridized species, we had a certain advanced starting point with our technological understanding. Therefore, we did not have the usual historical framework of the typical development of our technology including the more usual evolution of transportation. We did not have what you call the wheel, though from time to time did utilize small vehicles, always powered by small electromagnetic boosters.
We used similar electromagnetic technology to build small flying vessels, essentially more akin to what you call “gliders” than your larger aircraft. This was eventually completely replaced by our current technology.
เนื่องจากเราเป็น สปีชีส์ลูกผสม (hybridized species) เราจึงมีจุดเริ่มต้นที่มีความเข้าใจด้านเทคโนโลยีที่ค่อนข้างก้าวหน้า ดังนั้น เราจึงไม่มีกรอบประวัติศาสตร์ตามปกติของการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงวิวัฒนาการของการขนส่งตามปกติด้วย เราไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ล้อ” แม้ว่าบางครั้งเราจะใช้ยานพาหนะขนาดเล็ก ซึ่งขับเคลื่อนด้วย เครื่องเพิ่มแรงดันแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็กเสมอ
เราใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าที่คล้ายกันนี้ในการสร้างยานบินขนาดเล็ก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะคล้ายกับสิ่งที่คุณเรียกว่า “เครื่องร่อน” (gliders) มากกว่าเครื่องบินขนาดใหญ่ของคุณ สิ่งเหล่านี้ในที่สุดก็ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันของเราโดยสมบูรณ์
We also had, and to some degree still can use, small aquatic ships. Originally these were mostly powered by the wind, though there was also the secondary propulsion system that was essentially powered by the electromagnetic conveyances and in some cases, the light of our central sun. In modern times, the sails have the dual ability to use the wind or the electromagnetic field of our planet itself.
นอกจากนี้ เรายังมี—และในบางระดับก็ยังสามารถใช้—เรือเดินสมุทรขนาดเล็ก ได้ เดิมทีเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วย ลม แม้ว่าจะมีระบบขับเคลื่อนสำรองซึ่งใช้พลังงานหลักจากระบบขนส่งแม่เหล็กไฟฟ้า และในบางกรณีก็คือ แสงอาทิตย์ จากดวงอาทิตย์กลางของเรา ในยุคปัจจุบัน ใบเรือ มีความสามารถสองอย่างในการใช้ลมหรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของโลกของเราเอง
🔆#Domiciles — #ที่อยู่อาศัย🔆
Our present-day living quarters and other such physical structures, as well as our spacecraft, are made from an artificial renewable organic crystalline matrix material which has its own form of conscious awareness. While it is not technically sentient in and of itself, this material provides a conduit which acts as an extension of our own senses, being connected to both the outflow and inflow of our conscious energy.
ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของเราและโครงสร้างทางกายภาพอื่น ๆ รวมถึงยานอวกาศของเรา สร้างขึ้นจาก วัสดุเมทริกซ์ผลึกอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นใหม่ได้ ซึ่งมีรูปแบบของ ความตระหนักรู้ด้วยสำนึก (conscious awareness) เป็นของตัวเอง แม้ว่าในทางเทคนิคแล้ววัสดุนี้จะไม่ได้มีจิตสำนึกที่มีเจตจำนง (sentient) ในตัวของมันเอง แต่มันก็ทำหน้าที่เป็น ตัวนำ (conduit) ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายของประสาทสัมผัสของเรา โดยเชื่อมโยงกับการไหลออกและการไหลเข้าของพลังงานแห่งจิตสำนึกของเรา
This crystalline material is effectively “grown” on our planet, on certain orbital platform stations and on our Motherships, upon an energetic template of light-based energy which is highly connective and sympathetically responsive to our own conscious awareness, attention, and intention.
วัสดุผลึกนี้จะถูก “ปลูก” (grown) อย่างมีประสิทธิภาพบนโลกของเรา บนสถานีแพลตฟอร์มโคจรบางแห่ง และบนยานแม่ของเรา โดยอาศัย แม่แบบพลังงานที่ใช้แสงเป็นหลัก (energetic template of light-based energy) ซึ่งมีการเชื่อมต่อสูงและตอบสนองอย่างเข้าอกเข้าใจยิ่งต่อความตระหนักรู้ ต่อความจดจ่ออย่างตั้งใจ (มีสมาธิกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง) และต่อเจตจำนงของเรา
In this way, this material exhibits certain qualities in some ways similar to what you might call “living computers,” although the term “computer” is not really a very precise analog in the way humans understand computers. Instead, this material is more like extensions of our own conscious awareness, a type of artificially produced appendage, for lack of a better term.
ด้วยวิธีนี้ วัสดุนี้จึงแสดงคุณสมบัติบางอย่างที่คล้ายกับสิ่งที่คุณอาจเรียกว่า “คอมพิวเตอร์ที่มีชีวิต” แม้ว่าคำว่า “คอมพิวเตอร์” จะไม่ใช่คำเปรียบเทียบที่แม่นยำนักในแบบที่มนุษย์เข้าใจคอมพิวเตอร์ แต่ในทางกลับกัน วัสดุนี้เป็นเหมือนส่วนต่อขยายของความตระหนักรู้ด้วยจิตสำนึกของเราเอง เป็นเหมือน อวัยวะเทียมที่ถูกสร้างขึ้น (artificially produced appendage) หากจะหาคำมาเรียก
As such we are tel-empathically linked to the matrix of this crystalline structure causing it to respond to changes in our attention and intention. This material can readily change and alter its shape to accommodate our needs. Therefore, structures may in their steady state appear plain and stark.
As the need arises for appurtenances like a chair, a table, or other such fixtures, they will exude from the substance of the crystalline material spontaneously. When we are finished using these structures, they naturally recede back into the substance of the main structure. This is true for both our domiciles, research facilities, meeting places, and our spacecraft.
ดังนั้น เราจึงเชื่อมโยงกับเมทริกซ์ของโครงสร้างผลึกนี้ในลักษณะ โทรจิต-สัมผัส (tel-empathically linked) ทำให้มันตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในความสนใจและเจตจำนงของเรา วัสดุนี้สามารถ เปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างง่ายดาย เพื่อรองรับความต้องการของเรา
ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างต่างๆอาจดูเรียบง่ายและธรรมดาในสภาวะคงที่ แต่เมื่อความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เก้าอี้ โต๊ะ หรือเครื่องเรือนอื่นๆเกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นจะ ผุดออกมาจากเนื้อสาร ของวัสดุผลึกนี้อย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อเราใช้โครงสร้างเหล่านี้เสร็จแล้ว พวกมันก็จะ หดกลับ เข้าไปในเนื้อสารของโครงสร้างหลักโดยธรรมชาติ สิ่งนี้เป็นจริงสำหรับทั้งที่อยู่อาศัย สถานีวิจัย สถานที่พบปะ และยานอวกาศของเรา
[★ก็หมายความว่าโครงสร้างทางกายภาพทั้งหมดของพวกเขาสามารถเปลี่ยนรูปได้ตามต้องการตามแต่เจตจำนงของพวกเขาครับ –{ผู้แปล}]
We did originally have our version of what you call “bathrooms,” which consist of simple streams of water running through the various structures and facilities, which were directed to a form of holding tank. These receptacle tanks allowed the “waste” to be reprocessed into substances that were easily reabsorbed naturally back into the land.
Due to our present physical state of being, we no longer have the need for this equipment, and any remaining such areas are used by other extrasassanial species which may require this type of service facility.
เดิมทีเราเคยมีสิ่งที่คุณเรียกว่า “ห้องน้ำ” ในแบบของเรา ซึ่งประกอบด้วยลำธารน้ำง่าย ๆ ที่ไหลผ่านโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งถูกส่งไปยังรูปแบบของ ถังพัก ถังรับของเสียเหล่านี้ทำให้ “ของเสีย” ถูกนำไป แปรรูปใหม่ ให้เป็นสารที่สามารถดูดซึมกลับคืนสู่ผืนดินได้อย่างง่ายดายตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากสถานะทางกายภาพในปัจจุบันของเรา เราจึงไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์นี้อีกต่อไป และพื้นที่ที่เหลืออยู่ใด ๆ ก็ถูกใช้โดยสปีชีส์จากต่างดาว (extrasassanial species) อื่น ๆ ที่อาจต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทนี้
...
...
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา